ภาพวงจรปิดหนุ่มคลั่งก่อเหตุโหด

วันที่ 15 เม.ย. 2554 เวลา 17:14 น.
ตำรวจเผยภาพวงจรปิดบันทึกวินาทีหนุ่มคลั่งก่อเหตุแทงตำรวจ-ยิงแท็กซี่ ด้านภรรยา-ครอบครัว ดาบตำรวจที่เสียชีวิตสุดเศร้ารับศพบำเพ็ญกุศล

เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด ใกล้ป้อมตำรวจแยกขัตติยานี ถ. สุโขทัย ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์หลังจากที่นายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี หนุ่มคลั่งที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญ ได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่ จร.สน.ดุสิต จนเสียชีวิตเพื่อแย่งอาวุธปืนประจำกาย

โดยภาพเผยให้เห็นว่า นายธาดาได้จอดรถริมฟุตบาท ด้านหน้าป้อมตำรวจและเดินหายไปในป้อมซึ่งอยู่ด้านซ้ายของภาพ ก่อนจะกลับมาขึ้นรถใหม่อีกครั้งพร้อมกับถืออาวุธปืนประจำกายของ ด.ต.ลิขสิทธิ์

นอกจากนี้ ยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณแยกศรีอยุธยา ซึ่งนายธาดา ได้ขับรถเก๋งคัมรี่พุ่งชนรถแท็กซี่พลเมืองดี ก่อนลงจากรถและใช้อาวุธปืนยิงคนขับแท็กซี่จนเสียชีวิต

ด้าน พ.ต.ต.ประกิจ ไกรหา สว.จร.สน.ดุสิต พร้อม นางเบญจวรรณ พิลาศรี อายุ 38 ปี ด.ช.ประกาศิต หรือ “น้องเก่ง” พิลาศรี อายุ 12 ปี และ ด.ช.ภานุวัฒน์ หรือ “น้องลีโอ” พิลาศรี อายุ 4 ปี ซึ่งเป็นภรรยาและลูกๆ ของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ ได้มาติดต่อกับเจ้าหน้าที่แผนกนิติเวช รพ.วชิรพยาบาล เพื่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนา

นางเบญจวรรณ กล่าวว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้อยากให้ผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยเหลือด้านการศึกษาของลูกชายทั้ง 2 คน โดยหลังจากนี้จะนำศพสามีไปตั้งรดน้ำศพที่วัดสุคันธาราม ตอน 17.00 น. ทำพิธีสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 6 คืน ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปเข้าพิธีพระราชทานเพลิงศพที่วัดตรีทศเทพต่อไป

ด้าน ด.ช.ประกาศิต กล่าวว่า ต่อไปนี้จะทำหน้าที่ดูแลแม่และน้องๆ อีก 2 คน อย่างดีที่สุด ที่สำคัญต้องตั้งใจเรียนให้มากขึ้นเพื่อสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจให้ได้ตามความหวังของพ่อ ที่ผ่านมาพ่อเป็นแบบอย่าง เป็นคนรักครอบครัวมากจะออกไปทำงานช่วงหกโมงเช้าของทุกวันและกลับมาที่บ้านพักอีกครั้งประมาณบ่ายสามหากไม่มีภารกิจอื่นๆ

ขณะที่ พ.ต.ต.ประกิจ กล่าวว่า ผู้ตายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดีมีน้ำใจ เสียสละ และช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้เคยสังกัด บช.ตชด.แล้วย้ายมาลงงานจราจร สน.ดุสิต ตั้งแต่ พ.ศ.2546 เป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลายหากมีงานระดมหรืองานอื่นๆ ที่ต้องใช้กำลังพลเยอะๆ ผู้ตายจะเป็นคนที่มาถึงโรงพักก่อนเวลานัดหมายเสมอน่าเสียดายที่ต้องมาจบชีวิตรวดเร็วอย่างนี้ ไม่นึกว่าผู้ตายจะพลาดพลั้งเพราะตนก็คอยกำชับผู้ใต้บังคับบัญชายามปล่อยแถวออกปฏิบัติหน้าที่เสมอว่าให้ระมัดระวังตัว

“จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่าก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้จอดรถเก๋งคัมรี่ที่ชิงมาได้บริเวณหน้าป้อมตำรวจ แล้วลงจากรถทำทีเข้าไปสอบถามเส้นทางก่อนจ้วงแทงและแย่งปืนยิงใส่ผู้ตาย คาดว่าเวลานั้นผู้ตายคงไม่ได้เอะใจอะไร เนื่องจากปกติจะมีชาวบ้านมาจอดรถถามเส้นทางที่ป้อมตำรวจจุดนั้นเป็นประจำทั้งวันอยู่แล้ว” พ.ต.ต.ประกิจ กล่าว

สำหรับการช่วยเหลือ เบื้องต้น  พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้มอบเงินส่วนตัวให้ครอบครัวของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ จำนวน 100,000 บาท เงินกองกลางของ บก.น.1 อีก จำนวน 30,000 บาท

ด้าน พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมอบเงินกองทุนสวัสดิการตำรวจให้กับครอบครัวพิลาศรี จำนวน 150,000 บาท และเงินฌาปนกิจอีก 360,000 บาท โดย ผบ.ตร.จะมอบเงินส่วนตัวให้อีก 100,000 บาทด้วย

ขณะที่ศพของ นายอำนาจ พวงสูงเนิน อายุ 34 ปี แท็กซี่พลเมืองดี ถูกนำออกจากสถาบันนิติเวช รพ.รามาธิบดี ไปตั้งไว้ที่ศาลาธรรมสังเวช วัดสุคันธาราม เช่นกัน โดย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ก็ได้มอบเงินสด จำนวน 30,000 บาท ให้แก่ครอบครัวผู้ตายเป็นเงินช่วยเหลือในฐานะที่ประกอบความดีให้กับสังคม

จากการสอบถาม นายชัยยัญ พวงสูงเนิน น้องชายผู้ตาย กล่าวว่า จะมีพิธีรดน้ำศพพี่ชายในช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.แล้วจะย้ายศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสามแยกสีชมพู ต.สีชมพู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ เพื่อรอการฌาปนกิจต่อไป

ด้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจ สำหรับการสูญเสียกับครอบครัวของนายตำรวจที่ทำหน้าที่ในการสกัดจับผู้ร้าย ที่มีทั้งเสียชีวิต และบาดเจ็บ โดยรัฐบาลจะดูแลครอบครัวอย่างดี โดยหากบุตรประสงค์ที่จะเข้ารับราชการตำรวจก็จะบรรจุให้ ส่วนลูกที่ยังเล็กก็จะส่งเสียให้เรียนหนังสือจนถึงที่สุด

คนร้ายเดินลงจากรถไปยังป้อมตำรวจ

 

เดินกลับมาพร้อมอาวุธปืนประจำกายที่แย่งมาจากเจ้าหน้าที่ โดยเป็นที่สังเกตว่า เสื้อคนร้ายเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด

 

แท็กซี่พลเมืองดีเข้าช่วยสกัดคนร้าย

 

คนร้ายเดินตามลงไปยิงคนขับแท็กซี่จนเสียชีวิต