ปาฏิหาริย์"แมว"พลิกชีวิตให้อยู่ต่อ! "อัญญฌา บุญราช" อดีตสาวป่วยซึมเศร้า

วันที่ 31 มี.ค. 2562 เวลา 15:02 น.
ปาฏิหาริย์"แมว"พลิกชีวิตให้อยู่ต่อ! "อัญญฌา บุญราช" อดีตสาวป่วยซึมเศร้า
เมื่อแมวน้อยที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้พลิกชะตา หญิงสาวผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าที่เคยคิดฆ่าตัวตายให้มีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข

*******************************

โดย...รัชพล ธนศุทธิสกุล

บางคนเลือกที่จะให้ไปต่อ ขณะบางคนค้านในการอยู่ต่อ หลากหลายความคิดและการกระทำถูกนำเสนอผ่านทุกช่องทางการสื่อให้เห็นไม่เว้นในแต่ละวัน

“อัญญฌา บุญราช” หรือ “น้ำ” สาวคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร วัย 28 ปี ผู้ทำอาชีพสุดโก้โดยการเป็นสาวโปรแกรมเมอร์ที่น้อยคนจะเป็นได้ มองเผินๆ ผ่านดวงตาประกายและรอยยิ้มอันสดใสที่ทายทัก ทั้งหมดทั้งมวลจัดว่าชีวิตอยู่ในตำแหน่งที่ไม่น้อยด้อยกว่าใคร แต่อาการป่วยโรคซึมเศร้าพาดิ่งลงสู่การจบชีวิตนี้ด้วยการ ‘ผูกคอฆ่าตัวตาย’

แต่อย่าลืมว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาสซึ่งจะทั้งการจะเลือกอยู่ต่อหรือยุติ ‘ความคิด’ ฆ่าตัวตายอาจจะง่ายเพียงแค่ใครสักคนอยู่รับฟัง เหมือนอย่างแมวน้อยพันธุ์สก็อตติช โฟล์ด ที่ตัดหน้าผ่านทางเข้ามาในชีวิตเธอ จนทุกวันนี้เธอหายป่วยจากโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด

แรกรักปาฏิหาริย์

“จริงๆ คนที่ป่วยภายนอกที่แสดงออกมาก็มีทั้งหัวเราะ ยิ้ม เพียงแต่แค่ภายในเขาไม่ได้เปิดความรู้สึกนั้นให้เรารู้” เธอว่าเสียงแผ่วเบาผ่านลำคอพลางค้านกับแววตาจับประกายงามงดคู่นี้ที่ทายทักเหมือนมีอะไรซุกซ่อนอยู่ในชีวิต 1 ปี ของการเป็นหนึ่งในผู้ถูกอาการซึมเศร้าเล่นงาน

“เราไม่อยู่ตรงนี้ดีกว่าไหม อาจจะทำให้ชีวิตพ่อแม่ดีขึ้นก็ได้” เธอเอ่ยเบาๆ อีกครั้งให้ความเยาว์วัยเด็กน้อยขวบปีด้อยที่ผ่านมาส่วนหนึ่งหรือความเป็นคนคิดมากด้วยกมลนิสัยที่ตั้งใจทำจนความเครียดต่างๆ ค่อยๆ สะสมจากกลุ่มก้อนเล็กเศษเสี้ยวกลายเป็นใหญ่ระดับภูเขาทองในหัวตั้งตระหง่านเห็นมาแต่ไกลแม้อยู่ในความคิดคนอื่นก็รับรู้ได้

“จริงๆ ท่านก็ไม่ได้ลำบาก ท่านทำธุรกิจส่วนตัวร้านอาหาร แต่ด้วยเป็นคนคิดมากอยู่แล้ว พออายุมากขึ้น รู้สึกว่าโตขึ้น เราคิดว่าเราต้องซัพพอร์ตแบบในเพจต่างๆ ที่พาพ่อแม่ไปเที่ยว ต้องทำในสิ่งที่ควรทำให้ได้ก่อนอายุเท่านั้นเท่านี้ 30 มีบ้าน พอเราทำไม่ได้ก็รู้สึกแย่กับตัวเอง เพื่อนก็เริ่มแนะนำให้ไปหาหมอแต่ก็ยังไม่ได้ไป”

จนความคิดที่ว่าอยากจะสร้างทำความภูมิใจให้พ่อแม่ กลายเป็น “คิดว่าตัวเองไร้ค่า” และ “คิดว่าการไม่อยู่ตรงนี้อาจจะดีกว่า” ชีวิตของเธอเองยังต้องสูญเสียการควบคุมโดยเริ่มปลีกตัวออกจากเพื่อนฝูงจากที่เคยชื่นชอบออกเที่ยวทุกประเภทจัดเป็นหญิงสาวตัวโจ๊กของกลุ่มที่ขาดเสียไม่ได้ในทุกครั้ง

“เพื่อนก็กระตุ้นหนักให้ไปหาหมอเพราะจู่ๆ ก็ไม่อยากไปไหน ไม่รู้เป็นเพราะอะไรมันจะคิดเก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหน เลิกงานทำงานเสร็จเข้าห้อง หรือบางทีอยู่ๆ ร้องไห้ อย่างกรณีพ่อของหัวหน้าที่ป่วยทรงๆ จู่ๆ ทรุดแล้วก็เสีย เราก็รู้สึกเศร้า ร้องไห้ไม่รู้ตัว รู้สึกชีวิตคนเราง่ายแค่นี้ แค่นี้เองเดี๋ยวก็ตาย”

แต่แล้วการหาหมอในครั้งแรกนับจากหลังหมอวินิจฉัยเบื้องต้นอาการเครียดสะสม รักษาแบบให้ยามากิน แต่พอกินยาไปแล้วเกิดอาการมึนหัว ทำงานแย่ลง ซึ่งนั้นทำให้เครียดหนักกว่าเดิมและพาดิ่งลงสู่โรคซึมเศร้าในที่สุด

“คนเราทำงานพอเราทำไม่ได้เหมือนเป้าเดิมมันก็จะเครียด จากเครียดสะสมก็มาเป็นซึมเศร้า ทีนี้หมอต้องให้ยาที่ตัวยาใหม่และใช้ระยะเวลาในการปรับตัวนาน ผลของยาก็เพิ่มขึ้น เหนื่อยง่าย งานช้า ไม่ค่อยมีสมาธิกับงาน ตื่นไม่ไหวมาทำงานสาย”

ความเครียด-ทุกข์-ซึมเศร้า ณ ช่วงเวลานั้นชีวิตของเธอไม่ต่างไปจากโปรแกรมที่เมื่อใช้งานหนักในสภาพไม่สมบูรณ์อาการรวนก็ถามหาแล้ว สารเคมีในสมองเสมือนฟังก์ชั่นดาต้าต่างๆ ที่สั่งการประมวลผลมั่วจะเปิดใช้ดันสั่งการปิด ซึ่งด้วยรูปแบบโครงสร้างนี้นำเธอไปสู่การเลือกยุติชีวิตด้วยการ “ฆ่าตัวตาย”

“วันนั้นเป็นวันที่เครียดมาก มันรู้สึกว่าอยู่ไม่ไหวแล้ว คำว่าชีวิตมันหายไปจากนิยามชีวิตเรา ฉะนั้นการตายคือทางออกที่ดีที่สุด ทีนี้มันเตรียมการก่อนกลับห้องต้องไปซื้อเชือกร้านนี้ ทำอย่างนี้ แต่เพื่อนได้มาพาออกไปเที่ยวก่อนที่จะกลับไปถึงห้องพักเพื่อจัดการฆ่าตัวตาย

“ซึ่งผู้ป่วยโรคซึมเศร้าแต่ละคนพออยู่ในช่วงดาวน์ก็จะมีวิธีการทำร้ายตัวเองที่แตกต่างกัน พอรู้สึกผิด รู้สึกเครียดไม่รู้จะไปลงทีไหนก็ไปลงที่ ‘ตัวเอง’ จากกรีดแขนตัวเองครั้งแรกก็นิดๆ หลังก็มากขึ้นๆ ลึกขึ้นๆ เป็นการลงโทษตัวเอง หลายๆ คนอาจจะมองจุดนี้ว่าคิดสั้น แต่มันไม่ใช่คิดสั้น มันค่อนผ่านการคิดและวิธีการตายอย่างดี ไตร่ตรอง ไม่ใช่ปุ๊ปปั๊บแล้วไป เพียงแต่ไม่ได้บอกใคร พอทำลงไปคนก็เลยเข้าใจว่าสิ้นคิด”

วันที่มี “เธอ” เข้ามาพยุงหัวใจให้อยู่ต่อ

ท่ามกลางวิกฤตย่อมมีโอกาส เมฆหมอกฟ้าครึ้มตั้งเค้าใช่ว่าจะเจอพายุเสมอไป ความโชคดีในบารมีอย่างนามสกุลในคำอ่าน ‘บุน-ราด’ ได้รดชีวิตไกลห่างความตายในการผูกคอฆ่าตัวตายล้มเหลว “แมว” ที่พ่อแม่ได้ซื้อไว้ให้ก่อนหน้านี้ถึง 5 ปี ก็ได้เข้ามาทลายมันลงหมดสิ้น

“พอยังมีชีวิตเที่ยวเสร็จก็กลับมาบ้าน ความรู้สึกแรกที่เห็นน้องแมวชีตาห์ มันทำให้เราชื่นใจ รู้สึกดีใจแบบบอกไม่ถูก” โปรแกรมเมอร์สาวเผยอารมณ์ความรู้สึกที่คล้ายๆ คนทั่วไปยามทำงานเหนื่อยล้าแล้วกลับมาเจอพ่อแม่คอยรอรับและสวมกอดให้เราเข้าใจ

“นั้นแหล่ะค่ะจุดเริ่มปาฏิหาริย์แมวรักษา ไม่คิดเหมือนกันว่าสัตว์ตัวเล็กๆ อย่างแมวจะช่วยสู้กับเคมีในสมองที่สั่งคิดลบได้ชนะ เพราะทั้งที่ๆ น้องอยู่ที่บ้านมาตั้งนาน โดยน้องมาจากการที่บ้านเริ่มละแคะละคายว่าเราป่วยโรคเครียดอ่อนๆ เมื่อช่วงเรียนมหาวิทยาลัย เพราะเราผูกพันแมวจรแถวบ้าน เราอยากจะเลี้ยงให้ได้ แต่มันก็เป็นแมวจรพยายามเลี้ยงมันก็หนีเราไปไม่ยอมอยู่ในบ้าน เราก็ร้องไห้ไม่หยุด เราก็คิดว่าทำไมเราอุตส่าห์ให้ดีขนาดนี้แต่เขาถึงไม่อยู่กับเรา ที่บ้านเขาก็รู้สึกแปลกๆ ทำไมเราถึงได้เศร้าได้ขนาดนั้น ก็ซื้อแมวให้และช่วงนั้นก็กลับมาดีขึ้น”

เธอบอกเหตุผลที่ไม่ต่างไปจากแนวทางการรักษาของแพทย์ที่แนะนำคนรอบข้างที่ดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้าถึงสาเหตุที่ “ชีตาห์” น้องแมวพันธุ์สก็อตติช โฟล์ด สามารถช่วยเยียวยาและรักษาเธอได้ เกิดจากลักษณะนิสัยของสายพันธุ์นี้ที่ไม่ชอบคลอเคลียอยู่ข้างๆ โดยไม่วุ่นวายอ้อนอะไรมากเหมือนสายพันธุ์อื่นๆ

“เขาจะชอบอยู่ใกล้ๆ นั่งมองเราเฉยๆ นอนข้างๆ แต่จะไม่มาวุ่นวายพันแข้งพันขาอันนี้จะรู้สึกทำให้รำคาญแบบที่คนชอบถามว่ากรีดข้อมือเราทำไปทำไม ทำไมถึงอยากทำอย่างนั้นอย่างนี้ ถามซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น ซึ่งคนป่วยโรคซึมเศร้าบางทีเราก็ไมได้ต้องการได้รับความใส่ใจขนาดนี้ แค่อยู่ข้างๆ มีอะไรอยู่ด้วยกัน อยู่ข้างๆ ให้เรานั่งลูบหัว เราก็รู้สึกว่าโอเคทำให้เรารับรู้ได้ว่ามีคนอยู่ข้างเราแน่นอน”

24 ชั่วโมงของวันหยุดอาจจะดูผ่านไปเร็วจนยากที่จะหาสลักสำคัญให้พินิจสำหรับคนอื่นๆ แต่กับเธอเมื่ออยู่ในจุดนี้บอกว่าทุกครั้งที่กลับบ้านการที่ได้นั่งมองน้องชีตาห์ที่เพลิดเพลินตามวิสัยแมว เธอกลับรู้สึกผ่อนคลายและตอกย้ำเสมอถึงการมี ‘ชีวิต’ ที่มีความหมายกับใครสักคนหนึ่งในทุกขณะ

“เขาจะนอนปลายเตียงแล้วตอนเช้าก็จะมาปลุกเรา เราก็รู้สึกเหมือนมีคนมาเทคแคร์ รู้สึกว่าตื่นมาแล้วมีคนอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าตื่นมาแล้วอยู่คนเดียวอยู่แล้ว ยิ่งคนเป็นโรคซึมเศร้าเจอแมวตัวน้อยๆ แล้วได้อยู่กับเขา ได้ดูเขาเล่น ดูเขาวิ่ง สอนขอมือ จากขอมือไม่เคยได้ ก็ขอได้ พอเราสอนได้อย่างนั้นมันก็เหมือนเราสื่อสารกับน้องได้ เราก็รู้สึกดี แมวเราเก่ง เอาไปพูดกับคนอื่นๆ ได้ คือน้องทำให้เรารู้สึกว่ามีคุณค่าขึ้นในการได้กลับบ้านไป ไม่มีเขาเราก็คงไม่ได้ทำอะไรปล่อยตัวเองจมกับความดาวน์อยู่อย่างนั้น ทำให้เรารู้สึกว่ามีคุณค่าขึ้นแม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ ตรงนี้”

มากกว่ารักคือคุณค่าที่ได้ส่งต่อ

นอกจากแมวน้อยวัย 6 ปี พันธุ์สก็อตติช โฟล์ดจะช่วยต่อ “สัญญาณ” แห่งชีวิตที่เพิ่มขึ้น ความมหัศจรรย์ของชีตาห์นั้นยังต่อเติมคุณค่าความหมายให้เกิดขึ้นใหม่ในทุกวันได้อีกด้วย

“อาการโรคซึมเศร้าจะหนักหรือเบาขึ้นบรรยากาศเป็นส่วนสำคัญ สำคัญไม่แพ้การไปหมอ พอเรามีตรงนี้มันมีกำลังใจในการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้น โลกมันดูเปลี่ยนไป พอเราได้อยู่กับเขาความผูกพันก็เพิ่มขึ้น เจอน้องแมวที่ออฟฟิศเราก็จะคอยให้อาหาร คอยลูบหัว พอเราเครียดจากงานเราก็ออกมาเล่นมาคุยกับเขา ก็ช่วยให้ความเครียดลดลง หรืออย่างเวลากลับห้องพัก น้องชีตาห์ไม่ได้อยู่ด้วย เจอน้องหมาที่เมื่อก่อนเรากลัว แต่จากการผูกพันกับสัตว์บ่อยขึ้นกว้างขึ้น เดี๋ยวนี้ก็ไม่กลัวแล้ว จะคอยซื้ออาหารไปให้เขา ไปเล่นกับเขา”

“รู้สึกว่ามีคุณค่ากับใครสักคนหนึ่ง” เธอบอกกล่าวย้ำอีกครั้งซึ่งแสดงถึงความจริงในฉากชีวิตผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่บัดนี้เหลือเพียงความอาการความเครียดอ่อนๆ เท่านั้นในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมาของการรักษา

“ตอนนี้เราชนะมาได้ครั้งหนึ่งแล้ว เราได้น้องมาช่วยทำให้เราเข้มแข็ง เรากล้าพูดได้ว่าไม่มีความคิดอยากฆ่าตัวตายแล้วในตอนนี้ และทำให้เราเข้าใจอะไรๆ หลายๆ อย่างเพิ่มมากขึ้นก็เพราะน้อง น้องคือกำลังใจ น้องคือสิ่งที่ช่วยให้ฝ่าฝันโรคร้ายนี้ ใครที่ป่วยแบบเรานอกจากการพูดบอกว่าเราป่วย การรับการรักษาจากแพทย์ การใช้ความรักและการสัมผัสถึงความรักสามารถที่จะช่วยเราได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งแบบเดิม” เธอกล่าวทิ้งท้าย

ทว่า…สิ้นเสียงนอกจากหนึ่งชีวิตของนักโปรแกรมเมอร์สาวที่ทอดกายเดินจากไปอันเป็นร่างของอดีตผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอยากฆ่าตัวตาย บัดนี้เต็มไปด้วยลมหายใจแห่งการอยากมีชีวิตต่อที่กำลังลัดฟ้าบินไปเมืองนอกเพื่อแสวงหาเรื่องราวความหมายชีวิตเพิ่ม

เราเห็นร่างอีกร่างๆ หนึ่งของหญิงสาวธรรมดาในฐานะลูกที่ดีและบุคลากรในสังคมที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งที่ฟันฝ่าชีวิตยอมรับในความเป็นไป และเมื่อได้ก็ส่งต่อเผื่อแพร่ไปยังผู้อื่นยังสิ่งอื่นๆ รายรอบ

ความ ‘มหัศจรรย์’ ความหมายคงเป็นเรื่องๆ เดียวที่ผุดขึ้นของในชีวิตใคร

แต่รับรองได้หากเป็น ‘ปาฏิหาริย์’ คืออะไรก็ตามยิ่งใหญ่กว่า ขจรไกลไปหลายสิ่งกว่า และในคำบอกเล่าเรื่องราวนี้เธอพิสูจน์มันให้พบได้หลังจากการสัมภาษณ์ผ่านไป เธอไม่วายที่จะทักบอกเสริมแนะนำสู่เพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆ ที่กำลังเผชิญอาการป่วยโรคซึมเศร้าว่า

1.รวบรวมความกล้าจะบอกคนรอบข้างว่าป่วยและให้เวลาในการทำความเข้าใจ

2.การพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องที่น่าอายและควรบอกแจ้งอาการแพทย์อย่างตรงไปตรงมา

3.หาสิ่งที่รักที่ชอบทำเป็นงานอดิเรก

4.ชีวิตเราไม่ได้ไม่มีคุณค่า เราแค่ป่วยไม่ต่างจากไข้หวัดที่เมื่อกำลังใจดี กินยา เราแค่รอวันหายเท่านั้น