คุกไม่ได้มีไว้ขังหมา : โกบอยครัช 'ยูทูปคนคุก' ถ่ายทอดเรื่องหลังกำแพงให้ชีวิตมีอิสระ

วันที่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 17:01 น.
คุกไม่ได้มีไว้ขังหมา : โกบอยครัช 'ยูทูปคนคุก' ถ่ายทอดเรื่องหลังกำแพงให้ชีวิตมีอิสระ
จากเหตุการณ์ออกจากโรงเรียนพลิกให้ชีวิตรู้จักคำว่า ‘การให้’ ส่งนักธุรกิจหนุ่มสละเงินส่วนตัวพาตัวเองเข้าไปในเรือนจำเพื่อสะท้อนภาพและสกัดจุดไม่ให้ก้าวพลาดทำผิดกฎหมาย

***********************************

โดย…รัชพล ธนศุทธิสกุล

ด้วยหวังให้เกิดการ ‘ให้โอกาส’ และ ‘ตระหนัก’ ในการใช้ชีวิตฟรีๆ ผ่านรายการ ‘เพื่อนข้างใน’ หรือ ‘Friend Inside’ ซึ่งความจริงใจในการทำรายการพาให้ใครต่อใครพากันติดตามกว่า 6 แสนคน  และยิ่งกว่านั้นคืออยากรู้ว่า “โกบอยครัช” เป็นใคร...?

โพสต์ทูเดย์จึงพามารู้จักชีวิตก่อนจะผันตัวเองมาเป็นยูทูปเบอร์ ของ “ธนวัฒน์ ชาวสมุทร” หรือ “โกบอย” เจ้าของกิจการทัวร์ “แกรนด์ อันดามัน ทราเวล” ที่สื่อต่างๆ รู้จักเขาในฐานะนักธุรกิจผู้ริเริ่มคนแรกที่ทำให้เราได้เห็นความงามของเกาะหัวใจมรกตแห่งทะเลพม่า ปีนี้เขาอายุ 46 ปี เป็นลูกคนโตจากทั้งหมดสามคนของครอบครัวชาวประมง มีพ่อเป็นหนุ่มมหาชัย ส่วนแม่เป็นสาวแม่กลอง

“ไม่รู้พ่อแม่เจอกันได้ยังไง แต่หลังแต่งงานย้ายตามคุณตามาตั้งรกรากที่ระนอง ทำอาชีพประมง ออกเรือ จากนั้นพ่อก็ทำงานเป็นช่างตัดและช่างซ่อมวิทยุสื่อสารเรือ แม่ก็ช่วยขายของผ่อน พวกทอง ผ้านวม ผ้าห่ม ชีวิตตอนเด็กๆ ช่วงนั้นก็เลยไม่ค่อยลำบาก” เขาเผยประวัติก่อนจะพาไปทัศนาจรจุดเริ่มต้น

หนุ่มระนองแม่สอนรู้จักให้

ธนวัฒน์เล่าว่าจุดพลิกผันที่ทำให้ก้าวเข้าสู่จิตอาสาทำรายการถ่ายทอดประสบการณ์ของนักโทษ หลังประสบความสำเร็จทางการเงินจากธุรกิจทัวร์ที่ริเริ่มการนำเที่ยวในทะเลประเทศเมียนมาร์ “แกรนด์ อันดามัน ทราเวล” เมื่อ 6 ปีที่แล้วเป็นเจ้าแรก เริ่มจากการออกเรียนชั้นม.3

“เรียนแล้วปวดหัว ชอบที่จะเจราจาและค้าขายมากกว่า ทีนี้พอออกช่วยแม่ ขับรถส่งของผ่อน เก็บเงินค่าของ แม่ก็สอนเรื่องค้าขายแต่ไม่รู้ว่ามันเอาไปใช้ได้หมดในชีวิต”

โดยบทเรียนแรกของแม่คือ ความนอบน้อม ‘ต้องรู้รุ่น’ คนไหนต้องเรียก ลุง น้า ตา  อายุเท่ากันให้เกียรติเรียกพี่และยกมือไหว้

ส่วนบทเรียนที่สองเรื่องของความเป็น ‘สุภาพบุรุษ’ เป็นผู้ให้ง่ายๆ ด้วยเรื่องเล็กๆ อย่างจ่ายค่าอาหารเวลากินกับเพื่อนหรือแฟน

“แม่จะบอกเสมอการยกมือไหว้เป็นการลงทุนที่ถูกที่สุดและให้ผลดีที่สุด และมันพาต่อยอดให้เห็นอกเห็นใจ เห็นคนลำบากต้องช่วยเหลือ มาเรื่องชอบที่จะทำบุญ วัดหัวลำโพงไปบริจาคโลงศพเดือนละเป็น 10 ครั้ง

“จริงๆ พูดไปใครก็อาจจะมองว่าสร้างภาพ แต่เราเปล่า มันซึมเป็นตัวเรา แต่ก่อนจะมีวันนี้ ช่วงล้มละลายเจ๊งจากร้านขายโทรศัพท์ โดนโกงลงทุนบริษัทรับเหมาที่เกาะสมุย เงินเก็บจากงานโรงแรมที่ลงหุ้นและทำกับน้าสาวที่ระยองไม่มีเหลือ เงินมีเป็นล้านๆ อยู่ในบัญชี วันหนึ่งมันหมด มันทำให้รู้สึกว่า ชีวิตคนเรามันก็แค่อาหาร 3 มื้อ”

เพื่อนสร้างกำลังใจและโอกาส

หลังจากผ่านการเติบโตด้วยความคิดข้างต้น โกบอยก็เปลี่ยนทัศนคติไม่มองเรื่องเงินเป็นปัจจัยหลักในการนำชีวิต เขามองว่า ‘ธุรกิจที่ดี’ คือการผสมผสานรายได้เข้ากับประโยชน์ของสังคม ดังนั้นเมื่อโอกาสในการทำธุรกิจทัวร์นำพาให้รู้จักเหล่าบรรดาดาราและยูทูปเบอร์เวลาที่ว่างหลังช่วงมรสุมออกเรือพานักท่องเที่ยวทัวร์ไม่ได้นาน 6-7 เดือน รายการ ‘เพื่อนข้างใน’ (Friend Inside) จึงเกิดขึ้น

โดยมีวัตถุประสงค์แรก ‘แลกเปลี่ยนความผิดพลาด’ จากผู้ต้องขัง ซึ่งมีรูปแบบรายการช่วงแรกเป็นการพาศิลปินนักดนตรีไปร่วมทำกิจกรรมในเรือนจำให้คนภายนอกเห็นว่าข้างในหลังม่านเหล็กไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดหากทำให้ถูกจุด

“ตอนแรกจะหารายได้ช่วงที่ว่างขายของออนไลน์ ปรึกษาพี่หม่อมถนัดแดก เขาแนะนำว่าจะทำธุรกิจด้านนี้ต้องมีเอฟซีก่อน ก็มาร่วมลงทุนทำรายการกับนิกกี้ (ณฉัตร จันทพันธ์) เป็นรายการสนุกๆ แต่ทำไปสักพักได้ไปทำคลิปเกี่ยวกับเรือนจำพิเศษธนบุรี ตอนทำกิจกรรมมีนักโทษสูงอายุเขาเดินมาแล้วจู่ๆ กอดเราและบอกเราว่า ‘กลับมาอีกนะ’ และพอหลังเทปออกคนก็เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมเราอีก เราก็เลยมุ่งมาทางนี้ ต่อให้ทำแล้วไม่ได้เงินเพราะติดลิขสิทธิ์เพลงที่เราไม่อยากเปลี่ยนเมโลดี้ เพื่อให้คนที่ดูได้สัมผัสบรรยากาศจริงๆ”

แต่ดนตรีไม่เพียงฉายให้เห็นภาพสะท้อนของการตระหนักในการใช้ชีวิตสู่โลกภายนอกเท่านั้น ยังเป็นการให้กำลังใจนักโทษและเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ตัวหนึ่งที่สามารถกล่อมเกลาจิตใจนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่

“คนอยู่ข้างในกำลังใจมันสำคัญ ส่วนตัวผมก็รับพนักงานที่พ้นจากเรือนจำออกมา เขาก็เปลี่ยนแปลงตัวเองได้คนหนึ่ง อีกคนหนึ่งเดินเส้นทางเดิม”

แต่ 2 ได้มา 1 ครึ่งต่อครึ่งก็นับว่าคุ้มค่าสำหรับบอยที่เชื่อว่า ‘กำลังใจ’ นั้นสำคัญจะนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่ เพราะมีสัญญาณคือการบอกเล่าปากต่อปากของผู้ต้องขังที่ญาติมาเยี่ยมหลังดูคลิปของรายการ แม้เห็นเพียงเลือนรางจากการเซนเซอร์ใบหน้า แต่ญาติผู้ต้องขังก็ยังจำได้และดูคลิปนั้นๆ ด้วยร้อยยิ้มที่มีความสุข ซึ่งนั้นค่อยๆ ทำให้ทั้ง 2 ฝั่งกำแพงกั้นทลายลง

“คนข้างนอกมองไปให้ว่าเราไปทำกิจกรรม ทั้งๆ ที่เป็นเดนมนุษย์ ออกมาก็ทำอีก แต่คนเราการให้โอกาสคนมันเป็นสิ่งที่สำคัญ เรื่องของการให้โอกาสคนมันไม่มีวันสิ้นสุด อยู่ที่เราเลือกที่จะให้โอกาสเขาในรูปแบบไหนแค่นั้นเอง ที่จะช่วยให้เขากลับตัวได้

“สมมุติว่าครั้งแรกให้โอกาสให้กำลังใจกลับตัว แต่เขาพลาด ครั้งที่สองให้โอกาสแนะวิธี ครั้งที่สามมีมาแนะเส้นทาง ครั้งที่สีหรือครั้งที่ห้าชี้บอกทิศทาง ทำลักษณะนี้ที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งสอนผมหลังจากมีคำถามว่าเราควรให้โอกาสคนผิดพลาดกี่ครั้ง ซึ่งมันไม่ได้อยู่ที่จำนวนแต่เป็นรูปแบบที่ทำให้เขาเปลี่ยนได้”

พิธีกรสกัดจุดก่อนก้าวพลาด

จากการสร้างความเข้าใจของโลกในกำแพงและหลังกำแพงเข้าด้วยกัน โกบอยจึงผุดแผนพังรายการเพื่อนข้างในช่วงที่สองคือการสัมภาษณ์พิเศษนักโทษ เพื่อนำเสนอเรื่องราวผู้ต้องโทษเพื่อสกัดจุดคนที่ยังไม่เคยทำผิดได้นำไปยั้งคิดก่อนสาย

โดยในช่วงดังกล่าวนี้จะเน้นไปที่นักโทษผู้ที่ก่อคดีอุกฉกรรจ์ เนื่องจากเป็นตัวอย่างให้กับคนข้างนอกนำไปปรับใช้ได้หลากหลายแง่มุม จากสตอรี่ของเรื่องราวตั้งแต่ชีวิตพื้นฐานความเป็นจนนำไปสู่เหตุการณ์ที่คนๆ หนึ่งลุกขึ้นมาฆ่าคนได้ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย

“คบแฟนตอนแรกรักกันดี แต่พาตัวเองไปพัวพันจนติดคุก สัญญากับแฟนจะรอ แต่พอออกจากคุกแล้วแฟนกลับมีแฟนใหม่ เรื่องราวพวกนี้มันจะออกมาเป็นภาพให้คิดและเห็นเป็นช็อตต่อช็อต ส่วนมากที่เขาพูดระบายก็จะบอกว่า ‘ไม่คิดจะรู้จัก ไม่คิดจะฆ่า’ มันก็ไปสกัดปัญหาก่อนจะเกิดเหตุ เรื่องความรัก เรื่องเพื่อน ความจน ทุกเรื่องๆ ที่จะให้บันดาลโทสะคนที่ดูข้างนอก

“ตัวผมเองก็ได้จากพี่ๆ น้องๆ หลังกำแพง ผมใจเย็นลงเยอะเวลาขับรถโดนปาดหน้าไป บีบแตรเปิดกระจกด่า เรายิ้มบอก ‘ไปก่อนเลยครับพี่’  มันช่วยได้เยอะมาก ไม่เอาไปแลกดีกว่ากับอิสรภาพ”

“คุกไม่ได้มีไว้ขังหมา มันขังคนนะ เราพลาดง่ายๆ เลยถ้าไม่ควบคุม” เขาเน้นเสียงที่ไม่เพียงแต่ตัวเองแต่ยังมีหลายๆ ข้อความ ที่ส่งจากแฟนคลับถึงโกบอยบอกว่าเลิกพาตัวเองไปอยุ่จุดเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายเพราะคลิปนั้นคลิปนี้บ่อยๆ

“ผมก็จะทำต่อไปเรื่อยๆ เพราะมันมีประโยชน์ แม้ว่ามีคนบอกว่าเราหากินกับคนที่ติดคุก แต่จริงๆ เราไม่มีรายได้เลยช่วงที่สองการสัมภาษณ์ มันขึ้นตัวแดง ตัวส้ม ไม่มีสปอร์เซอร์มา คนดูเป็นล้านวิวได้เงิน 40 บาท แต่ถ้ามันทำแล้วสื่อความจริงที่ไม่ใส่หน้ากากเข้าหากัน และหน้ากากอันนี้ช่วยให้สังคมดีขึ้น ไม่ได้เงินก็ช่าง  ชีวิตคนเรามันก็แค่อาหาร 3 มื้อ ถ้าทำประโยชน์ได้เราก็ควรที่จะทำ คิดแค่นั้น

“สุดท้ายก็อยากจะฝาก คุกไม่ได้มีไว้ขังหมา มันขังคนนะ เราพลาดง่ายๆ เลยถ้าไม่ควบคุม ก็อยากให้ทุกๆ คนตระหนัก ในการใช้ชีวิต และอยากให้สังคมเข้าใจเรื่องของการให้โอกาส”

 

 

 

ภาพ โกบอยหัวใจมรกต