เปลี่ยนถนนเป็นรันเวย์! "เต๋อ-เรวัตน์ ตุ่นแก้ว" โชเฟอร์มินิบัสผู้ให้บริการผู้โดยสารราวกับนั่งเครื่องบิน

  • วันที่ 16 ก.ย. 2562 เวลา 12:24 น.

เปลี่ยนถนนเป็นรันเวย์! "เต๋อ-เรวัตน์ ตุ่นแก้ว" โชเฟอร์มินิบัสผู้ให้บริการผู้โดยสารราวกับนั่งเครื่องบิน

คุยกับพนักงานขับรถมินิบัสสายปากช่อง-กรุงเทพ บริษัท ‘จำนงค์ทัวร์’ กับการแนะนำบริการความปลอดภัยพร้อมกับบอกเส้นทางแบบละเอียดยิบจนผู้โดยสารนึกว่านั่งอยู่บนเครื่องบิน

“เต๋อ-เรวัตน์ ” หรือ “เต๋อ” หนุ่มใหญ่วัย 48 ปี ผู้ขับรถโดยสารสายปากช่อง-กรุงเทพฯ บริษัทจำนงค์ทัวร์ กำลังเป็นบุคคลที่ถูกแชร์และชื่นชมของคนในสังคม หลังยืนถือโทรโข่งพูดให้ความรู้และแนะนำความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร

อะไรที่ทำให้เขาทำเช่นนั้นและเขามีวัตถุประสงค์ของเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร สำหรับพี่น้องชาวโคราชคงจะประจักษ์ชัดดีจากการให้บริการตลอดระยะเวลา 6 ปี เรื่องนี้ไม่ใช่การสร้างภาพหวังดัง หากแต่เกิดจากความตั้งใจในการให้บริการที่ดีของเรวัตน์ 

“แรกๆ ก็ใช้ปากบอก ตอนหลังเปลี่ยนเป็นรถมินิบัสตะโกนไม่ไหว ต้องใช้โทรโข่ง” เขากล่าวเริ่มต้นสนทนาด้วยน้ำเสียงขบขันเมื่อเห็นคลิปของตัวเองที่ถูกแอบถ่ายจากผู้โดยสารที่สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการนั่งรถตู้ไทย

ขาไป-ขากลับ “สวัสดีครับท่านผู้โดยสารที่รัก” 

สวัสดีครับท่านผู้โดยสารทุกท่าน บริษัทจำนงค์ทัวร์ยินดีตอนรับผู้โดยสารทุกท่านสู่รถมินิบัส วีไอพี 20 ที่นั่ง ขอต้อนรับสู่เที่ยวรถปากช่อง-กรุงเทพ (กรุงเทพ-ปากช่อง) ระยะทางจากกรุงเทพฯ เข้าสู่ อำเภอปากช่อง 171 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาการเดินทาง 3 ชั่วโมง ในสภาพการจราจรปกติ

ทางด้านความเร็วใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดคือ 90 กิโลเมตรต่อ 1 ชั่วโมง ท่านผู้โดยสารสามารถเช็คความเร็วได้ที่จอดิจิตอลทางด้านหน้ารถ ตามกฎกระทรวงคมนาคมและกฎหมายหลังจากรถเดินทางออกได้ประมาณ 1ชั่วโมง 50 นาที จะจอดพัก 1 ครั้ง และเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารกรุณารัดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทางด้วยครับ

สำหรับอุปกรณ์ฉุกเฉินมีถังดับเพลิง 2 ใบ ด้านหน้า 1 ใบ ด้านหลัง 1 ใบ ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินผู้โดยสารสามารถหาทางออกที่ใกล้ที่สุด เปิดกระจกข้างที่นั่งหรือประตูฉุกเฉินทางด้านหลังสุดให้ผู้โดยสารขยับกล่องสีแดงออกแล้วปลดสลัก ผู้โดยสารทุกคนจะออกสู่ภายนอกตัวรถได้อย่างปลอดภัย

ตลอดระยะเวลาที่เดินทาง หวังว่าผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบายตลอดการเดินทางขอบคุณครับ

“รถติด รถไม่ติด เราก็บอกว่าสภาพการจราจรเป็นอย่างไรข้างหน้า เราก็จะบอกด้วยเพราะก่อนเดินรถเราจะรู้สภาพ ผมก็พูดตลอดทั้งขาไปและขากลับ ใช้เวลาประมาณ 1 นาที” เขากล่าว

 

คนบ้านเดียวกันต้องปลอดภัย

“เราคิดตลอดเวลาว่าผู้โดยสารที่นั่งอยู่คือครอบครัวของเรา คิดว่าแม่เรานั่งมาด้วย พ่อเรานั่งมาด้วย ลูกเรานั่งไปด้วย  เราพาลูกหลานเราไปเที่ยวเราก็ต้องห่วงเขา” หนุ่มใหญ่ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บอกถึงที่มาของจุดเริ่มต้นบริการดังกล่าวที่ตลอดผู้โดยสารอยู่หลังพวงมาลัย เปรียบผู้โดยสารเป็นพี่น้องญาติที่ต้องดูแลความปลอดภัย

โดยการใช้โทรโข่งพร้อมกับยืนหน้ารถประกาศแจ้งรายละเอียดต่างๆ เพื่อดูว่าผู้โดยสารปฏิบัติตามหรือไม่ ซึ่งเป็นการพัฒนาเพิ่มตามขนาดของรถมินิบัส 20 ที่นั่ง ที่เปลี่ยนใหม่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

“แรกๆ ก็ใช้ปากเปล่าบอก” เขาบอกต่อ  “แต่รถมินิบัสคันใหญ่ พอพูดปากเปล่าแล้วผู้โดยสารอาจจะไม่ได้ยินถนัด การสื่อสารกับผู้โดยสารค่อนข้างลำบาก ผมก็ต้องใช้โทรโข่งเพื่อให้ได้ยินทั่วทั้งคัน” โชเฟอร์จำนงค์ทัวร์กล่าวถึงวัตถุประสงค์แรก

ภาพลักษณ์ดีที่ต้องร่วมกันสร้าง

ปัจจุบันภาพลักษณ์ของรถตู้โดยสารที่ไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่ในเรื่องของความปลอดภัย ดังนั้นการเสริมบริการเพื่อให้เซฟตี้ผู้โดยสารให้มากที่สุด คืออีกหนึ่งปัจจัยของการออกมาพูดให้ข้อมูลของลูกย่าโมคนนี้

“แต่ก่อนช่วงขับรถสิบล้อ เดินทางไปกทม.ด้วยรถตู้โดยสารแล้วไม่คาดเข็มขัด เกิดมีรถตัดหน้าขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูงพอสมควร ตัวผมกระเด็นจากที่นั่งแถวหลังคนขับตรงกลางพุ่งไปติดกระจกหน้ารถเลย แต่คนอื่นไม่เป็นอะไร”

เต๋อจึงปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทั้งในเรื่องบอกกล่าวผู้โดยสารในกฎหมายเรื่องคาดเข็มขัด และการขับรถตามที่กฎหมายกำหนด 90 กม. ต่อ 1 ชม. รวมไปถึงการให้บริการเรื่องความปลอดภัยอื่นๆ เช่นประตูทางออก เพื่อให้ผู้โดยสารประทับใจที่สุด

“ช่วงมาทำอาชีพขับรถตู้ หลายครั้งๆ ได้สังเกตเห็นผู้โดยสารมักไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะอันตรายบาเจ็บกว่าคนที่คาดเข็มขัดหลายเท่า” โชเฟอร์มากประสบการณ์กว่า 7 ปี กล่าวเป็นห่วงผู้โดยสารที่วันๆ หนึ่งเดินทางโดยรถมินิบัสหรือรถตู้นับหมื่นๆ คน

“เราอยากให้ทุกคนถึงบ้านโดยปลอดภัยทุกคน แล้วก็สบายกันทุกคน ถ้าสิ่งที่ผมทำช่วยให้เราพัฒนากันขึ้นมันก็ดีทั้งเราและผู้โดยสาร”

ภาพจาก Sunisa Jaemsuk

ข่าวอื่นๆ