ผักแพงก็ปลูกกิน! "วิชัย สายวารี" นักเทคโนโลยีอาหารเปลี่ยนบ้านทาวน์เฮาส์ให้กินได้

  • วันที่ 25 ส.ค. 2562 เวลา 14:34 น.

ผักแพงก็ปลูกกิน! "วิชัย สายวารี" นักเทคโนโลยีอาหารเปลี่ยนบ้านทาวน์เฮาส์ให้กินได้

คุยกับหนุ่มมนุษย์เงินเดือนที่เจอปัญหาปากท้อง 1 มื้อ ราคาร่วม 100 บาท จึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนคอนกรีตบ้านทาวน์เฮาส์เป็นสวนผักและต่อยอดขายสร้างรายได้เป็นล่ำเป็นสัน

**********************

โดย…รัชพล ธนศุทธิสกุล

“วิชัย สายวารี” หรือ “เสม” นักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร จ.ภูเก็ต หนุ่มวัย 36 ปี คิดและมองต่างมุมลุกขึ้นมาปลูกผักที่ชอบกินเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในส่วนของหน้าบ้าน ก่อนจะลุกลามเป็นสวนพืชตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและต่อยอดขายสร้างรายได้งามในทุกๆ เดือน

ขณะที่ผักแยกแบ่งขายกำละ 10บาท ถึง20 บาท เป็นราคาซื้อขายผักในยุคปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ในตลาดทั้งสดและห้างสรรพสินค้า ซึ่งเมื่อรวมกันในหนึ่งเมนูทำให้ค่าอาหาร 1 อย่าง ราคาวัตถุดิบสูงถึงเกือบครึ่งร้อย โดยที่ยังไม่นับรวมเนื้อสัตว์ในการปรุง แถมเมื่อซื้อมาทำก็ใส่ได้ไม่หมดกลายเป็นเหลือเสียทิ้ง

“แรกๆ คนอื่นก็คิดว่ามันทำได้เหรอ” เขากล่าวถึงการเริ่มทดลองปลูกของที่กินอยู่ในชีวิตประจำวันเช่น พริก ข่า ตะไคร้ โหระพา กะเพรา สะระแหน่ ฯลฯ ที่ต่อมาผลิดอกออกผลเพียงพอที่จะนำมาทำกินในแถมยังเหลือแบ่งปันเพื่อนบ้านและขายเป็นรายได้เสริมของ“บ้านพอเพียงภูเก็ต”

ลดรายจ่าย 3 เท่า

วิชัยเติบและโตจากจ.กระบี่และด้วยวัฒนธรรมครอบครัวชาวสวนที่มักทำอาหารกินเองทำให้เขารักและชอบในการทำอาหาร ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการที่ต้องการมีวัตถุดิบใช้สอยตลอดเวลาที่นึกอยากจะทำอาหาร

“เราชอบทำอาหารทีนี้ปัญหามันคือ ผักที่ภูเก็ตส่วนใหญ่มาจากข้างนอกส่งเข้าไปในตลาด ราคามันตกกำละ 10-20 บาท เมนูหนึ่งเกิน 50 บาท พอซื้อมาทำมันก็เหลือทิ้ง เลยปลูกเองซะเลย”

วิชัยเริ่มจาก “ปลูกที่กิน” ได้แก่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกูด พริก โหระพา กะเพรา ฯลฯ ลงกระถางในพื้นที่หน้าบ้านอย่างละต้นสองต้น ผลลัพธ์คือลดรายจ่ายได้ถึงครึ่งในหนึ่งเมนูอาหารที่เทียบกับซื้อมาทำ และมากถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับปริมาณซื้อบริโภคจากร้านอาหารใน 1 ถุง

“จ่ายแค่น้ำปลา น้ำตาล เนื้อสัตว์ ทำทานได้หลายมื้อ จะหยิบใส่ปรุงเท่าไหร่ก็กะเอาที่พอดี ทีนี้ไม่เพียงแค่เราที่สนุกกับการทำอาหาร เพื่อนๆ ก็ชอบที่จะมาบ้านเราเพราะจะทำอะไรก็หยิบทำได้เลย มันก็ไปจุดประกายศึกษาเพิ่มเรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “พอประมาณ” “มีเหตุมีผล” “สร้างภูมิคุ้มกัน” เรื่องอาหารเป็นยาเพราะมีโรคภูมิแพ้ประจำตัว เป็นหวัดง่ายและบ่อย ผลออกมาเป็นปลูกพืชที่มีสรรพคุณสมุนไพรเข้าไปด้วย”

ในระยะเวลาเพียงแค่ 5-6 เดือน วิชัยสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพที่มีภูมิต้านทานมากขึ้น โรคไข้หวัดที่มักรุมเล้าเวลาอากาศเปลี่ยนแปลงเลิกตอแย ขณะที่พืชผักต่างๆ ก็เพิ่มจำนวนกว่า 30 ชนิด และเพิ่มการปลูกผลไม้ลงไปด้วย ตรงนี้ช่วยลดรายจ่ายค่าอาหารไปได้ถึงไม่น้อยกว่า 3,000-4,000 บาท ต่อเดือน

“ความปลอดภัย 100% ไม่มีสารเคมีตกค้าง ประหยัดค่ายารักษาตัวเองอีก ทำให้ตั้งคอนเซ็ปต์ปลูกผักเรื่อยๆ วันละ 2 ต้น เพื่อทดแทนที่ตายหรือมีอายุที่มากแล้ว และขณะที่ปลูกก็ศึกษาไปด้วยต้นไหนให้ประโยชน์อะไรกับร่างกาย จะปลูกยังไงให้โต ก็ลองผิดลองถูก”

สวนผัก 3 ชั้น

ผักของวิชัยไม่เพียงแต่จะช่วยให้เขาสามารถทำอาหารได้ทุกมื้อเท่านั้น แต่ยังสามารถแบ่งปันเพื่อนบ้านในหมู่บ้านนำไปประกอบอาหารได้อีกด้วย

“เราปลูกผักแบบ 3 ชั้น ด้วยความที่พื้นที่น้อยและส่วนใหญ่เป็นซีเมนต์ มีดินแค่ข้างบ้าน ทำให้ต้องวางแผนในการปลูก” เขาบอก

วิชัยอธิบายถึงการปลูกพืชในพื้นที่จำกัดแบบทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ของตัวเองได้แก่

พืชชั้นที่ 1 ประเภทพืชเรี่ยดินใช้กระถางในการปลูกบริเวณหน้าบ้านและข้างบ้าน ที่ต่อจากผักเครื่องเคียงหลักในตอนแรก อาทิเช่น ผักวอเตอร์เครส ขิง จิงจูฉ่าย ผักปลัง หญ้าปักกิ่ง มะเขือเปราะ มะเขือยาว ผักบุ้ง ปูเล่ ผักกูด แตงกวา บวบ ถั่วพู ตำลึง มันญี่ปุ่น มันแกว คะน้าเม็กซิโก เป็นต้น

พืชชั้นที่ 2 ประเภทไม้กินใบและผล เป็นพื้นขนาดกลางช่วยในการลดแสงพืชชั้นแรก โดยดีไซน์ให้มีขนาดตามที่เหมาะกับพื้นที่ เช่น มะขามดัดทรงแต่งสวยงามแทนปลูกไม้ประดับที่นิยม มีการปลูกต้นผักมันปู ต้นชะมวง ตะลิงปลิง ต้นมะละกอ ส้มจี๊ด สับปะรดพันธุ์ภูเก็ต และต้นแคแดง

พืชชั้นที่ 3 ประเภทของพืชที่ต้องการแสงในการเติบโต ก็จะมี กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า มะม่วง เสาวรส

“ปลูกเป็นสเต็ปๆ ตอนนี้หน้าบ้านมีเลี้ยงปลาดุก ข้างบ้านก็มีเลี้ยงหอยขม เลี้ยงไส้เดือน ที่ศึกษาเพิ่มได้ความรู้ในการดูแลให้ต้นไม้เจริญงอกงาม มีทำจุลินทรีย์ปุ๋ยหมักจากอาหารที่เหลือ จุลินทรีย์จากหน่อกล้วย” วิชัยเปิดเผยการเติบโตของผักและผลไม้ที่ต่อยอดตามกันมา

“เราทำได้ ไม่มีความรู้เรื่องเกษตรเราก็หาข้อมูลได้ในอินเตอร์เน็ต เวลาไม่มีผมรดน้ำทั้งหมด 15 นาทีเสร็จ อย่าจะ จะทำ ทำเลย พื้นที่อาจจะเล็กกว่า อย่าง 16 ตารางเมตร หรือ 20 ตารางเมตร ง่ายๆ เลย 1.ดูว่าพื้นที่เราโดนแสงส่วนไหนของบ้านหรือคอนโด ทั้งหมดมันกี่ตารางเมตร 2.เราชอบทานอะไรเลือกที่ปลูกของที่เราทานบ่อยที่สุดในรอบเดือน 3.ลงมือปลูกในกระถางหรือแก้วกาแฟพลาสติกในกระถางเดียวกันได้เลย ในหนึ่งกระถางสามารถทำเป็นขั้นชั้น 1-2-3 พร้อมกันได้เลย อัตราการเติบโตปลูกในกระถางควบคุมความเหมาะสมได้”

รายได้เสริมแถมติดกระเป๋า

4 ปี ที่ประสบความสำเร็จจากการเริ่มปลูกครั้งแรกในปี 2558 นอกจากสุขภาพที่ดีและรายจ่ายที่ลดลง วิชัยยังเปลี่ยนพื้นที่ 3 คูณ 3 เมตร หน้าบ้านเป็นโรงเพาะเห็ดและต้นอ่อนทานตะวัน เป็นรายได้เสริมและแชร์ส่งต่อเรียนรู้วิถีพอเพียงให้กับผู้ที่สนใจ

“พอเราทำแล้วมันสามารถที่จะต่อยอดได้อีก เราอยากแชร์ให้กับเขา ทำแล้วได้อะไรบ้าง อาหารที่ปลอดภัย การประหยัด ลดรายจ่าย สุขภาพที่ดี และสามารถสร้างรายได้ได้อีกด้วย เราก็เลยทำโรงเพาะเห็ดขึ้นมา เพาะเมล็ดอ่อนต้นทานตะวันด้วย ขายให้เห็นภาพ”

ภาพที่วิชัยบอกคือการทำการตลาดอย่างง่ายๆ เมื่อเพื่อนบ้านมาเก็บผักอยู่แล้วก็เพียงแค่บอกว่ามีเห็ดและต้นทานตะวันอ่อนจำหน่าย ทำให้เกิดความสงสัยพื้นที่ดังกล่าวที่สามารถจอดรถได้ 2 คัน สร้างมูลค่าถึงเกือบ 5,000 บาทต่อเดือน

“เป็นการเซอร์วิสบริการง่ายๆ อย่างในกรุงเทพฯ ยิ่งง่ายถ้าจะทำ เพราะหมู่บ้านเล็กและห่างจากตลาด เล็กๆ น้อยๆ ตรงนี้สามารถทำรายรับให้กับเราได้ 10 บาทๆ หรือ 20-30 บาท ให้เขามาเก็บเองหรือไปส่งแบบผมในหมู่บ้านได้ทั้งนั้นเพราะปัจจุบันมีไลน์กลุ่มเพื่อติดต่อแจ้งข่าวกันอยู่แล้ว และเราก็ยังมีสังคมที่ทำงานมันก็เป็นการส่งต่อสิ่งที่ดีต่อกันแถมเรายังได้ประหยัดและสร้างรายได้อีกด้วย” วิชัยกล่าวสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านพอเพียงภูเก็ต

“ใครที่สนใจในการลดค่าใช้จ่ายหรือรักษาสุขภาพ อยากที่จะทำเพื่อสร้างรายได้เสริม ทักมาถามหรือปรึกษาได้ในเพจ ‘บ้านพอเพียงภูเก็ต’ หรือโทรที่เบอร์ 087-802-4090 เวลา 17.30น. เป็นต้นไป ยินดีให้คำปรึกษากับทุกคนที่อยากทำตาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงพ่อหลวงรัชกาลที่9”

ข่าวอื่นๆ