เศรษฐีในโลกมืด “พอลร์ ผู้พิชิตไพร” กะเหรี่ยงหนุ่มตาบอดเจ้าแห่งเนยถั่วของไทย

  • วันที่ 23 ต.ค. 2562 เวลา 17:14 น.

เศรษฐีในโลกมืด “พอลร์ ผู้พิชิตไพร” กะเหรี่ยงหนุ่มตาบอดเจ้าแห่งเนยถั่วของไทย

จากคนตาดีสู่คนตาบอด กะเหรี่ยงหนุ่มพลิกชีวิตสร้างธุรกิจเนยถั่ววางขายทั่วประเทศไทย สร้างรายได้และเงินไหลเวียนสู่ชุมชนมหาศาล

******************************

โดย...รัชพล ธนศุทธิสกุล

“พอลร์ ผู้พิชิตไพร” บุคคลมากความสามารถ ไม่ว่าด้วยสถานะชาติพันธุ์หรือการที่โรคส่งให้ตาบอดตั้งแต่วัยหนุ่ม ทั้ง 2 อย่างนั้นก็รวมกันให้ เด็กหนุ่มกะเหรี่ยง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของธุรกิจที่ไม่ใช่เพียงหวังผลประโยชน์ตัวเอง

ภายใต้แบรนด์การผลิต ‘Paul Food’ ตั้งแต่เด็กเล็กจนผู้ใหญ่อายุวัยเกษียณได้เกิดการสร้างงานทั้งมุมธุรกิจและมูลนิธิช่วยเหลือเพื่อเด็กผู้ด้อยโอกาส ณ ที่ บ้านสบเปิง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

“ผมได้โอกาสมาก็อยากให้โอกาส สร้างงานให้เขา เราอยู่บนโลก ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน” เขากล่าวเริ่มต้นหลังภาพเบื้องหน้างานโรงงานเนยถั่วที่ผสานกับมูลนิธิช่วยเหลือแบบลงตัวและการทำงานของคนหนุ่มกับคนชราวัยแก่แม้ในวันที่ฟ้าปิดแต่หัวใจกลับเปิดกว้าง

จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ

“นิสัยเป็นคนลุยๆ มั่นใจในตัวเอง ถือคติใต้ฟ้าบนดิน ไม่มีอะไรที่คนเราทำไม่ได้” พอลร์ย้อนคืนวันที่ใสสดของชีวิตปกติชนควรได้รับหากเมื่อตั้งใจและมุ่งมั่นพอ จนช่วงขึ้นปี2 ของการสอบภาคเรียนแรกม.ศรีปทุม ขณะกำลังขับรถกลับหอพัก จู่ๆ เขาก็กลายเป็นคนพิการ

“มันไม่มีสัญญาณเลย” เขาบอกต่อ “ขับๆ อยู่มันกะระยะถนนไม่ได้ พยายามประคองกลับมาถึงหอพักล้างตาและลองปิดตาขวามองเห็น แต่พอปิดตาซ้ายมันมืดเลย”

พอลร์ตกใจมากรีบนั่งรถไปโรงพยาบาลโดยแพทย์ระบุว่าเป็นโรคเบเซ็ท (Behcet’s) ซึ่งเขาเป็นๆ หายๆ สลับข้างละ 2 อาทิตย์ และพอทุเลาลงโรคนี้มันก็จะทิ้งแผลไว้ในเนื้อเยื้อตาทำให้มองเห็นได้น้อยลงไปเรื่อยๆ

“แรกไม่รู้สึกกังวลว่าจะเป็นอะไรหนัก แต่ผ่านไป 1 เทอม หมอบอกว่าให้ทำใจ ยอมรับไม่ได้ชีวิต ทำไมต้องเกิดขึ้นกับเรา ตอนนั้นเสียจนจนจะไปโดดตึกฆ่าตัวตาย เพราะอ่านหนังสือไม่ได้แล้ว ตัวหนังสือแหว่งขาดไปหมด และตามันเลือนขึ้นทุกๆ วัน”

สายตาที่มองไม่เห็นบีบคั้นให้ต้องตัดสินใจกลับบ้านและล็อกขังตัวเองอยู่แต่ในห้องนานนับ 2 ปี ผจญกับความคิดว่าความมืดบอดเป็นอุปสรรคที่จะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีคุณค่า

“วันที่พ่อเกษียณ เราคิดว่าอายุแค่ 20 ต้นๆ อีกกี่ปีจะตาย แล้วต้องไปภาระให้พ่อแม่ตลอดไปหรือไง พ่อแม่ก็อายุเยอะขึ้นท่านจะดูแลเราได้นานแค่ไหน ในเมื่ออยู่แบบนี้แล้วมันยิ่งแย่”

แล้วเราจะเลือกอยู่ที่แย่หรือว่าดี? แน่นอนต้องอย่างหลังเพราะการล้มลงอาจเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การลุกขึ้นและพาตัวเองก้าวไป มันคือทางเลือกของเรา

“จังหวะนั้นพุดคำสอนพระคริสต์ “จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่พวกท่าน” คือเราต้องพยายามขึ้นด้วยตัวเราเอง โอกาสมันจะเปิดให้กับเรา ถ้าอยู่ในห้องโอกาสมันคงไม่มาหาเรา เราต้องออกไปแสวงหาโอกาส ต้องออกไปทำ”

ความมืดยาวนาน เพื่อให้ทบทวนแสงสว่าง

พอลร์หลังคิดได้เช่นนั้นก็เปิดประตูก้าวออกไปเผชิญโลกมืดแห่งความจริง ซึ่งประจวบเหมาะกับพ่อรู้จักคนในเขตการศึกษาพิเศษเขต 8 ศูนย์การศึกษาของหน่วยงานทางราชการที่ช่วยฟื้นฟูผู้ทุพลภาพ ทำให้เขามีกำลังใจในชีวิตและพัฒนาตัวเองต่อจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านครุศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

“เรายืนได้แล้ว อยากมีชีวิตต่อไป ก็ต้องก้าวไปข้างหน้า แต่ในระหว่างที่คิดของเรา ก็แนะนำพ่อในส่วนงานเขาให้เปิดเป็นมูลนิธิจากด้วยอายุที่มาก อยากให้คงซึ่งโอกาสความดีในความมืดนี้ไว้กับทุกๆ คนที่เจอ วันหนึ่งหลังพ่อไปแล้วก็ยังมีตรงนี้อยู่” เขาเผยอรุณรุ่งแสงที่ชัดเจนของการดำเนินชีวิต

เด็กหนุ่มกะเหรี่ยง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน อยากเป็นทหารแต่พอโตมาพ่อไม่เห็นด้วยเลยอยากไปเป็นบัญชี จึงมองหาจุดกึ่งกลางที่นอกจากตัวเองแล้วยังสามารถช่วยเหลือดูแลเด็กๆ อันเสมือนพี่น้องในมูลนิธิของพ่ออย่าง สถานสงเคราะห์เด็กบ้านแห่งการเรียนรู้ (E.O.P) และมูลนิธิการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต(E.O.F) นั้นจึงทำให้เขาย้อนนึก ‘เนยถั่ว’ รสความสุขบนจานหลักอาหารทุกเช้าของครอบครัวโดยสูตรเฉพาะของมิชชันนารีผู้เป็นพ่อ

“โตมากับเนยถั่ว เวลาเพื่อนพ่อชาวต่างชาติจะมาเราก็ไปซื้อถั่วมาบดมือทำไว้ เพราะสมัยนั้นหากินยาก แต่หลังจากนั้นมันหาง่ายขึ้นจริง แต่มันมีแค่ไม่กี่ยี่ห้อก็คิดว่าในเมื่อโอกาสมันมี”

พอลร์ลงมือทำและเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตนเองบนพื้นมูลนิธิส่วนของห้องเก็บของขนาด 100 ตารางเมตร ใช้เครื่องทำน้ำเต้าหู้ดัดแปลงเป็นที่บดเมล็ดถั่ว โดยมีลูกมือชาวสวน 1 คน เป็นดวงตาแทนเขา สร้างเป็นแบรนด์เนยถั่ว Paul Food จัดตั้ง บริษัท พีเอยูแอลเทรดดิ้ง จำกัด ตั้งอยู่ที่ บ้านสบเปิง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

“วัตถุดิบเป็นถั่วจากพื้นบ้านเราทางภาคเหนือจึงสดใหม่ไม่มีแช่เย็น ได้รสหอมและหวาน ทีนี้พนักงานของเราเป็นเด็กๆ ในมูลนิธิ 10 ป้าๆ แม่ๆ ที่ว่างงานด้วยทักษะการร่อนในกระบวนการผลิต ก็ทำให้ของเรามีรสชาติที่กลมกล่อม”

ยิ่งขวนขวายพยายาม ประตูยิ่งเปิดรับ

แบรนด์เนยถั่ว Paul Food ไม่เพียงผลิตเนยถั่วแต่ยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น น้ำมันงา น้ำมันทานตะวัน ฯลฯ ส่งขายร้านค้าปลีกในเชียงใหม่และกรุงเทพฯ อย่าง ฟู๊ดแลนด์, เดอะมอลล์ หรือบริษัท ‘เทสโก้ โลตัส’ ค้าปลีกรายใหญ่เองให้ความไว้ใจผลิตเนยถั่วภายใต้แบรนด์ “เทสโก้” ขายทั่วประเทศ

“แรกๆ ก็ล้มลุกคุกคลาน ลองผิดลองถูก” เขาอธิบายว่าใช้ระยะเวลากว่า 3 ปี ในการขายที่จ.เชียงใหม่ ของการช่วยเหลือจากร้านริมปิง ซุปเปอร์มาร์เก็ต ค่อยๆ ขยับจากเดือนละ 12 ขวดมาเป็น 100 ขวด และจนกระทั่งวันนี้ที่สร้างมูลค่ากว่า 20-30 ล้านต่อปี กับผู้ประกอบร่วมเจ้าอื่นๆ

พอลร์บอกว่าเริ่มตั้งแต่พัฒนากระบวนการผลิตมาตรฐานความปลอดภัยระดับ Halal-GMP/HACCP, การพัฒนาเป็นโรงงานสีเขียว

“11 ปี ในการพัฒนา ก็อยากให้กำลังใจคนที่พบปัญหา ท้อ คิดว่าชีวิตมันหมด มันไมได้หมด แรกเลยผมคิดว่าต้องเริ่มต้นที่ศูนย์ใหม่ เราเพียงหยุดอยู่กับที่ เพียงแต่หยุดอยู่กับที่ในปัญหาที่เจอ แค่เอาความรู้มาประยุกต์กับสถานการณ์ตรงที่มี คิดให้เป็นว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ทำอย่างไร มองอย่างไร เพราะเราต้องพลิกจากสิ่ง”

พอลร์แนะให้เปิดใจยอมรับในสิ่งที่เราเป็น ณ ตอนและปรับตัว และลงมือทำมันจะพิสูจน์เองว่าเราทำได้แม้ในตอนแรกที่เห็นค้านจากสภาวะที่เกิดขึ้น

“เรื่องการทำธุรกิจจุดให้มองที่ใกล้ตัวที่สุด” เขาเผยการงมหาเส้นทางโดยเริ่มจากสิ่งเล็กๆ รอบตัวเพราะนั้นคือความชำนาญและเป็นสิ่งที่เรารู้และเข้าใจ

“อะไรที่ก้าวแรกไม่ตรงจุดที่เราเข้าใจ อย่าไปจุดที่เราไม่เข้าใจ และอย่ามองเงินเป็นผลลัพธ์อันดับหนึ่งจะทำให้เราหลุดติดกับดักการไม่ประสบความสำเร็จ และพยายามพัฒนาศึกษาสมัยนี้ขอมูลมีในอินเตอร์เน็ต เราจะทำได้”

และนี่ก็คือชีวิตของคนแกร่งใจสู้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคจนสร้างชีวิตได้และเผื่อแผ่สู่ผู้คนอื่นๆ ทั้งวันนี้และวันหน้าที่เขานั้นอยากจะถ่ายทอดความรู้และกำลังใจสู่ผู้คนเมื่อมีโอกาส

ภาพ : PAUL Foods Brand

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ