ตรุษจีนพิจิตรฉายหนังกลางแปลงในสุสาน ให้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษดู

วันที่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 21:03 น.
ตรุษจีนพิจิตรฉายหนังกลางแปลงในสุสาน ให้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษดู
แปลกแต่จริง! วันตรุษจีน ฉายหนังกลางแปลงให้ผีดูมา 55ปีต่อเนื่อง เพื่อให้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษในสุสาน งานนี้คนฉายหนังเผยเคยเจอดีมาแล้ว

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2563 วันนี้ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ชาวจีนเรียกว่าวันชิวอิก หรือวันเที่ยว รวมถึงยังมีความเชื่อที่เล่าสืบทอดต่อกันมาว่า ประตูนรก-สวรรค์ จะเปิดเพื่อปล่อยให้ดวงวิญญาณของผู้ที่ล่างลับไปแล้วได้มารับส่วนกุศลหรือส่วนบุญที่ลูกหลานประกอบพิธีเซ่นไหว้ ดังนั้น 55 ปีต่อเนื่องมา กรรมการของมูลนิธิพิจิตรสามัคคีฯ ที่ดูแลสุสานวัดมูลเหล็ก ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านดงชะพลู ต.คลองคะเชนทร์ อ.เมืองพิจิตร จึงได้จัดการฉายหนังกลางแปลงให้ผีดูอย่างต่อเนื่องมา ซึ่งถือเป็นกิจกรรมหรือประเพณีที่แปลกแหวกแนว

นายอนุศิษฐ์ หลิมศิริวงษ์ รองประธานมูลนิธิพิจิตรสามัคคีฯ ฝ่ายสุสาน เล่าให้ฟังว่าฉายหนังกลางแปลงมอบความบันเทิงให้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษชาวจีน รวมถึงชาวไทยเชื้อสายจีนที่ล่วงลับไปแล้ว และฝังอยู่ที่สุสานแห่งนี้จำนวน 330 หลุม โดยฉายหนังกลางแปลงแบบนี้มาตั้งแต่ พ.ศ.2508 นับถึงวันนี้ 55 ปีเต็ม โดยในวันนี้จะฉายภาพยนต์ 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ เรื่องโป่งเซียง ซึ่งเป็นภาพยนตร์สำหรับไหว้เจ้าที่และวิญญาณบรรพบุรุษ ส่วนเรื่องที่สอง คือ เรื่องเจ้าแม่ตะเคียน และเรื่องที่สาม คือ เรื่อง โปงลางสะดิ้ง ซึ่งเป็นหนังผีแนวตลกขบขัน

ด้าน นายบุญเชิด คุ่ยคร้าม เจ้าของและผู้จัดการบุญเชิดภาพยนตร์ กล่าวว่า ตนเองเดินทางมาฉายภาพยนตร์ให้กับวิญญาณบรรพบุรุษชมมากว่า 50 ปี แล้ว ตั้งแต่สมัยเป็นลูกน้อง จนถึงวันนี้มีทีมงานเป็นของตนเอง แต่ยุคปัจจุบันหนังกลางแปลงกำลังจะสูญหายจากงานวัด งานประเพณี รวมถึงอาชีพคนฉายหนังกลางแปลงก็ค่อยๆเลิกลากันไป แต่ตนเองด้วยใจรักจึงยังคงทำอาชีพนี้อยู่มาฉายหนังกลางแปลงให้ผีดูที่มูลนิธิพิจิตรสามัคคีแห่งนี้ได้รับค่าจ้างไม่มาก พอได้เป็นเบี้ยเลี้ยงลูกน้องและพออยู่ได้ก็พึงพอใจแล้ว

นอกจากนี้เมื่อประมาณ 20 ปีก่อนก็มาตั้งเครื่องฉายหนังแบบนี้ วันนั้นเป็นคืนเดือนหงาย แต่เริ่มพลบค่ำจู่ๆก็ปรากฏร่างชายชาวจีนสูงอายุลักษณะเหมือนอาแปะแก่ๆ นุ่งกางเกงขาก๊วย ใส่เสื้อคอกลมสีขาวแบบคนจีน โผล่มายืนข้างๆตนที่กำลังใส่ฟลิม์จะฉายหนังมาชวนคุยถามว่า วันนี้ฉายหนังเรื่องอะไรบ้างก็ตอบไปว่า ฉายหนัง 3 เรื่อง ส่วนเป็นเรื่องอะไรนั้นจำไม่ได้แล้ว ขณะพูดคุยอยู่นั้นตนเองก็ก้มหน้าก้มตาอยู่กับเครื่องฉาย พอสิ้นเสียงของการพูดคุยจึงเงยหน้าขึ้นมา ก็ปรากฏว่าอาแปะคนดังกล่าวหายวับไปกับตา ทำเอาขนหัวลุก แต่ไม่กล้าเล่าให้ลูกน้องฟัง ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ลี้ลับที่ได้พบเจอในสุสานแห่งนี้

การฉายหนังกลางแปลงให้ผีดูเริ่มฉายหลังจากพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าทันที ฉาย 3 เรื่อง กว่าจะจบ ก็เกือบเที่ยงคืน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างวังเวง จะมีผู้ชมก็แค่เพียงกรรมการของมูลนิธิพิจิตรสามัคคีฯ และคนเฝ้าสุสาน 4-5 คน เท่านั้น ที่ใจกล้า ใจถึง นั่งดูอยู่เป็นเพื่อนกันถือเป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่เกิดขึ้นที่สุสานแห่งนี้