มุมกลับ งานวิวาห์บันลือโลก หยุดยาวศก.ชะงัก-ได้ไม่คุ้มเสีย

  • วันที่ 29 เม.ย. 2554 เวลา 07:10 น.

จากที่มีการคาดการณ์ว่า จะมีเงินสะพัดจากนักท่องเที่ยวที่จะต้องใช้จ่ายสำหรับการพักผ่อน ซื้อของที่ระลึก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

จากที่มีการคาดการณ์ว่า จะมีเงินสะพัดจากนักท่องเที่ยวที่จะต้องใช้จ่ายสำหรับการพักผ่อน ซื้อของที่ระลึก และอาหารการกินในช่วงงานพิธีเสกสมรสบันลือโลก ด้วยตัวเลขรวมสูงถึงกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐ จนอาจทำให้เศรษฐกิจของอังกฤษฟื้นตัวขึ้นได้อีกครั้ง จากที่กำลังซบเซาจากวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป วิกฤตการเงินโลก ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตก เมื่อ 3 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินที่หมุนเวียนในงานพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียม และเคต มิดเดิลตัน อาจมากมายถึง 2 หมื่นล้านบาทหากเทียบเป็นเงินไทย แต่เมื่อคำนวณผลได้ผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวมแล้ว งานสมรสที่คนทั้งโลกตั้งตารอ อาจก่อผลเสียมากกว่าผลดี ต่อเศรษฐกิจของอังกฤษที่กำลังล้มลุกคลุกคลานและปราศจากอนาคต

มีรายงานข่าวว่า เศรษฐกิจของอังกฤษอาจคึกคักได้เพราะนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มารวมตัวกันที่กรุงลอนดอน แต่ในความเป็นจริงชาวโลกส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่ในประเทศตัวเอง ส่วนชาวอังกฤษนับล้านคนก็เลือกที่จะอยู่ในบ้าน รอชมการถ่ายทอดสดงานพิธีนี้ จึงทำให้เม็ดเงินที่สะพัดในช่วงพิธีอาจน้อยกว่าความเป็นจริง หรือกระทั่งต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งเม็ดเงินที่ประเมินไว้เบื้องต้นก็นับว่าน้อยมากอยู่แล้ว หากเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของอังกฤษที่มีมูลค่าสูงถึง 2.29 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก

ในช่วงที่มีงานพิธี ยังเป็นช่วงเดียวกับวันหยุดธนาคาร ยังผลให้ธนาคารแห่งชาติอังกฤษ (BOA) ไม่สามารถประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจในช่วงเวลาดังกล่าวได้ ยิ่งเป็นการกระหน่ำซ้ำเติมให้กับอังกฤษ ที่ต้องพบกับภาวะความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว และไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว และเป็นช่วงเวลาที่อังกฤษเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บที่สุดเป็นประวัติการณ์จากปรากฏการณ์หิมะตกหนักสูงสุดในรอบกว่า 100 ปี จนส่งผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวทางธุรกิจอย่างหนัก

ไม่เพียงเท่านั้น งานพิธียังเป็นโอกาสให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งให้โอกาสพนักงานหยุดพักยาว ซึ่งวันหยุดยาวของธนาคาร มักก่อให้เกิดความติดขัดในการทำธุรกรรมทางการเงิน และในครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างความเสียหายทางการเงินสูงถึง 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 1.5% ของมูลค่าผลผลิตในช่วงไตรมาส 2

ขณะที่ภาคธุรกิจรายอื่นๆ ประเมินว่าทุกๆ ครั้งที่ธนาคารหยุดทำการเป็นเวลานาน จะสร้างความเสียหายเป็นเงินถึง 2,900 ล้านปอนด์ ดังเช่นช่วงวันหยุดยาวในพระราชพิธีกาญจนาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของอังกฤษถึง 2,500 ล้านปอนด์

จากการประเมินของบริษัทเอกชนและสำนักข่าวหลายแห่ง พบว่า งานพิธีเสกสมรสครั้งนี้ จะสร้างความเสียหายเป็นเงินถึง 4 หมื่นล้านปอนด์ หรือ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากการหยุดชะงักอย่างฉับพลันอันเป็นผลจากวันหยุดยาวพิเศษ ที่ไม่สอดคล้องกับวันหยุดยาวทั่วโลก นอกจากนี้งานพิธีดังกล่าวยังไม่กระตุ้นให้เกิดการผลิตในระยะยาว เพราะสินค้าที่ได้รับความสนใจซื้อขาย เป็นสินค้าที่มีอายุสั้นเช่นเดียวกับงานพิธีที่กินเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงใน 1 วันเท่านั้น

ปัจจัยที่จะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของอังกฤษมากที่สุด คือการที่ราชวงศ์อังกฤษได้รับเงินงบประมาณจากรัฐบาลถึง 13 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เพื่อใช้จ่ายในด้านต่างๆ ซึ่งราชวงศ์อังกฤษ เป็นที่รู้จักกันในหมู่ชาวอังกฤษตามชื่อเล่นว่า “The Firm” หรือ “กลุ่มธุรกิจ” เนื่องจากมีความเกี่ยวพันกับธุรกิจในหลายๆ ด้าน และมีรายได้สูงจากธุรกิจดังกล่าว

นอกเหนือจากงบประมาณภาครัฐที่ต้องอุดหนุนค่าใช้จ่ายของราชวงศ์อังกฤษแล้ว ในงานพิธีครั้งนี้ ภาครัฐยังต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง 35 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้จ่ายในด้านการตรวจตรารักษาความปลอดภัย

ทั้งนี้ จากการประเมินโดยสำนักข่าว ซีบีเอส ของสหรัฐประเมินว่า จากการที่งานพิธีเสกสมรสคาบเกี่ยวกับช่วงวันหยุดยาวในอังกฤษ ซึ่งรวมถึงวันหยุดของธนาคาร จนมีวันหยุดรวมกันถึง 11 วัน จะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ฟิลิป ชอว์ นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัท Investec. กล่าวกับสำนักข่าว ซีบีเอส ว่า อาจส่งผลให้ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 2 หดหายไปถึง 0.25% คิดเป็นเงินถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

 

ข่าวอื่นๆ