เซลล์แมนสาวนักขายการช่วยเหลือ COVID-19 “พิมลวรรณ ศิลป์วิเศษสรรค์”

วันที่ 30 มี.ค. 2563 เวลา 18:45 น.
เซลล์แมนสาวนักขายการช่วยเหลือ COVID-19 “พิมลวรรณ ศิลป์วิเศษสรรค์”
“โควิดก็โควิดเหอะ ไทยขวิดน้ำใจช่วยเหลือกันไวรัสมันก็จะน้อยลง” เซลล์แมนสาวแห่งเดอะบิ๊กเบนคอร์ปอเรชั่น ถึงแม้กักตัวแต่ไม่กักใจ นำนมกับขนมตั้งใส่ถังหน้าบ้านและขับรถแจกอาหารช่วยคนตกงานและเผชิญที่ลำบากในวิกฤตโควิด-19

เรื่อง : รัชพล ธนศุทธิสกุล

ท่ามกลางช่วงเวลาที่หลายๆ คนเลือกที่จะกักตุนอาหารและเครื่องใช้ที่จำเป็นในการะประทังชีวิต แต่แทนที่เธอจะเลือกใช้คืนวันสบายๆ ที่แทบไม่ได้รับผลกระทบ เพราะ ‘work from home’ ทำงานอยู่บ้านกับแล้วได้รับเงิน “โอ๊ต-พิมลวรรณ ศิลป์วิเศษสรรค์” เซลล์แมนสาววัย 39 เลือกที่จะกักแต่ตัว

ขณะที่หัวใจโบยบินออกช่วยเหลือโดยการตั้งถังใส่ขนมและอาหารแห้งหน้าบ้าน และทุกครั้งที่ออกไปทำธุระก็ยังอุตสาหะแพ็คปลากระป๋อง ข้าวสาร เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หน้ากากอนามัย ฯลฯ ติดท้ายรถแจกจ่ายอีกด้วย

โควิด-19 หรือจะสู้ไทยขวิดใจช่วย!

จุดเริ่มต้นที่แจกอาหารแห้งของพิมลวรรณบอกว่า เกิดจากการเห็นสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่1-2 ปีที่ผ่านมาและพอในปีนี้ก็ยังมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีก อาชีพเซลล์แมนอย่างเธอได้เห็นภาพของคนที่กำลังลำบากจากการต้องปิดร้าน บางคนท้อท้อจากการขายของไม่ได้จนถึงขั้นอยากตาย ทำให้เธอสลดใจและคิดว่าต้องมีสักอย่างที่พอช่วยได้บ้างสักทาง

“มันสลดใจ เขาท้อ บ่นอยากตาย พนักงานตามห้างเองต้องหยุดงาน แล้วเขาจะเอาอะไรให้ลูกเขากิน ก็คิดว่ามันต้องมีสักอย่างที่เราช่วยได้ซิ”

ในระหว่างการกักตัวช่วงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พิมลวรรณก็เลยเปลี่ยนบ้าน ‘ศิลป์วิเศษสรรค์’ ให้เป็นพื้นที่แห่งการช่วยเหลือ โดยหวังว่าไม่มากก็น้อยอาจบรรเทาเบาบางในเรื่องของปากท้อง “วิกฤตแบบนี้ถ้าเราจะก้าวไปด้วยกัน การที่คนมีน้ำใจให้กันมันเป็นเรื่องใหญ่”

เซลล์แมนสาวบอกว่าไม่ว่าจะบริจาคสิ่งของที่ส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ หรือที่ทุกคนทำกันอยู่ในการกักตัวอยู่บ้านช่วยคุณหมอนั้นล้วนแต่เป็นกำลังใจที่สำคัญ ตัวเธอเองจึงเริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างการนำขนมและอาหารแห้งนำใส่ถังและบนรั้วหน้าบ้าน พร้อมกับป้ายแสดงคำขอบคุณ ‘ขอตอบแทนน้ำใจพวกพี่ที่ดูแลเราเสมอ ช่วงนี้มีโรคระบาดโควิด เศรษฐกิจก็ย่ำแย่มาก ขอให้ดูแลรักษาตนเองให้ดี ให้ปลอดภัย สู้ไปด้วยกัน’ เพื่อให้บุรุษไปรษณีย์ พนักงานส่งอาหาร ตลอดจนเจ้าหน้าที่เทศบาลกำจัดขยะ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการทำงานมีกำลังใจที่จะทำหน้าที่

“คือถ้าคนไทยเอามือยื่นเข้ามาช่วยกัน เพื่อนจับมือเพื่อน เพื่อนอีกคนเอามือจับเพื่อนอีกคน มันผ่านพ้นได้ไม่ยาก โควิก็โควิดเหอะ ไทยขวิดน้ำใจช่วยเหลือกันไวรัสมันก็จะน้อยลง เราคิดแบบนี้แล้วเราจะผ่านไปด้วยกัน”

ควบรถปลุกไทยตื่น ‘ช่วยกัน’

หลังจากวางใจที่จะเป็นหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ลำบากจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 เซลล์แมนสาวตระหนักได้อีกว่าในวิกฤตแบบนี้ถ้าเราจะก้าวไปด้วยกันเอาชนะเชื้อร้าย คือการที่ปลุกให้คนไทยทุกคนเล็งเห็นถึงการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วงอาทิตย์ที่แล้วเธอจึงทำเป็นตัวอย่างในการบรรจุอาหารแห้ง อาทิ 1.บะหมี่กึงสำเร็จรูป 2.ปลากระป๋อง 3.แซนวิช  4.น้ำพริก 5.เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ 6.หน้ากากอนามัยและอื่นๆ อีกมากมายออกมาแจกจ่ายระหว่างที่ขับรถไปทำธุระ

“คนตกงานไม่มีงานทำที่เวลานี้เยอะมากจะได้หยิบให้เขาได้เลย คือไทยช่วยไทยยังไงก็รอด ยิ่งคนไทยใจดีมีจิตใจช่วยเหลือ การที่คนมีน้ำใจให้กันมันเป็นเรื่องใหญ่ในช่วงเวลาแบบนี้ ก็เลยโพสต์ลงเฟซ ‘หมาโอ๊ต สุดดื้อ’เพราะรู้ว่าการแชร์มันจะทำให้กระจายไปได้ไกล แต่อาจจะไม่กล้าแสดงออกหรือไม่รู้จะช่วยเหลือที่ไหน จะช่วยใครยังไงดี

“ซึ่งการลดการแพร่ระบาด คนที่จำเป็นต้องออกมาทำงาน มาหากิน ถ้าเขาไม่ต้องหิวท้องหรือลำบากที่จะต้องออกมาหารายได้ เขาก็อาจจะอยู่บ้าน เราช่วยกันตรงนี้โรคก็จะลดการแพร่ระบาดได้”

ไม่ได้คิดหวังดังหรือสร้างภาพ หรือว่ามีสตางค์เยอะ แต่แค่ตรงนี้ทำแล้วเขาเอาไปกินอย่างมีความสุข ก็มีความสุขใจตามไปด้วยแค่นั้น ต่อให้รู้ว่าเหนื่อยมากถ้าเปิดตัว แต่ก็ยินดีที่ทำทุกอย่างที่เป็นส่วนรวมให้ดีเพราะคนเดียวไม่อาจจะช่วยให้สิ่งเหล่านี้ไปทั่วถึงได้  

“จากที่ทำกันเองในบ้าน จากเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ แอลกอฮอล์แบบน้ำ หน้ากากอนามัย 3 หมื่นกว่าบาทที่ซื้อมาไม่รวมค่าส่งกระจายให้ เราไม่ได้ตั้งงบ น้องถามว่าตั้งงบไหม เราบอกไม่ เราตั้งแค่ว่าจะทำเท่าที่เราทำได้ แต่ก็มีผู้ใหญ่ประสานติดต่อมาร่วมด้วยช่วยกันส่งสิ่งของ อย่างหมี่โคราชหลวงพี่ท่านก็ส่งมาร่วมช่วยกันในส่วนนี้ คือเราเขาใจพนักงานที่กำลังลำบากตอนนี้ เพราะเราก็พนักงานเหมือนกันมันลำบาก เราพอช่วยได้เราก็ยินดีที่ทำเพื่อคนรอบตัวได้ที่เป็นจุดศูนย์กลางกระตุ้นช่วยเหลือกัน”

ไม่รู้ว่าบุญหน้าตาเป็นอย่างไร

“ขอให้คนไทยปลอดภัยก็พอ ไม่รู้ว่าบุญหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เราทำแล้วมีความสุข เวลาที่เขากินอิ่มเราก็มีความสุขแค่นั้นเอง” เซลล์แมนสาวกล่าวสิ่งที่ย้ำบรรทัดฐานของชีวิต ซึ่งไม่ใช่แค่ห้วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 เวลานี้เท่านั้น ที่ชื่อ ‘พิมลวรรณ’ ได้กลายเป็นที่ชื่นชม

ระยะเวลากว่า 10 ปีหญิงสาวผู้นี้เป็นจิตอาสาเบื้องหลังให้สังคมดีขึ้นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ซึ่งเกิดจากการที่บ้านมีพื้นฐานเป็นคนใจดีเป็นแบบอย่าง เวลาไปเที่ยวเจอที่สัตว์ที่น่าสงสาร เช่น ลิงที่เขาตะเกียบหรือที่เขาหลอด เธอก็กลับมาและส่งอาหารให้ทุกเดือนเป็น 40-70 กระสอบๆ  กระทั่งแม้แต่น้องหมา น้องแมว ที่วัดโตนด จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มีกว่า 500 ตัว ก็ออกตัวช่วยระดมทุนช่วยเหลือ

“ไปช่วยตัดขนหมากับพี่แอ๊ดดี้ เกรียงไกร ฮีโร่ของหมาจร เราก็ทำ ขนน้ำช่วยเลียงผา บริจาคอุปกรณ์ให้นกเงือกก็ทำ ซึ่งคนจะรู้จักเราในชื่อแฮชแท็กทีมลูกลิงเขาตะเกียบ ทีมนั้นทีมนี้” เธอยิ้มเต็มดวงหน้าอย่างสุขใจอย่างที่คนที่ทำเท่านั้นที่ล่วงรู้

“คือจริงๆ ที่หน้าบ้านก็จะมีของวางตลอดเวลา แต่แรกๆ จะเป็นผลไม้ ส่วนของในรถก็ข้าวสาร ปลากระป๋อง และก็มีส่งสิ่งของต่างๆ ทางเฟซบุ๊กให้คนที่ลำบากที่เขาไม่มี สามารถมาลงชื่อให้ส่งสิ่งของให้ เพราะเราเป็นเซลล์เราต้องไปทุกที่ในกทม. และปริมณฑล 5 จังหวัด ลูกค้านัดที่ไหนก็ไปที่นั้น ทุกครั้งมีขอติดรถไปทุกครั้ง เจอใครที่ไม่มีก็จะมีเอาข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้เขา

“มันก็พัฒนามาเรื่อยๆ เห็นแม่อุปการะเลี้ยงแมว 100 ตัว พี่สาวก็เลี้ยงแมว 40 กว่าตัว มันก็ค่อยๆ ซึมซับโดยที่เราไม่รู้ว่าบุญหน้าตาเป็นยังไง รู้แต่ว่าถ้าเราให้เขาแล้วเขาเอาไปกินแล้วเราเห็นเวลาเขาอิ่มเรามีความสุขแค่นั้นเอง ไม่มีอะไรมาก สุดท้ายก็ขอให้คนไทยปลอดภัยและก้าวข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” เธอกล่าวทิ้งท้าย