วัยรุ่นจิตอาสาเผยอยากรับราชการ หวังรับใช้ชาติตามรอยเท้าพ่อ

วันที่ 24 ต.ค. 2559 เวลา 19:46 น.
วัยรุ่นจิตอาสาเผยอยากรับราชการ หวังรับใช้ชาติตามรอยเท้าพ่อ
โดย....พรสวรรค์ นันทะ

ในโลกยุคไฮเทควัยรุ่นไทยจำนวนมากเลือกยึดอาชีพที่ทำงานสบายแต่มีรายได้สูง เพราะสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้เร็ว จึงไม่นิยมเข้ารับราชการที่มีรายได้และเงินเดือนน้อย แถมอาจได้ไปบรรจุในท้องถิ่นทุรกันดาร ที่ทำให้วิถีชีวิตยากลำบากขึ้นด้วย แต่ยังมีเยาวชนอีกจำนวนไม่น้อย ที่เมื่อดูพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เคยทำไว้ให้แก่ประเทศชาติและคนไทยโดยส่วนรวมแล้ว เริ่มมีแนวคิดอยากทำอาชีพข้าราชการพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำประโยชน์พื่อส่วนร่วมเป็นการเดินตามรอยพ่อหลวง

น.ส.ทิพานัน ทำสวน อายุ 25 ปี ปัจจุบันเป็นพยาบาล ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า ตอนเข้ามาเป็นพยาบาลใหม่ๆ คิดอยากเลิกอาชีพนี้บ่อยๆ เพราะเจองานหนัก เหนื่อยและท้อในวิชาชีพ แถมไม่มีเวลาจะไปดูแลพ่อแม่ของตัวเอง และถ้าในอนาคตมีครอบครัวก็คงไม่มีเวลาดูแลด้วย  เลยคิดจะออกไปหาทำอาชีพใหม่ ที่ได้เงินมากกว่าและมีเวลาว่างมากกว่า จะได้มีเวลาว่างส่วนตัว มีความสุข ได้ไปเที่ยวเหมือนคนอื่นบ้าง

“แต่พอได้เห็นในหลวงทำงานเหน็ดเหนื่อย จากประวัติในช่วงนี้ที่สถานีโทรทัศน์ถ่ายทอด ทำให้ได้คิดว่า พระองค์ท่านทำอะไรตั้งมากกมาย แล้วเราละทำอะไรเพื่อประเทศชาติ เพื่อส่วนรวม หรือเพื่อคนอื่นบ้างหรือยัง แม้ว่าจะไม่ใช่อะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่เราควรทำ อย่างน้อยก็ทำกับคนรอบข้างก็ยังดี ทำให้ได้คิดว่า เงินอาจะไม่ใช่อะไรที่สำคัญที่สุด สู้เราทำความดีให้มันคุ้มกับที่เราได้เกิดมาเป็นคนไทยดีกว่า ทำให้ความคิดอยากออกจากงานพยาบาลหายไป อยากเสียสละเวลาครอบครัว ทำประโยชน์ให้คนอื่น ได้ความสุข ได้ทำอะไรดีๆ น่าจะดีกว่า”น.ส.ทิพานันกล่าว

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สมัยเป็นเด็กไม่เคยสนใจพระราชกรณียกิจ แต่โชคดีที่มีก๋งที่ชอบดูข่าวพระราชกรณียกิจช่วง 2 ทุ่มตลอด ก๋ง เล่าให้ฟังเสมอถึงสิ่งที่ในหลวงท่านทำประโยชน์เพื่อประเทศ เพื่อประชาชน ซึ่งต้องใช้การเสียสละส่วนตัวมาก บวกกับแม่ก็อยากให้เป็นพยาบาลจะได้ช่วยคนได้ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คิดและรู้สึกมากนัก แค่ทำตามที่แม่แนะนำ แต่มาปัจจุบันอาจทำงานเพื่อคนอื่นมากขึ้นอยากเดินตามรอยพระองค์ท่าน วันไหนว่างไม่ได้เข้าทำงาน ก็จะอาสามาเป็นพยาลประจำเต๊นท์ช่วยดูแลประชาชนบริเวณสนามหลวง ที่มาร่วมงานพระราชพิธีของพระองค์ท่าน โดยจะมาประจำการที่เต๊นท์ตั้งแต่เช้าถึงเย็น และเริ่มยึดหลักคิด เรื่องการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน ลดความสุขส่วนตนลงบ้าง ถ้าแนะนำได้ก็อยากให้คนยุคใหม่เข้ามารับราชการกันให้มากขึ้นมา

ด้าน น.ส.แพรไหม ลิปิพันธ์ อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ) กล่าวว่า พอรับรู้เรื่องพระราชกรณียกิจหรือสิ่งที่พระองค์ท่านทำ ท่านเสียสละเพื่อประเทศชาติ ทำเพื่อคนไทยมามาก ก็อยากรับราชการเพื่อทำประโยชน์ให้ประเทศชาติบ้าง ถ้าเป็นไปได้อยากสอบเข้าเป็นทหาร เพราะทหารทำงานหนักและเหนื่อย เป็นข้าราชการมีรายได้น้อยก็จริง แต่มันรู้สึกหมือนได้ตอบแทนอะไรสักอย่างหนึ่งแก่ประเทศชาติหรือประชาชนได้บ้าง เลยอยากพยายามสอบเข้ารับราชการอะไรก็ได้สักอย่างที่พอจะทำได้

“ถึงจะเงินเดือนน้อยก็ไม่กลัวจน แม้ข้าราชการจะเงินเดือนน้อย แต่ถ้าเราเก็บเงินวันละนิด รู้จักประหยัด ก็น่าจะรวยได้เหมือนกัน ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นราชการหนูรู้สึกว่าควรมีส่วนทดแทนพระมหากรุณาธิคุณในหลวงท่านบ้าง เพราะหนูก็เรียนโรงเรียนของพระองค์ท่าน จึงควรตอบแทนพระมหาพระองค์ท่านด้วย หนุกับเพื่อนๆเลยสมัครใจมาเป็นจิตอาสา ช่วยแจกพัด แจกน้ำดื่ม บริการคนที่มร่วมงาน”น.ส.แพรไหมกล่าว

นายคณาธิป บำรุงชัย นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนอัสสัมชัญ (บางรัก) หนึ่งในอาสาสมัครที่มาร่วมเป็นอาสาสมัครเดินเก็บขยะบริเวณท้องสนามหลวง กล่าวว่า ผมยังไม่มีแนวคิดจะรับอาชีพราชการเพื่อทดแทนคุณประเทศ เพราะผมคิดว่าอาชีพอะไรก็สามารถทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมและประเทศชาติได้ เพราะชีวิตถ้าประสบความสำเร็จแล้วก็ควรแบ่งปันและทดแทนบุญคุณประเทศเดินตามรอยในหลวงได้เหมือนกัน

 

 

บทความแนะนำ