7 วันเกือบหมื่น "ไข่เค็มบ้านสารภี" เจ้าแรกในโลก "ต้มยำ-กะเพรา-กาแฟ-ปลาร้า"

วันที่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 15:35 น.
7 วันเกือบหมื่น "ไข่เค็มบ้านสารภี" เจ้าแรกในโลก "ต้มยำ-กะเพรา-กาแฟ-ปลาร้า"
"สุชล สุขเกษม" ปราชญ์เกษตรแห่งสมุทรสงคราม ชายผู้สร้างนวัตกรรมไข่เค็มรสต้มยำ รสกะเพรา รสกาแฟและรสปลาร้า เจ้าแรกและเจ้าเดียวในโลก!

เรื่อง : รัชพล ธนศุทธิสกุล

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ,ปัณณธร แจ้งประโคน

จากผลผลิตไข่เป็ดดิบที่ตกค้างเหลือขายในสวน “ลุงชล” หรือ “สุชล สุขเกษม” เกษตรกร ต.จอมปลก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม นำมาแปรรูปเป็นไข่เค็มสุดแปลกที่มีที่เดียวในโลกใบนี้

โดยมีขายจำหน่ายด้วยกัน 4 รสชาติ  ได้แก่ ไข่เค็มรสต้มยำ ไข้เค็มกะเพรา ไข่เค็มกาแฟและไข่เค็มปลาร้า

ตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี สร้างเงินอาทิตย์ละกว่า 8,000 บาท ตกต่อเดือนๆ มีเหยียบครึ่งแสน

ฉีกกฎวงการไข่เค็ม

ปฐมบท 'ไข่เค็มบ้านสารภี'

สุชลเล่าว่าจุดเริ่มต้นไข่เค็ม 4 รสชาติแปลก อาทิ รสต้มยำ รสกะเพรา รสกาแฟและรสปลาร้า เกิดจากนวัตกรรมทางความคิดการเป็นเกษตรกรพอเพียงตามแนวพ่อหลวงร.9 เมื่อปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ได้รับผลผลิตเพื่อขาย ส่วนหนึ่งต้องกักเก็บไว้เพื่อนำมาแปรรูปสร้างมูลค่า

“นายหลวงท่านทรงเคยตรัสสอนไว้ว่าทำอะไรก็แล้วแต่ อย่าทำแค่อย่างเดียว”

เพราะโลกนั้นเปลี่ยนแปลงไว ต้องพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง การจะตามยุคตามสมัยให้ทัน ก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบท ลุงสุชลเล่าด้วยใบหน้าที่อิ่มเอมใจต่อว่าถ้านำไข่เป็ดที่เลี้ยงไปขายก็ตกแค่ฟองละ 4 บาท ขณะที่หากแปรรูปเป็นไข่เค็มสามารถทำเงินได้เพิ่มขึ้นอีกเกือบ 2 บาท หรือ 50 %

สุชลจึงทำไข่เค็มในรูปแบบธรรมดาทั่วไปที่หาซื้อได้ตามตลาด แต่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด ในปีพ.ศ.2553 เลยริเเริ่มทำรสชาติที่แปลกแหวกตลาด ออกมาเป็นรส ‘ไข่เค็มซีอิ๋ว’ ซึ่งยอดขายดีเฉพาะกลุ่มลูกค้าสูงวัย ก่อนที่ปีถัดมาจะทดลองทำไข่เค็มใบเตยออกมาอีก แต่ทว่ายอดปังแค่ในช่วงแรกๆ 4-5 เดือน หลังจากนั้นก็ขายแทบไมได้เลย

“ไปดังไปเตยอาร์สยามกันแทน ปี 2554” สุชลยิ้ม “เราทำซ้ำๆ ที่อื่นเขาก็มี การทำอะไรขึ้นมา อย่าไปทำซ้ำๆ กัน พลิกแพลงให้แตกต่างออกไป โจทย์ในการจำหน่ายมันก็จะสูงขึ้น”

ในปีพ.ศ.2556 ความคิดสุชลตกผลึกฉีกกฎวงการไข่เค็มทุกที่ที่มีอยู่บนโลกนี้ด้วย ไข่เค็มต้มยำและไข่เค็มกะเพรา ก่อนที่รสไข่เค็มกาแฟและไข่เค็มปลาร้าจะออกมาในเวลาติดๆ กัน

อรุณรุ่งแห่งอรรถรสพิศดาร

‘รสดี’ หอมตั้งแต่ผ่าเปลือก

สุชลบอกว่า ‘อรรถรส’ ในกลิ่นที่พุ่งออกมาหอมโชยเตะจมูกให้ชวนรับประทานตั้งแต่ผ่าเปลือกออกสร้างความแตกต่างไข่เค็มสมุนไพร 4 รสชาติแปลก อย่าง รสต้มยำ รสกะเพรา รสกาแฟและรสปลาร้านั้น ต่างจากไข่เค็มธรรมดาทั่วไปที่จะมีแค่รสเค็มและความมันของไข่แดงเพียงเท่านั้น

โดยวิธีการทำเคล็ดลับก็ไม่ต่างจากการทำไข่เค็มทั่วไป ใช้เกลือ น้ำเปล่า ไข่เป็ด แต่สูตรของสุชลจะเพิ่มวัตถุดิบปรุงรสเป็นตัวชูโรงให้แตกต่าง

“เอาไปใส่ส้มตำ ยำ เป็นตาแซ่บมากเลย” สุชล ระบุผลิตภัณฑ์ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภีเมื่อนำไปประกอบกับอาหาร “รสต้มยำก็ใส่ข่า ตระไคร้ ใบมะกูด พริก 1 จาน รสกะเพราก็ตำกระเทียมพอละเอียด ใส่ใบกระเพรา 1กำมือ พริกขี้หนูไม่ต้องเด็ดขั่ว 10 กว่าเม็ด รสปลาร้าใส่ปลาร้าครึ่งกิโล รสกาแฟใช้กาแฟอราบิก้า 1 ถ้วยตวง”

ขั้นตอนการทำเริ่มจากเกลือ 1 ถ้วย ต่อน้ำเปล่า 4 ถ้วย จากนั้นใส่เครื่องปรุงที่ต้องการเอามาต้ม 10 นาที ตั้งให้เย็น นำไข่เค็มทั้ง 6 ฟองที่จะทำไปล้างด้วยที่ล้างจานชนิดฝอยขัดเพื่อเปิดปากรูผิวไข่ให้น้ำเครื่องปรุงสามารถซึมเข้าไปได้

จากนั้นเรียงใส่ในกระปุกโหลและเทนำ ถ้าไข่ลอยให้นำใบเตยกดทับไว้ ปิดฝาทิ้งไว้ 8 วัน (ไม่นับรวมวันที่ทำ) สามารถนำมาทอดกินได้ หากต้องการทานแบบต้มก็ต้องทิ้งไว้เป็นเวลา 15 วัน

ทั้งสำคัญหลังจากดองไข่เค็มในรอบแรกเสร็จสามารถนำน้ำที่ดองในรอบแรกมาดองซ้ำได้อีก1 ครั้ง แต่ในรอบที่2 ต้องทิ้งไว้นานกว่า 2-3 วัน อย่างถ้าต้องการทอดกินต้องดอง 10 วัน ส่วนถ้าต้มต้องดองไว้ 18 วัน

“พอดองครบ เอาน้ำดองมาเทใส่กะละมังทำสปาเท้า เอาไปใส่ต้นไม้ให้ดินมีธาตุอาหาร เทเป็นปุ๋ยบำบัดน้ำเสีย น้ำดองจะไปบล็อคตัวไข่ลูกน้ำให้ไม่ฟักตัว เหลือกะปุกก็เอาไปใส่กะปิได้อีก” สุชล กล่าวถึงกระบวนการของไข่เค็มสมุไพรที่นอกจากรสชาติแตกต่างหนึ่งเดียวในโลก ยังได้รางวัลผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

บาร์บีคิว ช็อคโกแลต 'รสอนาคต'

เกิดเป็นคนต้องไม่หยุดทำ

สุชลกล่าวว่า ในอนาคตจะพัฒนาต่อยอดไปเรื่อยๆ โดยในตอนนี้ก็มีที่กำลังทดลองทำรสชาติบาร์บีคิวและช็อคโกแลต แต่ยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการทดลองทำ เนื่องจากในปัจจุบันยอดขายมีจำนวนอาทิตย์ละ 500-1,000 ฟอง ซึ่งนับเป็นจำนวนมากที่ต้องดูแลควบคุม

“ยอดขายตอนนี้ตก 8,000 บาทต่ออาทิตย์ เลยต้องค่อยพัฒนาเรื่อยๆ เรื่องรสอื่นๆ ให้ได้ในรสที่คิด เพราะว่าพระองค์ท่านตรัสว่า “คิดอะไรได้ให้ทดลองทำ ทำจากสิ่งที่ใกล้ตัว” เราทำไข่มาได้ยอดขายดีแล้วก็พัฒนาต่ออีก”

โดยไข่เค็มบ้านสารภีนั้นก็เริ่มต้นตั้งแต่ 7-8 บาท ต่อฟอง หากใส่บรรจุภัณฑ์ประเภทกระปุกราคา 60 บาท มีไข่เค็ม 6 ใบ สามารถทำได้ทั้งเมนูทอดและต้ม ซึ่งสามารถสั่งซื้อได้ทาง ‘ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี’ หรือ ‘งานเกษตรแฟร์ของทางหน่วยงานภาครัฐ’

“ใครสนใจมาเยี่ยมชมหรือมาศึกษาองค์ความรู้แบบนี้นำไปพัฒนาสร้างอาชีพให้ตัวเอง มาได้ฟรีพาครอบครัวมาเลย ถ้าเป็นกรุ๊ปคณะขอค่าน้ำค่าไฟนิดหน่อย ลุงชลยินดีต้อนรับ” เขากล่าวทิ้งท้าย 

********************

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี ตั้งอยู่ที่ต.จอมปลก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เบอร์โทรศัพท์ 086-178-4157 สุชล สุขเกษม