น้ำจากอยุธยาเริ่มกระทบกรุง"สายไหม-พหลฯ"ท่วม

วันที่ 11 ต.ค. 2554 เวลา 21:10 น.
น้ำจากอยุธยาเริ่มกระทบกรุง"สายไหม-พหลฯ"ท่วม
น้ำจากอยุธยาเริ่มส่งผลกระทบ กทม.รอบนอก พหลโยธิน-สายไหมเริ่มมีน้ำเอ่อท่วม กทม.ระดมเครื่องสูบน้ำรับมือจุดเสี่ยง

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 11 ต.ค.น้ำที่ถูกระบายลงมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เริ่มส่งผลกระทบมาถึงพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอกแล้ว โดยระดับน้ำเหนือที่ประตูระบายน้ำคลองสอง ย่านรังสิต ได้เพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเริ่มเอ่อท่วม ถ.พหลโยธิน ซอย 54/1  แยก 1 จนถึงแยก 7 ชุมชนพลายรัตนะ โดย ความสูงของน้ำอยู่ที่ระดับข้อเท้า เช่นเดียวกับที่หมู่บ้านเสริมศิริซอยสายไหม 29 เขตสายไหม ที่น้ำได้เริ่มเอ่อเข้าท่วมบางส่วนแล้ว

ขณะเดียวกัน กรมชลประทาน ได้แจ้งเตือนผู้ที่พักอาศัยบริเวณชุมชน ซอยวัดกู้ ต.บางพูดใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เตรียมขนย้ายสิ่งของไว้ในที่สูง หลังจากที่คักั้นน้ำในบริเวณดังกล่าวเริ่มพังเป็นช่วงๆ ส่งผลให้น้ำเริ่มไหลเข้าในพื้นที่ โดยคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่ม​ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานีและนนทบุรี พบว่า จังหวัด ปทุมธานีมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ 47 ตำบล ได้แก่ อำเภอเมือง 14 ตำบล, อำเภอสามโคก 11 ตำบล,อำเภอคลองหลวง 7 ตำบล,อำเภอธัญบุรี 6 ตำบล,อำเภอหนองเสือ 7 ตำบล,อำเภอลาดหลุมแก้ว 7 ตำบลและอำเภอลำลูกกา 8 ตำบล

จังหวัดนนทบุรี น้ำเอ่อล้นเข้าท่าวมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและริมคลองขนาดใหญ่ 6 อำเภอ คือ อำเภอบางบัวทอง 8 ตำบล,อำเภอบางใหญ่ 6 ตำบล, อำเภอเมือง 9 ตำบล,อำเภอปากเกร็ด 11 ตำบล,อำเภอบางกรวย 9 ตำบล และอำเภอไทรน้อย 7 ตำบล-

น้ำเอ่อท่วมในซอยพหลโยธิน54/1
น้ำเอ่อท่วมในซอยพหลโยธิน54/1

กทม.ระดมเครื่องสูบน้ำลงจุดเสี่ยงน้ำท่วมจากฝนตก

ด้าน นายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่ากรุงเทพมหานครชั้นในมีพื้นที่จุดอ่อน 15 พื้นที่ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม หากมีปริมาณฝนตกเกินกว่า 60 มม./ชั่วโมง แต่ กทม.ขอแจ้งให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมิใช่พื้นที่เสี่ยงต่อผลกระทบของประมาณน้ำเหนือหรือน้ำทะเลหนุน เป็นเพียง พื้นที่จุดอ่อนที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมในกรณีที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องเท่านั้น โดยสำนักการระบายน้ำ กทม.ได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำพร้อมเจ้าหน้าปฏิบัติงาน ซึ่งจะสามารถสูบน้ำออกจากพื้นที่ได้ภายใน 2 ชั่วโมง ขณะเดียวกันยังได้ดำเนินการพร่องน้ำในคลองสายหลักให้มีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยในการระบายน้ำอีกด้วย

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากในช่วงนี้จะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางและกรุงเทพฯ อาจส่งผลให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ปริมาณฝนสูงถึง 2,043.5 มิลลิเมตร สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 43.5% ปริมาณระดับน้ำเหนือ(ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา) ที่เขื่อนเจ้าพระยาและพระราม 6 อยู่ที่ 4,756 ลบ.ม./วินาที ลดจากเมื่อวาน(10 ต.ค.) 130 ลบ.ม./วินาที

ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำได้ที่ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กองสารสนเทศระบายน้ำ โทรศัพท์ 02-248 5115 โทรสาร 02-248 8012 หรือสายด่วน กทม. 1555

สภาพน้ำเอ่อท่วมในซอยสายไหม29
สภาพน้ำเอ่อท่วมในซอยสายไหม29

เร่งลอก 5 คลองรอบกทม.รับมือน้ำ

นายวิม วัฒนจินดา โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กล่าวว่า การดำเนินการเพื่อป้องกันน้ำท่วมพื้นที่กทม.นั้น ที่ประชุมศปภ.ได้มีการทำแผนในการป้องกันใน 3 จุด ที่น้ำจะเข้าสู่พื้นที่กทม.คือ 1. บริเวณเมืองเอก 2. คันกั้นน้ำบริเวณคลอง 8 ถึงประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และ 3. บริเวณมหิดล ศาลายา โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันที่ 16 ต.ค. นอกจากนี้ยังให้มีการขุดลอกคลอง 5 คลองหลัก เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยเร็ว โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 13 ต.ค.

นอกจากนี้ได้สั่งปิดประตูระบาย น้ำคลอง 13 ที่จะระบายน้ำจากวัง น้อย จ. อยุธยา และจังหวัด นครนายก มายังคลองแสนแสบ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และคลองประเวศ- บุรีรมย์ เพื่อเร่งระบายน้ำที่อยู่ในลำคลองดังกล่าวให้มีระดับลดลง พร้อมทำการขุดลอกคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ช่วงอ. บางบ่อ สมุทรปราการ จนถึง คลองด่าน เพื่อไหลออกสู่ทะเล

นายวิมกล่าวว่ายังให้มีการขุดลอกคลองประเวศ- บุรีรมย์ ตั้งแต่อบต.คลองหลวงแพ่ง ไปจนถึง แม่น้ำบางปะกง รวมถึงมีการขุดลอกคลองหนองงูเห่า คลองจระเข้ใหญ่ และคลองบางโฉลง เพื่อให้พร้อมที่จะรองรับการระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อการขุดลอกคลองทั้ง5 เสร็จ ก็จะมีการเปิดประตูระบายน้ำคลอง 13อีกครั้ง เพื่อทำการระบายน้ำต่อไป ส่วนการระบายน้ำทางฝั่งตะวันตกของกทม.นั้น ขณะนี้รอเพียงระดับน้ำของแม่น้ำท่าจีนที่ยังคงมีระดับสูงและระบายค่อนข้างช้า ถ้าระดับน้ำแม่น้ำท่าจีนลดลงจะสามารถรองรับน้ำได้อีกก็จะเร่งระบายไปทางฝั่งตะวันตกทันที