สาวโรงงานหัวใจสีเขียว “จิรนันท์ กรานสุข” 22 ปี กับการปลูกป่าที่ใครหาว่าบ้า!

วันที่ 24 ส.ค. 2563 เวลา 19:26 น.
สาวโรงงานหัวใจสีเขียว “จิรนันท์ กรานสุข” 22 ปี กับการปลูกป่าที่ใครหาว่าบ้า!
คนดีศรีด่านขุนทด “จิรนันท์ กรานสุข” สาวพนักงานบริษัทซีเกท ‘ควักเงินเดือน’ และทุ่มเท่แรงกาย ปลูกป่ากว่าล้านต้นตลอดระยะเวลา 22 ปี จนประจักษ์ว่าเธอนั้นไม่ได้บ้า

เรื่อง : รัชพล ธนศุทธิสกุล

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ,ปัณณธร แจ้งประโคน

กระทั่งในวันนี้พื้นที่แห้งแล้งได้แปรสภาพเป็นความชุ่มชื่นและเขียวจากต้นกล้าเล็กๆ ที่เติบโตเป็นไม่ใหญ่นับเกือบ 1 ล้านต้น ตลอดระยะทางประตูสู่ภาคอีสาน หลายคนถึงได้ประจักษ์เธอคือคนดีศรีด่านขุนทดแห่งเมืองโคราชที่แท้จริงคนหนึ่ง

“จิรนันท์ กรานสุข” หัวหน้าฝ่ายผลิต บริษัทซีเกท ทำโดยไม่สนใจแคร์แม้ใครหาว่าบ้าปลูกต้นไม้และยังเดินหน้าจะทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจับจอบขุดดินกับหิ้วเอาต้นไม้ไปขุดปลูกไม่ไหว

และนี่คือเรื่องราวที่น่ายกย่อง เรื่องราวของคนที่กล้าแตกต่าง เรื่องคนกล้าที่ต่อให้ใครปรามาสก็ขอทำตามฝัน "ขอเดินตามพ่อรอยหลวงร.9 ที่ไหนมีป่าที่นั้นมีน้ำให้สำเร็จ เพราะถึงคนไม่เห็นเดี๋ยวฟ้าดินก็เห็น เห็นถึงความชุ่มชื่น เห็นถึงต้นไม้สีเขียวบ้านเรา” เธอกล่าวเริ่มต้นบทสนทนา

ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งใบไพลศาล

ปฐมบทคนป่าปลูกป่า

“บ้านเรา อ.ด่านขุนทด ทำไมมันมีแต่ความแห้งแล้ง ยืนแค่หน้าบ้าน 1 เมตร ลมปะทะมาแสบตัวแล้ว ตาก็หยี่ๆ ลืมตาไม่ได้เพราะไม่มีม่านบังแดดให้เราหลบ ความแห้งแล้งมันขนาดนั้น นรกบนดินเลย  แต่พอเราไปที่อื่นๆ ทำไมบ้านเขาเย็นสบายจัง มันก็เลยฉุกความคิดว่าบ้านเราต้องมีต้นไม้แบบเขาบ้างนะ”

จิรนันท์จึงลงมือเปลี่ยนความแตกต่างเมื่อปี 2544 ด้วยพื้นที่จำนวน 2 ไร่ในบ้านคุณพ่อคุณแม่อาศัยอยู่ที่บ้านกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด เป็นที่แรก ท่ามกลางเสียงผู้คนที่เดินผ่านไปมาว่าเธอบ้า! เอาแกลบมาลงให้เสียเงินเล่นๆ

“คือบักผีบ้า ปลูกต้นไม้ คือว่าโง่แท้น้อ มันไม่งอกดอก" เธอว่าต่อ “แต่เขาไม่รู้ว่าตอนเริ่มปลูกก็ศึกษาก่อนว่าทำไมบ้านเราต้นไม้ไม่ขึ้น สาเหตุคือดินแถบเป็นดินเค็ม เลยนำการปรุงดินของพ่อหลวงมาปรับใช้ เพราะท่านไปที่ไหนที่นั้นชุ่มชื่นหมด ไม่ว่าจะทางใต้ ทางอีสาน ก็เลยไปเอาปูนขาวมาลง เอาแกลบมาลงปรุงดิน”

เสียงของคำคนไม่ได้กระทบความตั้งใจของจิรนันท์ เพราะภาพต้นไม้ยังคงบานสะพรั่งในหัวใจ ทุกๆ วันหยุดเธอจึงเทียวไปมาคลุกดินและรดน้ำไม่มีขาด จนเวลาผ่านไปนานนับเกือบครึ่งปีก็มีสัญญาณชี้วีแววของความอุดมสมบูรณ์ เมื่อไก่บ้านที่เลี้ยงไว้ไปคุ้ยจับกินไส้เดือนสัตว์ที่บ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของดิน

“แสดงว่าดินเราดีแล้ว ก็ลงมือปลูกน้อยหน่า แปบเดียวขึ้นและขึ้นใบเขียวต้นใหญ่กว่าริมรั้วที่มีก่อนอีก จากนั้นก็ลงต่อยาวๆ มะม่วง มะขามป้อม กระท้อน อะไรๆ ที่เราเคยเห็นว่ามันมีเมื่อตอนเด็กน้อย” 

2 ปี มา 3 ปี กระทั่งเข้าปีที่ 4 พื้นที่บ้านก็ครึมไปด้วยพันธุ์พืชผลไม้และกลายเป็นพื้นที่แจกจ่ายใครไปใครมาก็เด็ดนำไปกิน

“เพื่อนบ้านก็ว่าอีบอกบ้านนี้รกแท้ (หัวเราะ) เพราะบ้านเขาปลูกต้นมะพร้าวยังตาย” เธอเล่าอย่างอารมณ์ดี ณ ตอนนี้ที่มีแต่เสียงคำชมของผู้หลักผู้ใหญ่ให้มาดูเป็นบ้านตัวอย่างที่ใครๆ บอกว่า ‘โง่และบ้า’ คือพวกเขาชาวบ้านที่ไม่ทำอะไรแต่มาเก็บที่สวนแห่งนี้

“พอบ้านเต็มเราก็อยากแบ่งปัน ก็บอกเขาว่าเดี๋ยวฉันจะไปปลูกบ้านเธอบ้าง เราก็ไปปรุงดินและก็หยอดให้เขาเรื่อยๆ จนเขาบอกว่ารกแล้ว เราก็ไปบ้านอื่นต่อ จนทั่วหมู่บ้านทีนี้ไปวัด ขอเจ้าอาวาสหนูจะมาปลูกต้นไม้ค่ะ ก็ปลูกในส่วนนี้เกือบ 10 ปี ก็ครึ้มเขียวหมดทุกพื้นที่” 

เขียวชอุ่มรินใจให้ร่มเย็น

‘ก่อเกิดป่าเกาะกลางถนน’ 

ภายหลังที่พื้นที่บริเวณที่ใช้ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี จิรนันท์ก็ขยายวงรอบการปลูกไปยังสองข้างทางริมถนนและเกาะกลางถนนในเส้นที่ตนสัญจรผ่านอีกด้วย โดยในและแต่พื้นที่ยังได้แบ่งระยะทางเว้นช่วงเมื่อต้นไม้โตออกดอกจะบานสะพรั่งหลากสีสันสลับกันไปตลอดเส้นทาง

“ร้อนและแดดชอบแย้งตาเวลาขับรถ เลยเริ่มปลูกข้างทางก่อนเกาะกลางถนน ช่วงนั้นน่าจะราวปี พ.ศ. 2554 ปลูกไล่ริมตามคันนาของชาวบ้านในเส้นทางของหมู่บ้านไปอีกหมู่บ้านข้างๆ บ้านกุดพิมานไปวัดบ้านไร่  บ้านกุดพิมานไปบ้านกระชาว  บ้านกุดพิมานไปบ้านดอนน้อยและจากบ้านไปวัดหลวงพ่อคูณ” 

ก่อนที่เมื่อ 8 ปีที่แล้วเมื่อสองข้างทางเต็มจึงขึ้นมาปลูกยังเกาะกลางถนนบริเวณตั้งแต่ตัวอำเภอด่านขุนทดไปยังวัดหลวงพ่อคูณและหนองบัวโคก กินระยะทางกว่า 30 กิโลเมตรด้วยกันในวันนี้

“ปลูกพวกต้นลาน ไปเก็บๆ ลูกที่ตกมาเพาะ พอหน้าฝนก็ไปขุดแล้วก็หยอดๆ ทิ้งไว้ สลับกับการสังเกตว่าต้นไม้แถวนั้นอะไรขึ้นเราก็ไปหาซื้อมาปลูก และเราก็จัดแบ่งเป็นโซนๆ ตามจินตนาการณ์ของเราว่ามันจะสวย (ยิ้ม) ก็ลงปลูกเว้นไว้ต้นละ 8 กิโลเมตร เผื่อให้ต้นต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ขับมาจะได้เห็นสีชมพู ถัดมาอีกหน่อยเป็นต้นคูณจะได้มีสีเหลือง

“คือฝันว่าเมื่อต้นไม้โตอยากเห็นผู้คนมาเซลฟี่ มันเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของเรา ยิ่งดีใจที่ตอนนี้ก็มีคนจองบ้างแล้วทักมาในข้อความ เราก็บอกว่าไปได้เลยไม่ต้องรอดอกออกก็ได้ แต่อีก 6 ปี เจอแน่ถ้าขับมาเส้นนี้  เติมน้ำมันมาเลย แต่จะไม่เจอพี่นะเพราะพี่จะไปโซนอื่นต่อ” เธอเผยความรู้สึกของต้นไม้กว่า 1,000,000 ต้นที่ผ่านมือเธอ

หนึ่งใบเขียวส่งต่อพื้นที่แห่งความชุ่มชื่น

คนไม่รู้แต่ฟ้ารู้สิ่งที่ทำ!

จิรนันท์เล่าว่าหลังจากที่เธอเพียรพยายามแบกจอบห่ามเสียมพร้อมถังน้ำขึ้นหลังรถกระบะที่ชื่อว่า “เจ้าเขียว” พาหนะคู่ใจนำต้นไม้ไปปลูกทุกเช้าๆ 6 โมงจนถึงเที่ยงวัน ในช่วงวันว่างและหยุด เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา เธอได้รับมอบโล่รางวัล ‘คนดีศรีด่านขุดทด’ เพื่อเป็นเกียรติและกำลังใจในการทำดีปลูกต้นไม้เพื่อสังคมต่อไป

“ก็ดีใจตรงที่ว่าเขาก็ยังเห็นความสำคัญต้นไม้ เพราะพอหลังจากที่นายอำเภอท่านตามเจอเพราะมีคนโทรไปแจ้งนายอำเภอนานแล้วหลายรอบ บอกคนบ้ากระบะเขียวมาปลูกต้นไม้ ไม่รู้เป็นบ้าหรือเปล่า คนได้รู้เรื่องของเราว่าไม่ได้บ้านะ ฉันทำงานเป็นตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายผลิต บริษัทซีเกท จบ วุฒิป.ตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครราชสีมา ตอนนี้เขาก็มีมาทำตามบ้าง บางคนมาไม่ได้ก็ส่งต้นไม้มาร่วมสร้างพื้นที่สีเขียว” จิรนันท์ระบุ

“ความภูมิใจที่ผู้คนยังสนใจในต้นไม้ เราเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่หลายคนนำไปทำตาม บ้านเราจะได้มีแต่ความชุ่มชื่นหากเราทุกคนช่วยกันปลูกต้นไม้คนละต้นสองต้น เพื่อธรรมชาติของบ้านเรา เพื่อเราและลูกหลานจะได้มีอากาศที่ดีบริสุทธิ์ในอนาคตต่อไปเรื่อยๆ

“ก็ขอฝากใครที่อยากปลูกต้นไม้ลงมือปลูกเลย คนไม่รู้แต่ฟ้ารู้ ฟ้าคือฝน ฝนที่จะตกลงมาให้เราเนียในตอนนี้ จากไม่ค่อยตก มันเย็นและชื่นใจ ก็ขอให้พวกเราเริ่มต้นกันในวันนี้ให้บ้านเรามีแต่ความร่มเย็น” คนดีศรีด่านขุนทดกล่าวทิ้งท้าย