บัญชีดำ 50 นักฆ่า สกัดเลือกตั้งรุนแรง

วันที่ 24 พ.ค. 2554 เวลา 08:10 น.
การเลือกตั้งทุกระดับมีความรุนแรง

โดย..กันติพิชญ์ ใจบุญ

บางรายถึงขั้นต้องเรียกใช้บริการ “มือปืน” มาเก็บฝ่ายตรงข้าม จึงเป็นงานหนักของตำรวจที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่มมากขึ้น หากประมาทหรือเผลอ แผนร้ายสกัดคู่แข่งด้วยความตายต้องสัมฤทธิผล

ทิศทางการทำงานของมือปืน การก้าวย่างขึ้นมาสู่อาชีพรับจ้างฆ่า เริ่มจากอะไร ทำไมต้องเข้าสู่วงจรนักฆ่า พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่จัดทำประวัติทะเบียน 50 อันดับ มือปืนปี 2554 ที่ตำรวจต้องการตัวมากที่สุดแจกจ่ายไปทุกพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนจับตามอง จะได้นำไปสู่การจับกุม เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของมือปืนอย่างน่าสนใจ

“มวยต้องมีค่าย ม้าต้องมีคอก มือปืนต้องมีซุ้ม” คำกล่าวจาก พล.ต.ต.วินัย ระบุชัดว่าอาชีพรับจ้างฆ่า หรือมือปืนรับจ้าง ต้องมีที่คุ้มกะลาหัว คนที่สามารถให้การคุ้มครองได้ก็ต้องเป็นผู้มีอิทธิพลในแต่ละท้องที่ ทั้งการเลี้ยงดูและเอาไว้เพื่อใช้งาน

กลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ มีทั้งกลุ่มนักธุรกิจ หรือนักการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เลี้ยงพวกมือปืนไว้เพื่อเสริมบารมี และไว้ใช้งานเมื่อเกิดความขัดแย้ง ความสัมพันธ์จะเป็นในรูปแบบลูกพี่กับลูกน้อง

ส่วนมือปืนก็เริ่มจากนักเลงอันธพาลทั่วไป เมื่อฆ่าคนตายก็ต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน หลังจากนั้นก็ก้าวเข้าสู่การรับจ้างฆ่าทั่วไป หรือที่เรียกว่ามือปืนดาวรุ่ง จุดนี้เองกลุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งหลายก็จะเอาตัวเข้าฝากไว้กับซุ้มในท้องที่ คอยช่วยเหลือทั้งการเงินและช่วยเหลือเมื่อถูกจับกุม” พล.ต.ต.วินัย เล่า

การก้าวเข้าสู่วงการก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย ไม่ยากเย็นนัก แต่กระนั้นเมื่อมือปืนเหล่านี้ออกไปก่อเหตุ การจับกุมก็ค่อนข้างลำบาก อุปสรรคปัญหาต่างๆ ที่ตำรวจต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพยานหลักฐานและอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวน เพราะมีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ใช่ว่าจะเป็นอุปสรรคของตำรวจ หากหลักฐานพร้อม อิทธิพลหน้าไหน พล.ต.ต.วินัย ก็ไม่เคยละเว้น

“ผมจับหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร เพราะพวกนี้เป็นอันตรายต่อสังคม ไม่สมควรอยู่ในสังคมด้วยซ้ำไป เพราะการไปฆ่าคนคนหนึ่ง ผลกระทบที่ตามมามันมากมาย ทำให้ครอบครัวของผู้ตายต้องล่มสลาย ลูกเมียเขาจะอยู่อย่างไร เรื่องนี้ถือว่ายอมกันไม่ได้เด็ดขาด” รองผู้การฯ วินัย บอก

พล.ต.ต.วินัย แจกแจงแผนปฏิบัติเพื่อปรามมือปืนไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านในช่วงเลือกตั้ง โดยจับทำทะเบียนประวัติ 50 อันดับมือปืนที่ทางการต้องการตัว จึงเป็นอีกแผนที่จะเข้ามาช่วยงานของตำรวจ ทั้งการให้ประชาชนแจ้งเบาะแส โดยมีรางวัลนำจับหัวละ 1 แสนบาทให้ พร้อมแจกจ่ายโปสเตอร์ออกไปทุกพื้นที่เพื่อขู่มือปืนอีกทางหนึ่งด้วย

“ผมได้ไอเดียแจกใบปลิวมาจากหนังจีน ที่วาดภาพผู้ต้องหาติดไปตามแคว้นต่างๆ เมื่อโจรมาเห็นภาพตัวเองเข้าก็ตกใจ ไม่กล้าออกมาเผชิญหรือก่อเหตุ คิดว่าหลักการนี่น่าจะช่วยได้ เพราะจะได้รู้ว่าตำรวจจับตาอยู่ และกำลังตามจับตามหมาย อย่าออกมาก่อเหตุเพิ่มเติม” พล.ต.ต.วินัย เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดี

แน่นอนว่าการจัดทำระเบียบปฏิบัติพร้อมข้อมูลของมือปืนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นหัวหน้าปราบปรามมือปืนรับจ้างและผู้มีอิทธิพล โดยมี พล.ต.ต.วินัย เป็นผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์ฯ มีหลักการและเหตุผลที่จะประมวลกลุ่มมือปืน ทั้งการรู้พฤติกรรมก่อเหตุ รู้ตัวบุคคล รู้อดีต รู้ปัจจุบันของกลุ่มมือปืน รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อป้องกันเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการจับกุมปราบปรามอย่างเข้มข้นของตำรวจ

สำหรับการแยกแยะระดับมือปืนรับจ้าง แต่ยังไม่มีหมายจับออกเป็นระดับที่ 1 คือ บุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นมือปืนรับจ้าง เชื่อว่าทำผิดมาแล้วแต่ไม่มีพยานหลักฐาน หรือพ้นโทษมาแล้ว หรือศาลยกฟ้อง

ระดับที่ 2 คือ บุคคลที่เชื่อว่าจะมีพฤติการณ์เป็นมือปืนรับจ้าง แต่ยังไม่ได้กระทำความผิด หรือที่เรียกว่ามือปืนดาวรุ่ง ระดับที่ 3 คือ บุคคลในเครือข่ายซุ้มมือปืน เช่น ผู้ว่าจ้าง ผู้จัดหา (เอเยนต์) ผู้ให้ความคุ้มครอง หัวหน้าซุ้ม และระดับที่ 4 คือ ผู้กระทำผิดโดยใช้อาวุธปืน

อีกส่วนที่ต้องเฝ้าระวังไม่ต่างกัน นอกเหนือจากกลุ่มมือปืนต่างๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ในซุ้มต่างๆ คือ “มือปืนนำเข้า” ก็น่าจับตามองไม่แพ้กัน แม้ว่า พล.ต.ต.วินัย จะเผยว่ากลุ่มคนเหล่านี้เข้ามารับงานน้อย หรือแทบจะไม่มีก็ตาม

เพราะฉะนั้น กลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือผู้อยู่ในวงการรับจ้างฆ่าทั้งหลายที่ทำงานภายใต้คำสั่งของเจ้านายเมื่อนายต้องการฆ่า ก็ต้องจัดหา “นักฆ่า” มาสนองทันที แต่จะหาได้อย่างไร ในเมื่อมือปืนในซุ้มต่างๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศต่างขยาด มือปืนนำเข้าจึงอุบัติขึ้นทันที

มือปืนนำเข้า หรือ “สินค้านำเข้า” ขณะนี้ถือว่ากำลังรุกคืบคลานเข้ามาในประเทศไทยอย่างเงียบๆ โดย พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม เผยให้ฟังอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเลือกตั้ง เหล่ามือปืนต่างชาติจะเริ่มเข้ามารับงานมากยิ่งขึ้น

“กลุ่มนี้จะค่อนข้างอันตรายมากกว่ามือปืนในประเทศ เพราะตำรวจไม่มีประวัติเลย อีกทั้งการเดินทางเข้ามารับงานก็จะเข้ามาทั้งทางธรรมชาติและทางด่านต่างๆ ตรวจสอบได้ลำบาก อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เอามาใช้ก่อเหตุก็ไม่ได้นำติดตัวมาด้วย แต่จะเป็นลักษณะเข้ามาทำงานอย่างเดียว จะมีผู้ว่าจ้างจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้ คือเรียกง่ายๆ ว่าเข้ามายิง ยิงเสร็จรับเงินก็กลับไปทันที จุดนี้อันตรายมาก” ผู้บังคับการกองปราบปราม บอก

จุดจบของมือปืน ไม่ว่าจะเป็นซุ้มไหน หรือนำเข้ามาก็ตาม คงมีแค่สองหนทางที่จะให้เลือก คือ ไม่ตายก็ต้องติดคุก เพราะกรรมที่ทำไว้ด้วยการฆ่าคนถือเป็นบาปมหันต์ไม่น้อย ก็ต้องฝากตำรวจระดมปราบปรามให้สิ้นซากเพราะ “พวกนี้คือมารสังคม”