ผู้อุทิศชีวิตเพื่อร่างไร้วิญญาณ "ลุงยุ้ย สัปเหร่อแห่งท้องทะเล"

  • วันที่ 22 เม.ย. 2562 เวลา 19:17 น.

ผู้อุทิศชีวิตเพื่อร่างไร้วิญญาณ "ลุงยุ้ย สัปเหร่อแห่งท้องทะเล"

รู้จักชีวิตและจุดเริ่มต้นของ อารมย์ นิลซา กับการอุทิศเวลาครึ่งชีวิตให้กับการเก็บร่างไร้วิญญาณในทะเล 289 ศพ

********************

เรื่อง...วิรวินท์ ศรีโหมด , ภาพ...ฉัตรอนันท์ ฉัตรอภิวันท์ และณัฐพล โลวะกิจ

"ศพ" สิ่งที่ไม่ค่อยมีคนยากยุ่งเกี่ยวมากนัก นอกจากญาติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือสัปเหร่อ แต่สำหรับ ลุงยุ้ย อารมย์ นิลซา ชาวประมงวัย 64 ปี เขาถือว่าการช่วยเก็บร่างผู้เสียชีวิตที่พบในทะเล เป็นสิ่งที่สูงค่ามากกว่าเงินทอง และเป็นบุญใหญ่ที่มีโอกาสได้ทำในชีวิต

นี่คือเรื่องราวของผู้ที่ได้ชื่อว่า “สัปเหร่อแห่งท้องทะเล” ที่ใช้เวลา 32 ปีในชีวิต ออกเก็บร่างไร้วิญญาณมาแล้วเกือบ 300 ศพ

ชาวเล สู่ นักเก็บศพกลางทะเล

อารมย์ นิลซา กำเนิดและเติบโตมากับทะเล ปัจจุบันหาเลี้ยงชีพด้วยการตกปลาตกหมึก โดยมีเรือไม้ลำเล็กๆและเครื่องมือประมงเพียงไม่กี่ชิ้น แต่ทว่าชีวิตอีกมุมของชาวเลผู้ดูภายนอกจะแสนธรรมดาคนนี้ เขาเป็นจิตอาสาเก็บศพในทะเล

“ลุงก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะมาทำ แต่ทำไปทำมาก็กว่า 30 ปีแล้ว เก็บศพมาแล้วนับไม่ถ้วน”

สัปเหร่อแห่งท้องทะเล เล่าจุดเริ่มต้นการทำหน้าที่อันน่ายกย่องนี้ว่า เมื่อ 32 ปีก่อน วันหนึ่งมีคนตายบนเรือใหญ่กลางทะเล ตอนนั้นไม่มีใครกล้าออกเรือไปเอา จึงตกลงรับอาสาทำหน้าที่นี้โดยไม่รู้จะพบเจอไรบ้าง “เออไอ้ห่า ไม่มีใครไปเอา กูไปเอาเองก็ได้ว่ะ”

ลุงุยุ้ย เล่าความรู้สึกถึงศพแรกที่ต้องนำขึ้นฝั่งแม้เป็นเรื่องที่ชาวเลเขาไม่ทำกันว่า ตอนวิ่งเรือออกไปก็กลัวเพราะคนตายใครเขาก็ต้องกลัว และชาวประมงเขาถือว่าไม่ควรนำศพขึ้นเรือเพราะจะเป็นอัปมงคล แต่เมื่อไปถึงก็ช่วยนำห่อศพลูกเรือลงมา จากนั้นก็แล่นเข้าฝั่งและส่งต่อให้กู้ภัย ซึ่งหลังจากนั้นพอทำมากขึ้นเรื่อยๆเกิน 100 ศพ ก็ไม่เคยรู้สึกกลัวอีกเลย

ภารกิจของสัปเหร่อท้องทะเล

จากศพแรกเมื่อ 32 ปีก่อน วันนี้ ลุงยุ้ย เก็บศพในทะเลมาทุกรูปแบบทั้งลอยอืด ตายบนเรือ ติดซากเรือจม มามากกว่า 289 ศพ (จำนวน ณ วันที่ 19 มีนาคม 2562)

อารมย์ บอกว่า ปัจจุบันนานๆจะได้เก็บทีหนึ่ง แต่เมื่อก่อนอย่างไม่มีไม่มีเดือนละ 2 ศพ บางเดือนเก็บมากกว่า 10 ศพ ศพที่เก็บเจอมาแล้วทุกแบบตั้งแต่ ไม่มีหัว หนังหุ้มกระดูก ขึ้นอืด หรือแม้แต่ติดซากเรือจมก็ต้องดำน้ำลงไปเอา

ขั้นตอนการเก็บกู้ร่างไร้วิญญาณ เมื่อได้รับแจ้งว่ามีคนตายในเรือหรือพบลอยอยู่กลางทะเล จะรีบออกเรือไปทันทีไม่ว่าไกลแค่ไหน เมื่อไปถึงถ้าอยู่บนเรือใหญ่ก็ขนลงมาตามปกติ ถ้าลอยน้ำจะใช้เชือกผูกและลากเข้าฝั่ง แต่ถ้าศพมีลักษณะเปื่อยยุ่ยต้องนำกระสอบถุงปุ๋ยรองก่อนจากนั้นโกยขึ้นมาเพื่อไม่ให้ร่างฉีกขาด

แต่ถ้าบางศพขึ้นอืดติดซากเรือจมไม่สามารถนำออกมาได้ง่าย ต้องใช้นิ้วจิ้มเพื่อให้ของเหลวข้างในระเบิดหรือระบายออกมา จากนั้นจึงนำขึ้นมา ซึ่งการทำทุกครั้งไม่เคยรู้สึกย่อท้อ เพราะไม่ว่าลำบากแค่ไหน คิดอย่างเดียวต้องพยายามนำเขาขึ้นจากทะเลให้ได้

“ลุงเชื่อว่าทุกศพเขาอยากขึ้นฝั่ง มีคนเคยเจอตอนกำลังหาปลาอยู่กลางทะเลประมาณตี 3 ศพลอยเข้าหาเรือ เขาก็พยายามขับหนี แต่ศพก็พยายามลอยตาม สุดท้ายเราต้องออกไปนำเขาขึ้นฝั่งมา”

ความในใจของ “สัปเหร่อแห่งท้องทะเล”

“พูดตรงๆนะ ลุงไม่ได้บวชเรียนและหาเช้ากินค่ำมากว่า 60 ปี ที่ทำอย่างนี้เพราะในใจคิดว่า ลุงเก็บคนตายนี่บุญมันสูงส่ง ที่ี่ผ่านมาเคยเกือบเจออุบัติเหตุหลายครั้งตอนไปตกหมึกกลางทะเล เรือเกือบชนหินแต่เหมือนมีคนดึงเท้าให้รู้สึกตัวตื่น ซึ่งลุงเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เกิดจากที่ลุงช่วยพวกเขา และมันก็ทำให้รู้สึกสบายใจ” อารมย์ บอกถึงความรู้สึกที่ีทำภารกิจนี้แม้ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ลุงยุ้ย บอกถึงหน้าที่สัปเหร่อแห่งท้องทะเลในอนาคตว่า วันนี้ยังทำได้ก็จะทำต่อไปและจะทำจนกว่าไม่ไหว เพราะไม่มีใครรับช่วงต่อ

สัปเหร่อแห่งท้องทะเล บอกถึงสิ่งที่ได้จากการเก็บร่างไร้วิญญาณมากว่า 30 ปี ว่า ไม่อยากได้เงินเป็นการตอบแทน เพราะการทำหน้าที่นี้ทุกครั้งไม่เคยเรียกร้อง แต่สิ่งที่ใฝ่ฝันอยากได้คือ “อยากเจอ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เห็นว่าเป็นคนที่ใจเดียวกัน เพียงแค่ได้พูดคุยสักครั้งก็พอแล้ว เงินทองไม่สน ไม่อยากได้”

 

ข่าวอื่นๆ