ให้โลกรู้! 43 ก็เซี๊ยะได้ "ปอ-กิตติยา วรเวทย์มงคล" คุณแม่ลูก 3 โฉมงามบิกินี่รันผู้มาจากสาวตุ้ยนุ้ย

  • วันที่ 16 มิ.ย. 2562 เวลา 13:51 น.

ให้โลกรู้! 43 ก็เซี๊ยะได้ "ปอ-กิตติยา วรเวทย์มงคล" คุณแม่ลูก 3 โฉมงามบิกินี่รันผู้มาจากสาวตุ้ยนุ้ย

พบกับการเปลี่ยนแปลงชีวิตใน 1 ปี ของสาววัย 43 ปี “ปอ-กิตติยา วรเวทย์มงคล” คุณแม่ลูก 3 อดีตสาวตุ้ยนุ้ยหนัก 78 กิโลกรัม ผู้กลายเป็นสาวสวยสุดเซ็กซี่ในบิกีนี่บีชรันที่พัทยา

*******************

โดย...รัชพล ธนศุทธิสกุล 

ด้วยหน้าที่ความเป็นแม่และอาการป่วย ทำให้เธอ ‘อวบอ้วน’ ดู “สูงวัย” กว่าอายุจริง และยิ่งเหนือคิดเกินคาด ‘ความเหนื่อยล้า’ ได้พาเธอเดินหน้ากินจนน้ำหนักพุ่งทะยานถึง 78 กิโลกรัม

“กิตติยา วรเวทย์มงคล” หรือ "ปอ" คุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยวลูก 3 ผู้ป่วยหนักด้วยโรคพังผืดโพรงมดลูก ความสุขของแต่วันคือการนั่งขายสินค้าและมองลูกๆ เติบใหญ่ โดยมีแมวเลี้ยงคู่ใจยามเหงานับ 10 ปี

วันนี้เธอลุกขึ้นมาออกกำลังกายเปลี่ยนตัวเอง และใน 1 ปี ผลลัพธ์ที่ได้ทำเธอกลายเป็นสาวหุ่นเซี๊ยะเซ็กซี่เทียมดารา ที่ใครๆ ก็เรียกขานเธอว่า “พี่ปอคนสวย”

   

เปลี่ยนป้าตุ้ยนุ้ยสู่สาวเซ็กซี่บิกินี่รัน

“น้ำหนักแรกๆ จริงๆ ยังไม่ขึ้นพีคยังอยู่ 50-58 กิโลกรัม แต่พอท้องลูกคนที่ 3 ด้วยความที่เราเลี้ยงลูกคนเดียวแล้วก็ต้องดูแลกิจการธุรกิจส่วนตัวซึ่งช่วงนั้นเศรษฐกิจดีมาก ทำให้ไม่มีเวลาดูแลตัวแอง” ปอ เปิดใจถึงสาเหตุแรกเริ่มของการกลายเป็นสาวเจ้าเนื้อจนใครๆ ต่างเรียกว่า ‘เจ๊ปอ’ ทั้งๆ ที่อายุเมื่อ 10 ปีที่แล้วแค่ 29 เท่านั้น

ไทม์ไลน์การพุ่งขึ้นของน้ำหนักปอเริ่มตั้งแต่ 55 กิโลกรัม หลังคลอดลูกคนแรก และน้ำหนักที่ 60 กิโลกรัม จากการคลอดลูกคนที่สอง ขณะที่น้ำหนักคลอดลูกคนที่ 3 ของเธอค่อยๆ ทะยานขึ้นอยู่ที่ 78 กิโลกรัม ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับส่วนสูงที่ 159 เซนติเมตร

“ช่วงหลังจากคลอดลูกคนที่ 3 เราป่วย มีอาการปวดท้องปวดบริเวณมดลูก แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นเป็นพังผืดโพรงมดลูก ซึ่งเป็นกันเยอะอาการแบบนี้สำหรับผู้หญิง  เราเป็นเคสปวดรุนแรงมากไม่ใช่เดือนละครั้งเวลามีประจำเดือนที่จะยิ่งปวดรุนแรง เราปวดถึงขนาดจนต้องห่ามไปหาหมอ เบื้องต้นแพทย์ได้ทำการฉีดยาคุมเพื่อไม่ให้มีประจำเดือนให้ทุเลาอาการปวดที่รุนแรง แต่ในทุกๆ วันก็ยังต้องทนกับอาการปวดน่วงๆ ประจำ”

คุณแม่ลูก 3 กล่าวถึงชีวิตในช่วงนั้นที่เมื่อตารางชีวิตให้ลูกและธุรกิจเมื่อประกอบกับความเจ็บปวด จากป่วยทำให้จากสาวที่รักสาวรักงามจึงเริ่มที่จะปล่อยตัวเองยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะกับก๊วยจั๊บญวนเมนูอาหารจานโปรด ปอจะเน้นใส่พริกเผาให้มันๆ โรยหน้าในทุกมื้อ

“เราเหนื่อย เราเพลียจากงาน จากเลี้ยงลูก ก็กินได้ทุกอย่าง ทีนี้สิ่งที่เรากินอาหารจำพวกของมันๆ ทั้งนั้น แทบทุกมื้อและก็ชอบมากน้ำอัดลมกินแล้วมันชื่นใจ มันก็พุ่งขึ้นๆ”

หุ่นดีสั่งได้ถ้า "ใจ" ตั้งเป้า

ระยะเวลากว่า 10 ปี ที่รูปร่างปอได้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ส่องกระจกทุกครั้งเธอรู้สึกว่าเดินทางมาไกลเกินจะเยี่ยวยาแล้ว แต่ทว่าในปี พ.ศ.2559 เธอก็ถึงจุดแตกหักจากความ ‘อ้วน’ โดยสาเหตุมาจากอาการป่วยที่รุนแรงจนต้องผ่าตัดเอามดลูกออกประกายจุดสตาร์ทเริ่มต้นพลิกชีวิต  

“หลังจากผ่าตัดการรักษาแบบฉีดฮอร์โมนยาคุมก็หยุด คุณหมอเปลี่ยนการดูแลโดยให้ทานฮอร์โมนทดแทน ร่างกายเราก็ปรับเปลี่ยนน้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้นทุกปี และร่างกายมันก็ดูแข็งแรงขึ้น ลูกๆ เริ่มโตขึ้นแล้วงานเบาลง พอเหนื่อยน้อยลงก็ไม่ทานเยอะ ก็มีแรงกลับมาออกกำลังกายเบาๆ ตามวีดีโอต่างประเทศ น้ำหนักมันก็ค่อยๆ ลดลงเดือนละเกือบ 1 กิโลกรัม ตกปีละ 10 กิโลกรัมได้”

ต่อมาระยะเวลา 2 ปี น้ำหนักของปอลงมาอยู่ที่ 58 กิโลกรัม อย่างไรก็ตามจากผิวหนังที่ขยายไปก่อนหน้านี้ทำให้รูปร่างของเธอแม้ทำให้ดูตัวเล็กลงแต่ก็หน่อยคล้อย ทำให้แลดูสูงอายุไม่ต่างจากเดิมเพราะกล้ามเนื้อของน้ำหนักที่ลดลงไปกลายเป็นไขมันอยู่ตามแขน-ขา-หน้าท้อง  

“แต่ก็นับว่าโชคดีที่พอเราอ้วนแล้วกลับมาผอมมีเอฟเฟกต์แค่ผิวหนังย้วยย่นและความหย่อนคล้อยทำให้ตัวเราดูบวมเพราะรูปร่างเราไม่กระชับ เราก็มองตัวเราเองพอผอมลงแล้วก็อยากสาวหุ่นดีแบบสมัยสาวๆ อีกครั้ง เลยตั้งมั่นสัญญากับตัวเองว่าจะฉันจะไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีกแล้ว และการทีเราทำใน 2 ปีที่ผ่านมาก็ทำให้เรารู้ว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเรา วันรุ่งขึ้นเราก็ไปเลยเข้าฟิตเนส JS Gym ใกล้ๆ บ้านในตัว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เพื่อแก้ไขความไม่กระชับที่เกิดขึ้น”

กอดความพยายามไว้ให้แน่น

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่นึกจะไปแล้วปุ๊บปั๊บออกมาสวยเหมือนทำศัลยกรรมตาหรือจมูก ปอบอกความรู้สึกในวันแรกๆ ของการออกกำลังกายต้องอดทนกับอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเป็นอย่างมาก และต้องพยายามหยุดยั้งใจควบคุมอาหารคลีนในปริมาณจำกัดเพราะอร่อยถูกลิ้น

“บางคนเขาจะไม่ชอบทานคลีนแต่เราชอบมากอร่อย ก็ต้องหักหามใจทานตามตารางอาหารมา ซอยเป็น 5 มื้ออาหาร มื้อแรก 8.00น.  อาหารคลีนพวกอกไก่ย่าง ผักบร็อคโคลี่ มะเขื่อเทศ แครอท และข้าวไรเบอร์รี่ 4 ช้อน มื้อที่สอง 9.30 น. ขนมปังไรซ์เบอรี่ครึ่งแผ่นและนมกล่องเล็ก 1 กล่อง มื้อเบรกนี้ไม่หิวก็ต้องกินเพื่อให้กระเพาะกลับมามีขนาดปกติ มื้อที่สาม 12.00 น. เป็นอาหารคลีนแบบมื้อแรก มื้อที่สี่ 15.30 น. เป็นผลไม้เน้นแอปเปิ้ลเขียว 1 ลูก มื้อสุดท้าย 17.30 น. จะเป็นเวย์โปรตีนปั่นใส่นมและตามด้วยผลไม้น้ำตาลน้อย เมนู 6 วันจะเป็นแบบนี้ทั้งหมด ส่วนวันฟรีเดย์ 1 วัน จะทานอาหารปรกติที่เราชอบ ก๊วยจั๊บ หมูกระทะ ได้หมดในวันนั้น”

ขณะตารางการออกกำลังกายใน 1 สัปดาห์ ทุกๆ วันจะต้องเล่นสลับกันไปมาวันละถึง 2-3 ชั่วโมง โดยการเล่นหากวันแรกบอดี้เวทในส่วนแขนและอก อีกวันจะเล่นส่วนหน้าท้องกับขา ต่อมาวันที่ 3 จะเน้นหลังพร้อมบั้นท้าย ส่วนวันที่เหลืออีก 2 วัน จะเป็นคาร์ดิโอเพื่อเผาพลาญไขมันส่วนเกิน

“ทุกวันพอหัวใจเต้นถึง 150 ครั้งต่อวินาที จะได้ยินเสียงให้กำลังใจตอนนี้ไขมันกำลังถูกดึงเอากลับไปใช้แล้วนะ แต่เราแทบจะร้องไม่ไหวแล้วโค้ช” เธอเปิดเผยความรู้สึก ก่อนจะเล่าถึงฉากทรมานต่อมาที่ตัวเองต้องฝ่าเพื่อให้ได้หุ่นงามๆ แก้ไขกล้ามเนื้อที่ไม่กระชับจากผลอายุในวัย 43 ปี

“การยกเหล็กเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อทำงาน ตอนแรกเราก็เข้าใจผิดคิดว่ายกเหล็กหนักๆ แล้วเราจะกล้ามโตแบบผู้ชายหรือเปล่า โค้ชพี่กาย ปราโมทย์ ทองคง ก็บอกว่าฮอร์โมนต่างกัน กล้ามเนื้อผู้หญิงจะไม่เป็นมัดกล้ามแบบกล้ามผู้ชาย เขาก็จะให้เรายกตั้งแต่น้ำหนัก 30 กิโลกรัม ไล่มา 40 กิโลกรัม จนถึง 50 กิโลกรัม ในทุกๆ วัน เรากลับจากยิมในตอนค่ำประจำทะเลาะกับบันไดทุกวัน ชักโครกห้องน้ำก็ไม่เว้นที่โดนเหวี่ยง เพราะว่ามันปวดมาก มันเมื่อยไปหมด แต่เราเป็นคนใจแข็ง เราก็ทำๆ ตามตาราง และเราก็ได้กล้ามเนื้อที่กระชับได้รูปสัดส่วนแบบวันนี้”  

กายพร้อมใจพร้อมคุณ ‘สวย’ ได้

หลังจากออกกำลังกายในยิมเป็นระยะเวลา 2 เดือน เธอรู้สึกได้ว่านอกจากร่างกายจะเฟิร์มแข็งแรงขึ้น ความสวยงามของผิวพรรณก็เปล่งปลั่งจากอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เลือดจะสูบและนำพาออกซิเจน รวมไปถึงสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นและขาวอมชมพูดูมีเลือดฝาด

“สุขภาพจิตภายในร่างกายก็ขยับดีขึ้น เหมือนกับไปเป็นเด็กอีกครั้ง” เธอกล่าว ก่อนจะเล่าต่อ “ไม่ป่วยออดๆ แอ๊ดๆ  แข็งแรงมากยกข้าวยกของในร้านเองได้หมด คือมันเหมือนพอร่างกายดีจิตใจมันก็ดีตาม เราก็ค่อยเปิดโลกส่วนตัวของเราจากแต่เดิมไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่สุสิงกับใคร อยู่กับลูกกับงานและก็แมว เรามามีรู้จักน้องๆ พี่ๆ ในยิม ได้พูดคุย ซึ่งด้วยหลายหน้าที่การงาน วุฒิภาวะ และวัย แต่ละคนก็จะมีมุมดีๆ แบ่งปันกัน เราก็นำข้อคิดดีๆ มาปรับใช้ในชีวิต”

ยอดคุณแม่เซ็กซี่บอกว่าการแนะนำเรื่องทั่วไปในการออกกำลังกายค่อยๆ ขยับเพราะพี่น้องในยิม JS Gym มีนิสัยที่มักชักชวนกันทำสิ่งดีๆ ซึ่งต่อจากออกกำลังกายในยิมก็ได้ชักชวนกันไปวิ่ง และสุดท้ายร่วมทำกิจกรรมการกุศลบริจาค ซึ่งเธอสนใจเป็นอย่างมากเพราะนอกจากได้สุขภาพที่ดีแล้วยังได้บุญอีกด้วย

“คือส่วนตัวการวิ่งจะเน้นเป็นนักวิ่งสายแฟนตาซี เพราะเราชอบรักสวยรักงามและก็อยากจะให้คนอื่นเห็นแล้วยิ้มมีความสุข ก็จะไปหาชุดสวยๆ มาแต่ง ทีนี้จิตกับกายมันสัมพันธ์กัน ถ้าร่างกายดีจิตใจก็ดี จิตใจดีร่างกายก็ดี ทั้งสองอย่างพอมันบาลานซ์มันก็ทำให้เรามีความสุขขึ้นเยอะในชีวิต และก็มีกัลยณมิตรที่ดีเยอะมาก ได้ทำบุญ ไปวิ่งแต่ละทีก็ภูมิใจสุขภาพเราก็ได้และเงินเราก็ได้สร้างประโยชน์แก่สังคมและผู้คน  ก็เลยเริ่มวิ่งเบาๆ ในช่วงเช้าเพื่อให้วิ่งในงานมินิมาราธอนได้กับพี่ๆ น้อง เราก็วิ่งตั้งแต่ตอนนั้น ณ ตอนนี้ประมาณ 8 เดือน”  

‘เจ๊ปอ’ หรือ ’ป้าปอ’ หญิงสาววัย 43 ปี ก็กลับกลายเป็น ‘พี่ปอคนสวย’ ที่ใครๆ ต่างพูดถึงในงาน Centralfestival Bikini Beach Race 2019 เมื่อวันเสาร์ที่ 8 มิ.ย. 2562 ทีผ่านมา 

“ก็ขอขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ที่ให้ความสนใจเราก็เป็นอดีตป้าคนหนึ่งที่โดนล้อว่าป้าแก่ๆ อ้วนๆ แต่ป้าแก่ๆ คนหนึ่งก็ยังเปลี่ยนตัวเองได้ สามารถมาสวมบิกินี่วิ่งกับสาวรุ่นๆ ได้ เราก็อยากจะเป็นกำลังใจให้ว่าถ้าเราทำได้ ทุกคนก็ทำได้ ก็เลยมาลงวิ่งงานบิกินี่ครั้งแรกในงานนี้เพื่อประกาศให้โลกรู้เลยวัยเลข 4 แล้วก็ตามแต่ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ใจเรา ถ้าใจเราเอา เป้าหมายก็อยู่แค่เอื้อม กอดความพยายามไว้แน่นๆ ไม่ถอย ถึงเราจะเหนื่อย จะปวด ถ้าใจเราไม่ถอย ร่างกายมันก็ไปกับใจเราเอง”

 

ภาพ : Kittiya Worawetmongkol

ข่าวอื่นๆ