ชีวิตชั่วๆ อย่าใช้มันชั่วชีวิต : อดีตโจรขโมยรถ ค้ายา แมงดาสู่เจ้าของธุรกิจเงินล้าน “สิริทัศน์ สมเสงี่ยม”

วันที่ 08 ต.ค. 2563 เวลา 15:53 น.
ชีวิตชั่วๆ อย่าใช้มันชั่วชีวิต : อดีตโจรขโมยรถ ค้ายา แมงดาสู่เจ้าของธุรกิจเงินล้าน “สิริทัศน์ สมเสงี่ยม”
แง่มุมชีวิตด้านมืดของ “สิริทัศน์ สมเสงี่ยม”อดีตเด็กวัยรุ่นหลงผิดใช้ชีวิตนอกกฎหมาย ก่อนจะคิดได้และเปลี่ยนแปลงตัวเองจนประสบความสำเร็จเป็นทั้ง นักธุรกิจ นักเขียน นักให้แรงบันดาลใจและวิทยากร

***************************

“ติ๊ก-สิริทัศน์ สมเสงี่ยม”อดีตเด็กวัยรุ่นหลงผิดก้าวเข้าสู่วงวนของการเป็นโจร พ่อค้ายา กระทั่งแมงดาผู้จัดหาผู้หญิงร้านอาบอบนวด เปลี่ยนแปลงตัวและความคิดช่วยให้ชีวิตพลิกจากลบศูนย์กลายมาเป็นเจ้าของ ‘ธุรกิจเงินล้าน’

ก่อนที่ปีถัดๆ มาจะเติบโตเป็นทั้งวิทยากร นักเขียน นักให้แรงบันดาลใจ ฯลฯ

“ถ้าเลือกใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ตายก็ติดคุก” คำสั้นๆ เริ่มต้นบทสนทนาอย่างคนชีวิตเจนประสบการณ์ เพราะคำว่า ‘ชีวิตแบบนี้ไม่ตายก็ติดคุก’ มันหมุดหมายถึงหากยังเดินเส้นทางมืดต่อไปก็มีแต่ดิ่งลงเหวและหากยังคิดไม่เป็นต่อไปก็รั้งแต่จะย่ำอยู่กับที่ 

ชีวิตชั่วๆ อย่าใช้มันชั่วชีวิต

“ผมเกิดในซอยวัดสะแกที่โคราชเป็นสลัม ผมเกิดและก็โตมาในสภาพแวดล้อมที่ ปากซอยมีโสเภณีมาขายตัว ท้ายซอยมีกลางพนัน กลางซอยมียาเสพติด ผมรู้จักป๊อกแปดป๊อกเก้ามาก่อนหนังสือมานีมานะด้วยซ้ำ ใช้ชีวิตเลวๆ มาตลอดมีเรื่องมีราวชกต่อยเป็นประจำนะครับจนพ่อแม่เอือมระอา

“อายุ 15 เหมือนเด็กบ้านนอกทั่วไปอยากไปกรุงเทพฯ ด้วยความโชคร้ายของผมพอนั่งรถไปถึงตังค์ในกระเป๋าหายหมดเลย ผมซึ่งเพิ่งลงจากรถมันก็หิวข้าวมาก ทนไม่ไหวเลยสั่งก๋วยเตี๋ยวกิน เอาเส้นเล็กน้ำพิเศษใส่ลูกชิ้นเยอะๆ เป๊ปซี่เย็นๆ 1 ขวด พอกินเสร็จผมวิ่งหนี โดนลูกจ้างของร้านก๋วยเตี๋ยววิ่งไล่มากระทืบบนสะพานลอยหน้าหมอชิตเก่า จมกองตีนสลบอยู่ตรงนั้น

“หลังจากนั้นผมก็ได้ติดต่อพี่ที่รู้จักไปอาศัยอยู่กับเขาและได้งานเป็นคนแจกใบปลิว ตอนนั้นได้ค่าแรงวันละ 300 ถือว่าเยอะมาก อพาร์ตเมนต์ที่ผมอยู่แถวลาดพร้าว122 ผมก็ได้ไปเจอแก๊งวัยรุ่นแก๊งหนึ่งเห็นว่าเขามีทองใส่ มีเพจเจอร์ สมัยก่อนยิ่งใครมีเพจเจอร์ใครมีโทรศัพท์ใช้ถือว่ารวยเลยล่ะ เราอยากที่จะมีชีวิตแบบเขาบ้าง ไปทำความรู้จักและรู้ว่าเขาเป็นแก๊งขโมยรถกัน ตัดสินใจเสนอตัวขอเข้าไปอยู่ในแก๊งเขา เลิกเป็นคนแจกใบปลิวเลย มาเป็นโจรขโมยรถเต็มตัวในวันนั้น

“ทำได้ไม่กี่เดือนตำรวจก็ตามจับพวกเรา แก๊งแตกเราหนีกลับโคราชครับ แต่เหมือนโชคชะตามันขีดให้มาด้านชั่วๆ กลับมาเจอพี่ที่ผมเคยอาศัยอยู่ด้วยที่กรุงเทพฯ เขาปิดเทอมกลับมา ผมก็เลยถามกับไปว่าเฮ้ยพี่กลับมาโคราชพี่กลับมาทำอะไร เขาบอกว่าเขาค้ายาบ้าอยู่ ผมก็เสนอตัวอีกเฮ้ยพี่ผมเอาด้วยผมอยากขายยากับพี่ด้วย ขายได้ประมาณแค่ 3 ครั้งเท่านั้นแหล่ะ โดนไป 135 เม็ดต้องเข้าไปอยู่ในสถานพินิจ

“ในสถานพินิจมันเป็นอะไรที่นรกบนดิน เขามีการรับน้องกัน เขามีการทุบตีทำร้ายกัน นอนร้องไห้ทุกวัน นอนคิดถึงคำสอน ความเป็นห่วงของพ่อของแม่ทุกวันว่าเฮ้ยอย่าไปทำในเรื่องที่มันไม่ดีนะ แต่จุดเปลี่ยนในชีวิตผมตอนนั้นผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตอนที่ผมติดคุก คนที่อยู่ข้างนอกเดือดร้อนยิ่งกว่าผม ป้าเล่าให้ฟังว่ามึงรู้ไหมเนี่ยว่าพ่อมึงคลานสี่ขาเหมือนหมามาขอให้กูเอาโฉนดที่ดินของกูไปช่วยประกันตัวมึง

“เท่านั้นยังไม่พอโฉนดที่ดินที่เอาไปประกันตัวผมมูลค่ามันยังไม่พอ พ่อมึงยังต้องไปกราบตีนขอยืมคนอื่นๆ อีกเพื่อมาสมทบให้มาประกันตัวจนพอ ยังไม่จบอีกนะครับพ่อผมกับแม่ก็คลานสี่ขาเหมือนหมาอีกไปขอร้องให้ทนายช่วยไปขอร้องให้อัยการช่วย ใครที่บอกว่าจะช่วยลูกได้พ่อผมยอมทำหมด นั้นแหล่ะครับคือจุดเปลี่ยนในชีวิตผม”

ตั้งใจได้ก็ตั้งตัวได้

“หลังจากที่จบคดีผมก็ออกมาเป็นเด็กแล่หมู ผมออกมาขายลูกชิ้นทอดข้างถนน ผมทำทุกอย่างแบบสุจริต ที่ได้เงินแบบสุจริตผมเอาหมด เอาแรงกายเข้าแลกเพราะผมจบแค่ป.6 ผมไม่สามารถไปสมัครงานเป็นพนักงานออฟฟิศ เป็นพนักงานบริษัทเหมือนคนอื่นได้ ทางเดียวที่ผมจะทำได้คือเอาแรงเข้าแลก ก็เอาหมดเลยครับใครจ้างไปทำอะไรทำหมด

“ทำไปเรื่อยๆ มีวันหนึ่งผมทอดมาขายลูกชิ้นทอดหน้าเซเว่นแถวที่โรงเรียนที่เคยเรียน ได้เจอเพื่อนคนหนึ่งที่เคยติดคุกอยู่ด้วยกันตอนนั้นแหล่ะ ผมเห็นเขามาขับรถจอดหน้าร้านผม แล้วก็ผมเห็นรถในฝันที่ผมอยากได้ ผมเห็นว่าเฮ้ยเขามีแฟนสวยจังเลย ผมก็ถามเขาไปทำไรมาทำมึงร่ำรวยจังเลย ทำไมมึงมีชีวิตที่ดีจังเลย เขาก็เลยบอกว่าเฮ้ยตอนนี้กูเป็นผู้จัดการอาบอบนวดอยู่ ผมก็เลยบอกเฮ้ยกูอยากทำด้วย กูเข้าวงการอาบอบนวดด้วย กูอยากมีตังค์แบบมึง ถ้ามึงอยากทำมึงเก็บเสื้อผ้าเลยตอนบ่ายกูมารับ ผมก็เลยตัดสินใจยุติร้านลูกชิ้นนั่งรถไปกับเค้าในวันนั้นเลย เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าสู่วงการอาบอบนวด

“ทีนี้เพื่อนบอกอีกพอถึงว่าถ้ามึงอยากทำงานในวงการนี้ 1.ต้องมีเด็ก 2.ไม่มีเด็กก็ต้องมีเมียเป็นหมอนวด ก็ตั้งใจจีบหมอนวดคนหนึ่งเป็นแฟน พอได้หมอนวดคนนั้นเป็นแฟนเสร็จปุ๊บเขาก็อายเพื่อนที่มีแฟนเป็นเด็กรับรถ เขาก็ให้ผมเลิกมาคอยขับรถพาเขามาทำงาน รับเขากลับบ้าน ทำงานบ้าน ซักเสื้อผ้า กางเกงในให้เขา การมีแฟนเป็นหมอนวดทำให้รู้จักเพื่อนของเขาที่เป็นหมอนวดก็คิดพัฒนาตัวขอเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนๆ แฟนเอาไว้ทุกคนและเข้าไปเสนองานตามอาบอบนวดขอเอาเด็กมาลงได้ไหมจนเป็นเอเจนซี่ในวงการอาบอบนวด

“แต่ 10 กว่าปีในวงการสุดท้ายแล้วได้เห็นปลายทางอย่างหนึ่งก็คือไม่เห็นใครรวยเลย หมอนวดเองก็ไม่เห็นจะรวยเลย บางคนติดยา บางคนติดการพนัน บางคนติดผู้ชาย ชีวิตพังกันระเนระนาด แต่ละคนไม่มีใครได้ดีเลยสักคน มันก็เลยมาทำให้ผมตรึกตรอง มาทบทวนชีวิตตัวเองว่าไอ้ที่ผ่านๆ มาก็ไม่เคยจะประสบความสำเร็จอย่างที่ต้องการเลย ตัดสินใจกลับมาทำมาหากินสุจริตด้วยการขายก๋วยเตี๋ยวเป็นอาชีพที่ผมเกลียดมาทั้งชีวิต ทำธุรกิจเองเป็นของตัวเองแบบจริงจัง

“ภายใน 3 เดือนสามารถสร้างเงินล้านแรกได้ เพราะเราตั้งใจที่จะทำอะไรมันสักอย่างแล้วโอกาสชนะเราไปไกลเกิน 50%แล้วที่เราจะประสบความสำเร็จ ขอแค่ตั้งใจก่อน คือความตั้งใจมันจะนำมาซึ่งความทุ่มเท มันจะนำมาซึ่งความเอาใจใส่ ความตั้งใจมันจะเป็นบ่อเกิดแห่งความสำเร็จทุกอย่าง ไม่ว่าจะอาชีพอะไรก็ช่างขอให้มีความตั้งใจ พอตั้งใจได้ปุ๊บเราก็จะใส่ใจกับมันเราก็จะทุ่มเทกับมัน ผลลัพธ์ที่จะตามมามันคือสิ่งที่ดีๆ ที่รอเราอยู่ สิ่งที่มันจะทำให้ธุรกิจเราดีขึ้น สิ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จอย่างมั่นคงมากขึ้นคือความสม่ำเสมอ ความมีมาตรฐาน ความเอาใจใส่ ทั้งผลิตภัณฑ์ ทั้งธุรกิจ ทั้งชีวิต มันก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้”

“ทำให้ดีและแตกต่าง” ถึงโง่ก็รวยได้

“ผมอยากจะบอกว่าโง่อย่างผม จนอย่างผม กระจอกอย่างผม ยังประสบความสำเร็จในชีวิตถึงขนาดนี้ได้ แปลว่าใครๆ ก็ทำอย่างผมได้ ใครๆ ก็เป็นอย่างผมได้ ทุกคนมีความสำเร็จในแบบของตัวเองทั้งนั้น แค่เราอย่ามีข้ออ้าง คนสมัยนี้ข้ออ้างเยอะกว่าความพยายาม ทำไงยังไงให้สำเร็จ เปิดร้านยังไงให้ขายดี ไม่ว่าทำอะไรก็ตามต้องทำให้ดีกว่าคนอื่น แตกต่างจากคนอื่น ถ้าทำอะไรแล้วเหมือนคนอื่นอย่าทำ เขาจะใช้ที่เขาเคยใช้ กระจอกกว่าคนอื่นอย่าทำอันนี้ยิ่งเจ๊ง

“เราจะทำอะไรสักอย่างมันต้องดีกว่าและแตกต่าง เพราะไม่ว่าคิดจะทำอะไรก็ตามมีคนทำมาก่อนหมดแล้ว ขายก๋วยเตี๋ยว  ราดหน้า ตัดผม ขอทานหรือโจร หนทางเดียวที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ ต้องทำให้มันดีกว่าเดิม แตกต่างจากของเดิม คนถึงจะยอมจ่ายเงินกับเรา เราต้องคิดตรงนี้ และสู้ให้สุด ผมจะไม่บอกว่าอย่าท้อมันเป็นคำมักง่ายเกินไป ตอนที่ทำอะไรแล้วเจ๊งมันท้อไหม มันท้อหมดมันเสียกำลังใจกันทุกคน

“ทุกคนมีวันแย่ๆ วันดีๆ ด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่ว่าสุข ทุกข์ มันผ่านไปทั้ง 2 อย่างสักวันมันก็ไป ทุกข์ๆ ไม่นาน สุขก็สุขไม่นาน มันจะสลับกันไป ปัญหาในชีวิตเรามันก็เหมือนลมหายใจเรา มีเข้ามาเดี๋ยวก็มีออกไป มนุษย์มันจะต้องเจอกับปัญหาอีกทั้งชีวิต ฉะนั้นเราควรจะอยู่กับปัญหาให้ได้ รู้จักกับปัญหานั้นและสู้ให้สุด สู้ให้สุดแล้วเรียนรู้แล้วสู้ต่อ มีเท่านี้เท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้”