ชี้น้ำชีร้อนเหตุมีสารปนเปื้อนสูง

วันที่ 16 มิ.ย. 2554 เวลา 14:15 น.
ชี้น้ำชีร้อนเหตุมีสารปนเปื้อนสูง
กรมทรัพยากรธรณี เผย ผลตรวจน้ำใน"แม่น้ำชี"ร้อน มีสารปนเปื้อนสูง ทำให้น้ำเสีย เตือนห้ามดื่มเด็ดขาด

นายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผอ.สำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม และธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการตรวจสอบน้ำในลำน้ำชีที่ร้อนขึ้น  บริเวณรอยต่อระหว่าง ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ กับ ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ ทำให้น้ำในลำน้ำร้อนจนปลาตายและความร้อนของน้ำ สามารถลวกไข่จนเป็นยางมะตูมได้นั้น กรมทรัพยากรธรณี ได้ส่ง คณะสำรวจ เข้าตรวจสอบพื้นที่แล้ว สรุปผลได้ดังนี้

บริเวณที่เกิดเหตุน้ำร้อนอยู่กลางลำน้ำชี ที่มีระดับน้ำสูงเพียง 80-90 เซนติเมตร และน้ำไหลช้ามาก น้ำมีสีแดงขุ่น การทดสอบคุณภาพน้ำในเบื้องต้นพบว่า มีค่า PH 6 หรือมีสภาพเป็นกรดอ่อน สารละลายปนเปื้อน 14,000 ส่วนในล้านส่วน หมายความว่าคุณภาพน้ำเสีย อุณหภูมิ 36 องศาเซลเซียส มีกลิ่นกำมะถันเล็กน้อย และจากการศึกษาชั้นตะกอน โดยใช้เครื่องเจาะมือหมุน พบว่า ตะกอนใต้ลำน้ำชีเป็นชั้นทรายละเอียดและชั้นดินเหนียว สำหรับตะกอนริมแม่น้ำ พบชั้นทรายละเอียดหนา 1.2 เมตร ชั้นดินเหนียวหนา 20 เซนติเมตร ใต้ลงไปเป็นชั้นดินลูกรัง

สาเหตุที่ทำให้น้ำในลำน้ำชีร้อนมี 2 ปัจจัย คือ 1. ปริมาณสารละลายปนเปื้อนที่มีอยู่สูงมากทำปฏิกิริยาแบบคายความร้อนกับน้ำ และมีการแยกชั้นน้ำโดยชั้นล่างมีรสเค็ม ส่วนชั้นบนมีรสกร่อย 2. ก๊าชมีเทนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน มีการทำปฏิกิริยาแบบคายความร้อน ทำให้ตะกอนดินทรายและน้ำที่อยู่ใกล้ผิวดินมีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่วนน้ำด้านบนอุณหภูมิปกติ

ทั้งนี้ สารละลายปนเปื้อนที่พบอยู่เป็นจำนวนมากส่วนหนึ่งไม่ได้เกิดตามธรรมชาติ ขณะนี้ได้นำตัวอย่างน้ำมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ทราบว่าสารละลายปนเปื้อนที่อยู่ในน้ำเป็นสารละลายชนิดใด ใช้เวลาดำเนินการ 2-3 วัน ส่วนก๊าชมีเทน เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการหมักย่อยสลายของสารอินทรีย์ ภายใต้สภาวะที่ปราศจากออกซิเจน ดินเหนียวที่ถูกปิดทับด้วยตะกอนทรายเป็นเวลานานจะเกิดสภาพขาดออกซิเจน เกิดก๊าชมีเทน ระดับน้ำในลำน้ำชีและตะกอนทรายจะเป็นตัวปิดกั้นตามธรรมชาติที่จะไม่ให้ก๊าชมีเทนรั่วซึมออกมา เมื่อระดับน้ำลดลง ประกอบกับตะกอนทรายถูกพัดพาออกไปก๊าชมีเทนจึงรั่วซึมออกมา ทำให้เกิดปรากฏการณ์ตามที่เป็นข่าว

นายเลิศสิน กล่าวอีกว่า เหตุการณ์น้ำในลำน้ำชีร้อน ไม่ได้มีสาเหตุจากภูเขาไฟและรอยเลื่อนมีพลังแต่อย่างใดทั้งนี้ เหตุการณ์ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เมื่อมีฝนตกและน้ำในลำน้ำชีไหลเป็นปกติ แต่อย่างไรก็ตาม ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คำแนะนำกับประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามนำน้ำไปดื่มโดยเด็ดขาด ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลชุมชนและองค์การบริหารส่วนตำบลคอโค ได้ติดป้ายเตือนประชาชนในเรื่องนี้แล้ว