เกรดได้ ‘ศูนย์’ แต่ชีวิตได้ ‘ล้าน’ “อภินันท์ ปิ่นรัตน์สุวรรณ” ไอ้หนุ่มบางแสนผู้สร้างหมวกกันน็อคไทยดังไกลระดับโลก

วันที่ 02 ก.พ. 2564 เวลา 20:30 น.
เกรดได้ ‘ศูนย์’ แต่ชีวิตได้ ‘ล้าน’ “อภินันท์ ปิ่นรัตน์สุวรรณ” ไอ้หนุ่มบางแสนผู้สร้างหมวกกันน็อคไทยดังไกลระดับโลก
อดีตเด็กเกเรเรียนได้เกรด 0.33 แต่ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของธุรกิจเงินล้าน Elder helmet หมวกกันน็อคสัญชาติไทยที่เริ่มจากตลาดนัดแต่ตอนนี้ดังไกลระดับโลกด้วยวัยเพียง 27 ปี

เรื่อง  : วิรวินท์ ศรีโหมด เรียบเรียง : รัชพล ธนศุทธิสกุล

“แบงค์-อภินันท์ ปิ่นรัตน์สุวรรณ” ชื่อนี้อาจจะเป็นชื่อธรรมดาทั่วไปที่ค้นหาเจอได้จากทะเบียนราษฎร์หรืออาจจะเจอปรากฎบนหน้าเฟซบุ๊กพร้อมกับปุ่มกดเพิ่มเพื่อน (ที่ไม่รู้จักก็ไม่รู้จะกดแอดเฟรนด์ทำไม) แต่นั้นมันคือเรื่องราวเมื่อ 9 ปีที่แล้วที่อายุแค่ 27 เพิ่งเริ่มสร้าง Elder helmet หมวกกันน็อคสัญชาติไทยเร่ออกขายตามตลาดนัด

วันนี้หนุ่มเมืองชลบุรีจากบางแสนคนนี้เป็นที่เฉิดฉายทั้งรายการโทรทัศน์และเปิดเฟซบุ๊กเป็นต้องพบ เพราะเพียง 2 ปีเท่านั้นเขาได้ส่งออกหมวกกันน็อคจากบางแสนไปกว่า 9 ประเทศและ ได้เป็นเจ้าแรกของเอเชียไปจัดแสดงโชว์ในงาน The Bilk Shed  ที่ LONDON ประเทศอังกฤษ

เขาทำได้อย่างไรและทำมันยังไง ‘โพสต์ทูเดย์’ เราไปสกัดและนำมาถ่ายทอดให้ได้เรียนรู้แล้วในบรรทัดถัดไปทั้งคลิปวีดีโอให้ได้ฟังและบทสัมภาษณ์ให้ได้อ่าน

Made in Thailand

บางแสนเมืองชลฯ 

“เรียนไม่ดีพ่อเขาก็ว่านะ เพราะญาติๆ เรียนเก่งหมด แต่เหตุผลที่เกรดเฉลี่ย 0.33 มันเกิดจากข้อสงสัยของพ่อเขาจบแค่ป.4 ไม่ได้เรียนสูงแต่สามารถมีโรงงานของตัวเอง สามารถประสบความสำเร็จได้ สามารถเลี้ยงดูผมได้อย่างดี มันก็เกิดการตีกันภายใน จากนั้นมันก็ทำให้เราไม่ชอบที่จะเรียนและคิดต่อมาอีกว่าโรงเรียนเป็นโรงงานหุ่นยนต์ ทุกคนต้องทำเหมือนกันหมด เราไม่มีสิทธิ์ที่จะมีความคิดเป็นของตัวเองได้เลย” อภินันท์เริ่มต้นบทสนทนา ‘ชีวิต’ เมื่อไม่ถนัดเรื่องเรียนก็ต้องถนัดการใช้ชีวิต ในทุกๆ วันห้องเรียนจึงไม่ใช่พื้นที่ในเขตรั้วโรงเรียนแต่คือลานซีเมนต์ในโรงงานไม้โดยมีคำพูดของพ่อ การสั่งงานของพ่อ วิธีบริหารธุรกิจของพ่อ เป็นตำรับตำราที่จะก่อร่างสร้างฝันการเป็นเจ้าของธุรกิจก่อนอายุ 30 เกิดขึ้นได้จริง

ในช่วงม.4 อภินันท์จึงเลือกที่จะลงทุนแรกในชีวิตกับ ‘ดนตรี’ เนื่องจากมีแววทำเงินแบบทุนศูนย์ ฝึกเองเรียนเองแบบครูพักลักจำ จนคิดมโนว่าพอมีฝีมือก็มีคนจ้างงาน คอนเนคชั่นดีได้เป็นแบ็คอัพศิลปิน เป็นซาวด์เอ็นจิเนียร์ โอกาสดีได้ออกเทปหรืออาจจะข้ามวงการควบการดาราได้อีกเลยในยุคสมัยนั้นที่นิยมนำคนดังมาเป็นนักแสดง

“มันคุ้มค่ามากกว่ารับของมาขาย แต่ถ้าขายไม่ออกจะทำยังไง นักดนตรีรับเงินอย่างเดียว สกิลก็ติดตัวเราไปตลอดหาเงินได้ไม่มีหมด ตอนนั้นก็ไปได้ดีวง ‘รูบี้’ ที่ตั้งกับเพื่อน เด็กมหาลัยปีหนึ่งแต่ได้เล่นทั้งบางแสน พัทยา ศรีราชา กรุงเทพฯ ได้ไปขายงานเพลงตัวเองในเทศกาลดนตรีแฟตเฟสติวัล”

ด้วยวัยวุฒิด้วยประสบการณ์และทัศนคติคิดติดตัวแบงค์จึงไม่หยุดแค่เส้นทางนักดนตรีผู้ร่ำรวยทรัพย์เพียงเท่านั้น ในปี 2012 เขาพบว่ามีช่องทางทำเงินได้อีกจาก ‘ไลฟ์สไตล์’ ลูกผู้ชายที่ชื่นชอบในสองล้อมอเตอร์ไซค์ที่ไม่เพียงแค่ความสวยของตัวรถ ความงามของเสียงเครื่องยนต์ ยังมี ‘หมวกกันน็อค’ ที่เป็นส่วนสำคัญในการขับขี่อย่างปลอดภัยที่บ่งบอกถึงคาแรคเตอร์ตัวตน

“จะทำอะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องได้ต้องทำมาหากิน พ่อจะบอกตลอด ทีนี้ตอนผมอายุ 27 เราจำความได้ว่าพ่อช่วยญาติร้อนเงินซื้อเวสป้ามาไว้ที่บ้านคันหนึ่ง เราเองชอบมีภาพในหัวตลอดจากที่เห็นวงซิลลี่ฟูขี่มอไซค์เป็นแก๊งไปทัวร์คอนเสิร์ต มันเท่มาก (ยิ้ม) เราก็ไปออกทริปเกาะช้างกับพี่ๆ เพื่อนๆ สิ่งที่เห็นคือหมวกกันน็อคแต่ละคนจะมีความแสบไม่เหมือนกัน เป็นหมวกของเมกายุค 59 บ้าง 70 บ้าง 80 บ้าง ขณะที่หมวกเมืองไทยทรงเดิมๆ กะลาครอบไม่มีดีไซน์อะไร ใส่เอากันตำรวจ

“เราก็สอบถามเขาได้หมวกมายังไง เอามาจากไหน สั่งจากต่างประเทศยังไง เราก็เลยสืบจากตรงนั้นรับหมวกมาขายตลาดนัดอยู่พักหนึ่งแต่มันไม่ตอบโจทย์ ก็เลยตัดสินใจทำเองซะเลยดีกว่า ก็ไปติดตามเรื่องหมวกกันน็อคตามนิตยสารต่างๆ แต่หลักๆ จะเป็นของประเทศญี่ปุ่นเพราะเราชอบแนวคิดในเรื่องของนิยามคำว่าก็อปปี้กับแรงบันดาลใจ ที่แรงบันดาลใจคือการทำให้ดีกว่า Elders helmet ก็เลยเกิดขึ้น ในความหมาย ผู้สูงอายุ คือปลอดภัยแต่ถ้าจะเท่ก็เท่ได้ด้วย”

ทำธุรกิจให้เป็นชีวิต ‘Elders helmet’ ขึ้นระดับโลก

‘ให้คุณค่า ให้ใจ อยู่กับมันให้นาน’ แกนหลักแนวคิดหลักของแบงค์ที่ใช้ในการปลุกวิญญาณไบค์เกอร์ทั้งหลายในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปี ที่ ‘Elders helmet’ จากอำเภอ บางแสน จ.ชลบุรี สามารถกำไรสูงถึง 200% มีลูกค้าสั่งส่งออกนอกกว่า 9 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ อเมริกา สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส  ฟิลิปปินส์ ไตหวัน บรูไน โดยมีอินโดนีเซีย ซื้อลิขสิทธิ์ไปทำ ในนาม elders company

‘Elder helmet’ ได้เป็นเจ้าแรกของเอเชียไปจัดแสดงโชว์ในงาน The Bilk Shed ณ เมืองลอนดอน และ ‘Elder helmet’ ยังได้โดนใจ ‘นอร์แมน รีดัส’ (นักแสดงและนายแบบสัญชาติอเมริกัน มีชื่อเสียงจากรับบท ‘แดริล’  ในซีรีส์ชื่อดังเรื่องเดอะวอล์กกิงเดด) ดิวตรงสั่งไปใส่เป็นหมวกคู่ใจเเละมีทุก collection ของเเบรนด์

“แผนธุรกิจ Elder helmet เราไม่คิดว่าทั้งหมดมันคือการตลาด มันคือใจที่เรารักที่จะทำมัน เพื่อคนขับรถ เราทำใบแรกไม่ได้ทำขายเลย ทำมาทดลองคนอื่นๆ ในเฟซบุ๊กที่ขับมอเตอร์ไซค์ เพราะถ้าขายเพื่อน เพื่อนเรามักไม่กล้าพูดความจริงกับเราว่าของเราไม่ดีพูดตรงๆ รับฟังไม่ได้ ผมอยากได้คำตอบแรงๆ ตรงๆ ก็ทำทดลองออกมาและไปขายคนอื่น ไปแลกเปลี่ยนสิ่งของให้คนอื่นติชมหมวกของเรา พอทำไปเรื่อยๆ มันเกิดการแตกกระจาย ได้ MIND MAP ข้อดีอย่างไร ข้อเสียอย่างไร เราก็จะได้โจทย์ที่เราต้องมานั่งแก้ปัญหาไข”

เมื่อผลิตภัณฑ์สินค้าเป็นที่ดีพึ่งพอใจ สิ่งที่ ‘Elders helmet’ ทำคือการคำนึงถึงความรู้สึกผู้บริโภค โดยแผนการคิดเตรียมความพร้อมจบเซ็ตเป็นไกด์ไลน์ทำให้ลูกค้าเห็นว่าเมื่อสวมใส่ ‘Elders helmet’ ไปแล้วนั้นเขา-เธอจะเป็นอย่างไร? นอกเหนือจากบริการหลังการขายเมื่อมีปัญหาตลอดอายุการใช้งานของหมวกกันน็อค

“มีคนที่ชอบแบบเราอยู่เสมอและอยู่ทุกที่ เพียงแต่ว่าเราอยู่ถูกที่หรือเปล่า” เขาเผยก่อนจะเล่าต่อในขั้นตอนส่วนสำคัญที่เกิดขึ้นกับ Elders helmet ที่เกิดขึ้นมาในช่วงเกิดกระแสจังหวะบูมของไบค์เกอร์ ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าโชคหรือดวงเป็นส่วนหนึ่งที่อาจจะผลักให้หมวกกันน็อคสัญชาติไทยเติบโตขึ้น หากแต่แท้จริงแล้วมันมาจากการเตรียมความพร้อมที่ดีเมื่อโอกาสมาถึง 

“ใน ‘Elders helmet’ ผมทำภาพให้คนซื้อเลย ตัวอย่างคนที่ชอบรถสีดำใส่กับหมวกอันนี้ๆ สีนี้ๆ  แต่งตัวแบบนี้ มันก็ทำให้เกิดคาแรคเตอร์ มีสไตล์ คนเข้าถึงง่าย เขาจะไม่เขินอายเลยถ้าใส่หมวก คือผมจะเป็นคนชอบเตรียมแผนล่วงหน้า ชอบแก้ปัญหาในวันที่ปัญหายังมาไม่ถึง อย่างถ้าไปสัมภาษณ์งานให้เตรียมวิธีแก้ปัญหา 6 คำถาม ผมจะเตรียม 15 คำถามไปเลย เราต้องสะสมอาวุธให้เยอะๆ มันก็คือการเตรียมพร้อม

“ทั้งหมดนี้มันก็ทำให้ ณ ตอนนี้ Elder helmet ใบที่เป็นรุ่นลิมิเต็ด มีใบเดียวในโลก ราคายิ่งสูงขึ้น ขายกันในอีเบย์แพงเป็นเท่าๆ จากราคาแรกของการขาย คือเราให้คุณค่า ให้ใจ หมวกเราก็มีคุณค่าเป็นของแรร์ไอเทม ธุรกิจยุคนี้ถ้าคุณนึกถึงผลกำไรอย่างเดียว ล้มแน่นอน ต้องรู้จักคิดก่อน แล้วก็วิเคราะห์ แล้วก็แยกแยะ 3 คำนี้ ผมมีความเชื่อมาตลอด สิ่งสำคัญนอกจาก 3 คำนี้ ก็คือ การรู้จักให้ ถ้าเรามีคีย์ในการธุรกิจตรงนี้ในใจของเรา ธุรกิจทุกอย่างไปได้หมดที่เราตั้งไว้”

เก็บคำดูถูกเป็นฐานสร้างตน

นอกจากความกล้าคิดและกล้าที่แตกต่าง นอกจากความใส่ใจใส่คุณค่าทำธุรกิจให้เป็นชีวิตของการบริหารสร้างหมวกกันน็อคสัญชาติไทย ซึ่งส่งผลให้ Elders helmet กลายเป็นแบรนด์หมวกกันน็อคที่สวมใส่แล้วมีสไตล์มีความปลอดภัย  อีกสิ่งหนึ่งที่จะข้ามไปไม่ได้เลยสำหรับเราๆ ท่านๆ ที่หากคิดจะเริ่มต้นธุรกิจอะไรสักอย่างให้ไปได้ดีและอยู่รอดที่จะสามารถสกัดได้อีกจากหมวกกันน็อคใบนี้! คือ เปลี่ยน ‘พลังลบ’ เรียนรู้คำดูถูกมาเป็น ‘พลังบวก’ สร้างกำลังใจให้ตนเอง

“ไปไม่ถึงหรอก มึงจะทำไปขายใครได้ มึงจะไปได้สักกี่น้ำวะ โดนมาเยอะคำพวกนี้ในตอนเริ่มแรกที่จะทำ” แบงค์ระบุช่วงเวลาขวากหนามบนเส้นทางธุรกิจที่พบเจอ

“วันแรกที่ทำขายมีลูกค้าสนใจหมวกเรา ชอบมาก รูปทรงทุกอย่างโอ้โหเหมือนเมืองนอกเปี๊ยบ โทรเข้ามาถามว่าของที่ไหน พอบอกไปว่าของบ้านเราครับเขาตัดสายทิ้งเลย (ยิ้ม) แต่ผมเป็นคนคิดบวก ก็อยากจะแนะนำคนที่อยากจะเป็นแบบผมหรืออยากทำธุรกิจให้ถึงเป้าหมาย อยากให้เราเอาคำพวกนี้มาเป็นแรงพลักดัน ให้เราขอบคุณคำดูถูกเหล่านี้ เพราะแรงคำเหล่านี้เวลาที่เราได้ฟังมันฮึดนะ ผมไม่คิดโกรธเขาเลย”

และพอเรามีแรงที่จะทำมันก็ทำให้เราทำมันไปแบบไม่หยุด ทำจนเราถึงเป้าหมายซึ่งภายใต้แรงพลังลบเหล่านี้จะก่อให้เกิดความเข้าใจตัวเองที่ทำให้ธุรกิจเราไม่มีล้ม

“ทำธุรกิจยากที่สุดคือการรักษาไว้ เราจะรักษาอย่างไรให้คงอยู่ได้ เพราะโลกธุรกิจอะไรก็เป็นไปได้ คนรวยในวันนี้อาจจะจนที่สุดตอนพรุ่งนี้ คนจนอาจวันนี้อาจจะรวยที่สุดก็ได้ข้างหน้า อีกสิ่งหนึ่งที่ผมจะถ่ายทอดได้ก็คือเราต้องรู้ว่าตัวเราเองมาจากไหน  เพราะมันวนลูปเดียวกัน ถ้าถึงจุดสูงสุดของเราแล้วเราทำตัวไม่น่ารัก ไม่เคยไหว้ใครจากที่เคยไหว้ มันก็ตกได้ ธุรกิจเราก็จะเอาใจใส่ออกห่าง

“เรียกว่าสูงสุดคืนสู่สามัญก็ได้คล้ายๆ กัน สิ่งเหล่านี้มันจะย้อนไปสู่ธุรกิจที่เราทำ เราดีแบบเดิมเราก็คิดเอาใจใส่ในธุรกิจ ทั้งสองอย่างมันก็พัฒนาไปเรื่อยๆ นั้นคือสิ่งที่ทำให้เราคงทนอยู่สำหรับผมในการทำธุรกิจ Elder helmet ครับ” เจ้าของหมวกกันน็อคแบรนด์ดังกล่าวทิ้งท้าย