ผบ.ตร.สั่งปรับยุทธวิธีช่วยตัวประกัน

วันที่ 15 เม.ย. 2554 เวลา 18:41 น.
ผบ.ตร.สั่งปรับยุทธวิธีช่วยเหลือตัวประกัน เน้นให้เจ้าหน้าที่ฟังวิทยุสื่อสาร-ตั้งด่านตรวจระวังเหตุมากขึ้น ด้านเลขาฯแพทยสภาเข้าเยี่ยมอาการหมอหญิงตัวประกันเผยอาการดีขึ้นแล้ว 

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวว่า การตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่กรณีการวิสามัญ นายธาดา อินทมาศ ที่ก่อเหตุชิงรถยนต์ประชาชน แทงตำรวจและยิงคนขับแท็กซี่เสียชีวิตนั้น จะมีการตั้งกรรมการสอบสวน โดยมี ผบช.น. เป็นประธานตรวจสอบ ซึ่งเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นหลายจุดและมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นอกจากนี้จะต้องมีการทบทวนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือตัวประกันซึ่งปกติมีการใช้แผนกรกฏ 52 มีการฝึกซ้อมยุทธวิธีเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุที่เกิดรวดเร็วไม่มีเวลาซักซ้อมแผนจึงอาจเกิดความผิดพลาดอยู่บ้างในการทำหน้าที่จึงต้องมีการปรับปรุงยุทธวิธีกันใหม่

พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวอีกว่า ต้องมีการปรับเปลี่ยนมุ่งเน้นการฟังวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความชัดเจนและระมัดระวังตัว รวมถึงมาตรการการตั้งจุดตรวจ ให้ถ้วนถี่และมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับคนร้ายทราบจากทางญาติว่าเคยมีประวัติติดยาเสพติดเหตุครั้งนี้เชื่อว่าเป็นผลพวงจากการเสพยาทำให้เกิดคลุ้มคลั่ง ภาพหลอนทำให้ก่อเหตุสะเทือนขวัญขึ้น

เลขาฯแพทยสภาเผยอาการหมอหญิงตัวประกันดีขึ้นแล้ว

ด้าน นพ.สมพันธ์ คมฤทธิ์  เลขาธิการแพทยสภา  พร้อมคณะ ได้เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจ  พญ.พิภัทรา สายโลหิต แพทย์ รพ.ค่ายสุรนารี  ตัวประกันที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์หนุ่มคลั่งจี้เป็นตัวประกัน  ที่ห้องไอซียู ศัลยกรรม ชั้น 3 อาคารสิรินธร  รพ.ราชวิถี

นพ.สัมพันธ์ กล่าวภายหลังการเข้าเยี่ยมว่า จากการพูดคุยและได้ทราบว่า อาการด้านร่างกายไม่น่าเป็นห่วงแล้ว เท่าที่ดูสีหน้าแววตาสดใสดีมาก สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือการติดเชื้อกระเพาะอาหารที่ผ่าตัดเอากระสุนปืนออกแล้ว หากผ่านตรงนี้ไปได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนกระสุนปืน 3 นัดที่ฝังอยู่บริเวณแขนและหลังนั้นไม่ได้ผ่าออก ทั้งนี้ปกติหากผู้ป่วยมีกระสุนฝังในร่างกาย ถ้าไม่เป็นอันตรายก็ไม่จำเป็นต้องผ่าหัวกระสุนออก

ทั้งนี้ในส่วนของแพทยสภา จะให้การช่วยเหลือ พญ.พิภัทรา 3 ประเด็น คือ 1.การรักษาพยาบาล โดยประสานกับทางแพทย์และพยาบาลที่ดูแลจนการอาการดีขึ้น ซึ่งขณะนี้ทีมแพทย์ก็ดูแลดีอยู่แล้ว 2.ส่งเสริมให้ได้เรียนแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกตามที่ พญ.พิภัทรา ตั้งใจและมุ่งมั่น ซึ่งคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร  และ 3.จะมีทีมกฎหมายแพทยสภา เข้ามาช่วยดูแลประเด็นที่เกี่ยวข้องทางกฎหมาย ที่สมควรได้รับการเยียวยาช่วยเหลือ