ที่สุดของชีวิตบัณฑิตสาวผู้นั่งรถเข็นรับพระราชทานปริญาบัตร

วันที่ 03 พ.ย. 2560 เวลา 19:06 น.
ที่สุดของชีวิตบัณฑิตสาวผู้นั่งรถเข็นรับพระราชทานปริญาบัตร
"รู้สึกปลื้มปีติยินดีมากที่สุดในชีวิต"บัณฑิตสาวนั่งรถเข็นเปิดใจเล่าวินาทีสมเด็จพระเทพฯทรงพระดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรถึงแถวที่นั่งเป็นการเฉพาะ

นางสาวอภิญญา พงศ์อัมพรนารา หนึ่งในสองบัณฑิตสาว ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ขาต้องนั่งรถเข็นไปเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ประจำปีการศึกษา 2559 เมื่อวันที่31ต.ค.60 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรให้กับมือเป็นการเฉพาะถึงแถวที่นั่งสร้างความปลื้มปิติให้แก่เหล่าบัณฑิต ญาติพี่น้องผู้ปกครองของบัณฑิตที่มาร่วมงานทุกหมู่เหล่า ซึ่งปัจจุบันได้มากางเต๊นท์นอนอยู่ข้างบ้านพักของเพื่อนในหมู่บ้านสุรสวัสดิ์ ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ มทส.ซึ่งปกติจะอาศัยอยู่ในหอพักข้างๆกัน แต่อยู่ชั้น 2จึงไม่สะดวกที่จะใช้ไม้เท้าเดินขึ้นไป

นางสาวอภิญญา กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องนั่งรถเข็นเนื่องจากว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมก่อนวันรับพระราชทานปริญญาบัตรเพียง 1 วันได้ประสบอุบัติเหตุ ตกบันไดขณะที่ซ้อมรับปริญญาเมื่อไปรักษา แพทย์ตรวจพบว่ากระดูกข้อเท้าด้านขวาแตก และได้ทำการใส่เฝือกเท้าให้ ขณะนั้นรู้สึกกังวลมาก กลัวว่ารุ่งเช้าจะไม่ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร แต่เมื่อถึงเวลา มหาวิทยาลัยก็ได้แจ้งว่าจะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นลับดับที่ 1,922 จึงรู้สึกดีใจมาก ก็ยังคิดว่าจะเกิดความยุ่งยากขณะเข้ารับ เพราะต้องมีคนคอยเข็นรถเข็นให้ อีกทั้งจะอยู่ต่ำกว่าแท่นพระราชทานอีกด้วย

"แต่เมื่อถึงช่วงที่พระองค์พักการพระราชทานปริญญาบัตรครึ่งแรกได้มีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย เดินมาบอกว่า สมเด็จพระเทพฯ จะทรงเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรให้บัณฑิตที่นั่งรถเข็น 2 คน เป็นการเฉพาะด้วยพระองค์เอง ตอนนั้นรู้สึกทั้งตกใจ และตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดว่าพระองค์จะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อตนเองได้ถึงเพียงนี้ เมื่อถึงเวลาที่พระองค์เสด็จมายืนอยู่ต่อหน้า ใจก็รู้สึกสั่น และยิ้มอยู่ตลอดเวลา จนกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ ขณะที่รับพระราชทานจากพระองค์ท่าน แม้ว่าพระองค์ท่านจะไม่ได้ตรัสอะไรด้วยเป็นการส่วนตัว แต่ก็ทำให้ตนเองรู้สึกปลื้มปีติยินดีมากที่สุดในชีวิต"

หลังจากนี้จะนำภาพดังกล่าวไปใส่กรอบรูปเก็บไว้ที่บ้าน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และจะพยายามศึกษาให้จบปริญญาโท ซึ่งตอนนี้กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาวิชาวิศวกรรมระบบอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เมื่อศึกษาจบแล้ว ก็จะตั้งใจทำงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และตอบแทนในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านตลอดไป

สำหรับบัณทิตอีกคนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในคราวเดียวกันคือ นางสาวอนัสรีย์ เพชรขุ้ม อายุ 27 ปี มหาบัณฑิตปริญญาโท สาขาบริหารงานก่อสร้างและสาธารณูปโภค บ้านเกิดอยู่บ้านเลขที่ 4/5 หมู่ 5 ต.สามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต