เปลี่ยนไม้ประดับเป็นไม้ปะแดก ‘แม่แนน’ เรดี้ผักริมรั้วกินฟรี!

วันที่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 17:53 น.
เปลี่ยนไม้ประดับเป็นไม้ปะแดก ‘แม่แนน’ เรดี้ผักริมรั้วกินฟรี!
สวยขึ้น! รวยขึ้น! แข็งแรงขึ้น! ชีวิตมหัศจรรย์ของ “แนน-จิดาภา กลิ่นศรีสุข” สาววัย 49 กับการปลูกสวนครัวริมรั้วรอบบ้านคลอง 2 จังหวัดปทุมธานี

เรื่อง : รัชพล ธนศุทธิสกุล

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ

จากความรักชอบในการปลูกผักต่อยอดมาสู่การปลูกผักสวนครัวแนวตั้ง ‘คอนโดผัก’ นอกจากช่วยลดค่าอาหารต่อมื้อกว่า 100 บาท ยังช่วยให้สุขภาพดีไม่เจ็บป่วย

แม้ว่าอายุจะมากขึ้นในวัย 49 ปี “แนน-จิดาภา กลิ่นศรีสุข” นักธุรกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพร ‘N- Herbs’ ยังดูอ่อนวัยและเต็มไปด้วยความสดใสแบบสาวรุ่นๆ นั้นทำให้เราเดินทางไปพูดคุยอย่างรู้ชีวิตเธอพอๆ กับเงินในกระเป๋าที่เหลือเต็มกระปุก

“สีเขียวของพืชผักที่เราปลูกจะสร้างพลังงานบวกดีๆให้กับพื้นที่รอบข้าง และยังมอบความอุดมสมบูรณ์ทางอาหาร และพอสุขภาพดีร่างกายก็ดี อะไรๆ มันก็ดีไปหมด” เธอกล่าว

เปลี่ยนไม้ประดับเป็น ‘ไม้ปะแดก’

อดีตสาวดอนเมืองที่หลังจากเรียนจบทำงานมีครอบครัวย้ายมาอยู่สร้างครอบครัวที่คลอง 2 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ในหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ 1 เล่าที่มาของรั้วผักกินได้ ‘ผักของแม่’ เกิดจากตัวเองไม่ชอบทานผักคุณแม่จึงได้ลงมือปลูกโดยมีนัยยะแฝงผ่านกิจกรรมเพราะชำ ช่วยให้เธอสนุกจนลืมว่าผักเป็นสิ่งที่ไม่ชอบ ต่อมาเมื่อมีครอบครัวเลยนำเป็นแบบอย่างให้ลูกๆ ของเธอเช่นเดียวกัน ซึ่งได้เริ่มปลูกผักได้กว่า 10 ปี

“อีกอย่างเราเป็นคนมีเพื่อนเยอะ เพื่อนมาเยี่ยมแทบทุกวันก็คิดว่าถ้ามีผักสดๆ ไว้ทำอาหารต้อนรับ ไม่ต้องไปทิ้งแขกที่บ้านไปตลาดมันก็น่าจะดี ได้มีกิจกรรมทำแบบชวนกันเก็บมันก็สนุก น่าประทับใจ นอกจากผัดสดอร่อยและประหยัด” จิดาภาฉีกยิ้มเมื่อย้อนเวลา

สวน ‘ผักของแม่’ จึงเกิดขึ้นแบบเรียบง่าย เน้นปลูกพืชผักที่เป็นส่วนประกอบในทุกเมนูอาหาร เช่น พริก ข่า ตระไคร้ ผักบุ้ง กะเพราะและโหระพา   

“ปลูกไม่เป็นระเบียบ วางสะเปะสะปะหมด นอกบ้านในบ้านมีครบ เพราะเราเน้นแค่กินเสริมก็เล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ใส่ใจมากมายตอนนั้น จน 6-7 ปีที่ผ่านมาลูกสนใจและชอบกินคลีน แม่ก็มาจัดระบบระเบียบใหม่”

เกิดเป็นการขยายกระถางผักและเพิ่มสายพันธุ์กระทั่งออกมาสู่รั้วกำแพงบ้าน เมื่อสีรั้วเหล็กที่เก่าจนหลุดล่อนต้องปรับปรุง แต่การทาสีรั่วใหม่ย่อมมีค่าใช้จ่าย “จะทำอย่างไรดี? ” เธอคิดในระว่างก่อนจะปิ๊งไอเดียจับผักแบบคอนโดที่ได้แรงบันดาลใจจากสวนเกษตรจังหวัดพะเยา ทำให้สีของรั้วจากต้องทาเลยกลายเป็นรั้วผักแทนตั้งแต่นั้น

“เพื่อนๆ เวลามาก็จะแซวบอกเปลี่ยนไม่ประดับเป็นไม่ปะแดก ไม้สวยอย่างเดียว แต่ผักสวยด้วยและกินได้ด้วย หรือคนในหมู่บ้านเขาทำครัวอยู่แล้วขาด ก็ขี่มอไซค์มาขอกะเพรา กะเพรา พริก โหระพา นิดๆ หน่อยๆ ไปซื้อก็ 5-10 บาท เรายินดีมากๆ เพราะยิ่งตัดให้ยิ่งแตกยอด กินแทบไม่ทันแล้ว คือมันเป็นความสุขนะ นอกจากเราได้กินเองคนที่เรารักได้กิน เราแบ่งปันมันเป็นพลัง ผักสร้างพลังบวกทำให้เรามีความสุขมากๆ”

ปัจจุบันสวนผักของแม่ตอนนี้มีมากกว่า 10 ชนิดที่เรียงรายเต็มพื้นที่บ้านเดี่ยว 90 ตารางวา ทั้งพันธุ์พืชผัก มะเขือพวง มะเขือเปาะ มะเขือยาว คะน้า ผักบุ้ง แตงกวา ผักชีฝรั่ง ต้นหอม ผักกาดหอม กวางตุ้ง ผักสลัด ฯลฯ ซึ่งทำให้ช่วยลดค่ามื้ออาหาร 3 มื้อได้กว่า 300 บาทต่อหนึ่งวัน

“ไปซื้อตลาดทำ 3 เมนูผักสลัดถุงหนึ่ง 30 บาท กิโลกรัมละ90 บาท เราได้ไก่1ตัว ราคาเพิ่มเป็นเท่า สองเท่า ไหนเวลาไปหิวน้ำก็ต้องซื้อ ออกไปแล้วมีแต่ค่าใช้จ่าย แม่ปลูกหน้าบ้านเดินไปเด็ดปุ๊บจบทำกินได้เลย” เธอกล่าว

ทุกคนปลูกได้ ทุกหลังปลูกดี

จิดาภาบอกว่าอยู่ที่การบริหารจัดการและมีใจที่อยากจะเริ่ม เพราะทุนเริ่มต้นน้อยใช้แค่เพียงไม่เกิน 100 บาทเท่านั้น

“ลองเริ่มปลูกต้นง่ายๆ ที่เราชอบกินก่อน ได้มีแรงกกำลังใจ แรงบันดาลใจให้เจอ อย่าปล่อยวันคืนผ่านไป รีบปลูกมันก็โตทันกิน  ไม่อย่างนั้นเวลาก็ผ่านไป” เธอว่าต่อ “1.กระถางใบละไม่ถึง 10 บาท หรือจะตัดขวดน้ำก็ไม่เสียเงิน 2.เมล็ดพันธุ์ ซอง 1 15 บาท ปลูกได้ 50-100 ต้นแล้วแต่ชนิด เพราะกล้าก็หลายเมล็ดขึ้นพร้อมกันก็แยกมากระถางละต้น ได้ไม่แย่งอาหารกัน 3.ดิน 5 กิโลกรัม ถุงละ45 บาท ปลูกได้ 20-30 ต้น”

เมื่ออุปกรณ์พร้อมพื้นที่ปลูกจะใช้พื้นที่ดาดฟ้า ระเบียง ข้างกำแพง ได้หมดทั้งสิ้น ตั้งให้เรียงชั้นกันขึ้นไปให้เป็นระเบียบ

“ไม่ต้องกังวลเรื่องแดดจะแรงหรืออ่อนผักขึ้นแน่นอน ลดน้ำให้ถึงใส่ปุ๋ยให้ถึง ปุ๋ยก็มาจากเวลาที่เราเปลี่ยนผักใหม่หรือทานผักเหลือ เอามาทำน้ำจุลินทรีย์หมักใส่น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม น้ำ 5 ลิตร ในถัง 1 เดือนเอามาลดไล่แมลง ช่วยให้ผักงาม”

กูรูผักยุคใหม่ ‘สวยและรวยมาก’

หลังจากปลูกผักกินในครอบครัวส่วนใครขาดเหลือก็แบ่งปันให้ จิดาภาพบว่าตัวเองมีความสุขล้นขึ้นในทุกๆ วัน เพราะหลายต่อหลายคนที่พบเห็นก็มักจะขอถ่ายรูปกับผักหน้าบ้านเธอและขอคำปรึกษาการปลูกดังกล่าว

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ลูกสาวจึงได้สร้างเพจเฟซบุ๊กให้เพื่อได้และเปลี่ยนพบปะพุดคุยกับคนอื่นๆ

“เราฉีกแนวเกษตรกรยุคใหม่” เธอกล่าวก่อนจะเล่าต่อถึงการปลูกผักสไตล์คนเมืองที่ทำผักสวนครัวไม่จำเป็นต้องใส่ผ้าถุง เสื้อม่อฮ่อม เราเป็นคนเมือง เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ต่อให้ไม่มีผักก็เป็นอย่างนี้ ผักแค่มาเพิ่มรายละเอียดในชีวิตให้ดีขึ้น

“เพจตอนนี้เปิดมา2เดือนกว่าๆ มีคนติดตามอย่างรวดเร็วถึงหมื่นกว่าคน (ยิ้ม) เราก็ดีใจสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นอยากปลูกผักด้วย เพราะไม่เพียงประหยัด สีเขียวของพืชผักที่เราปลูกจะสร้างพลังงานบวกดีๆ ให้กับพื้นที่รอบข้างและยังมอบความอุดมสมบูรณ์ ความมั่นคงทางอาหาร เชื่อมโยงเรากับความสดชื่นมีชีวิตชีวา สุขภาพที่แข็งแรงขึ้น จากที่เจ็บป่วยตามอายุ แต่พอปลูกผักกินเองอายุมากขึ้นกลับป่วยน้อยลง

“แถมยิ่งแก่ยิ่งมีคนชมว่าสวยขึ้น คือมันอาจจะเป็นอุปสงค์-อุปทาน กินผักมีประโยชน์ สองสุขภาพดี จิตเราดี ร่างกายก็สดใสไม่แก่ไว อะไรๆ มันก็ดีไปหมด และการปลูกผักก็ทำให้ออกกำลังกาย ทุกอย่างทำให้เกิดแอคทิวิตี้ได้เคลื่อนไหวร่างกาย” 

และนี่ก็คือเรื่องราวระหว่างคนกับผักที่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ของการใส่ใจสุขภาพที่ดีจนต่อยอดก่อเป็นความสุขทางร่างกายภายนอกที่เป็นแบบอย่างที่ดีได้ในการดำเนินชีวิตไม่ว่าจะยุคไหนสมัยใดก็ตาม