กรมคุกรับมีนักโทษแอบโทรสั่งยาจริง

วันที่ 01 เม.ย. 2554 เวลา 13:56 น.
อธิบดีราชทัณฑ์ยอมรับมีนักโทษบางขวางแอบใช้โทรศัพท์สั่งยาตอนขึ้นเรือนนอนแล้วจริง เผยยังไม่มีเครื่องตัดสัญญาณ สั่งย้ายผู้ต้องขังเครือข่ายค้ายาคุกบางขวางเข้าเรือนจำเขาบิน 

นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผย หลังจากพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลออกมาตำหนิกรมราชทัณฑ์โดยขอให้เอาจริงเอาจังและตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือในเรือนจำให้หมด หลังจากเช้าวันนี้( 1 เม.ย) เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าจับกุม นายอาคิว หรือนายวรพชร เทพปัญญา อายุ 36 ปี ชาวพม่า พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวม 2,820 กรัม มูลค่า 8 ล้านบาท และยังพบยาไอซ์อีก 2,760 กรัม มูลค่า 8 ล้านบาท  โดยการสอบสวนพบว่านายอาคิวได้ติดต่อซื้อยาเสพติดกับนักโทษในเรือนจำบางขวางเพื่อส่งขายให้ชาวสิงค์โปร์  โดยพล.ต.ต.อำนวยระบุว่า ที่คุกบางขวางหลังเวลา 16.00 น. นักโทษสามารถโทรศัพท์ได้ และวันเสาร์-อาทิตย์โทรศัพท์ได้ทั้งวันนั้น ในส่วนของเรือนจำกลางบางขวางยอมรับว่า ยังไม่มีการติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ เพราะยังไม่มีงบประมาณในการติดตั้ง และขณะนี้มีเรือนจำเขาบินที่จ.ราชบุรี เพียงแห่งเดียวที่มีเครื่องตั้งเครื่องมือดังกล่าว ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่นักโทษที่เรือนจำกลางบางขวางจะแอบลักลอบโทรศัพท์ออกมา โดยเฉพาะหลังเวลา 16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ต้องขึ้นเรือนนอน รวมทั้งในช่วงวันหยุดด้วย  

นายชาติชาย กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เรือนจำบางขวางเข้าสอบสวนหาข้อเท็จจริงพร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่จู่โจมตรวจค้นเพื่อให้ได้ตัวเครือข่ายนักโทษที่แอบลักลอบโทรศัพท์สั่งยาเสพติดครั้งนี้ และจะพยายามควบคุมพฤติกรรมนักโทษรายอื่นๆอย่างเข้มงวดด้วย สำหรับตัวการเครือข่ายค้ายาในเรือนจำหากตรวจสอบทราบว่าเป็นใครแล้ว ทางเรือนจำจะทำการคัดย้ายให้ไปอยู่ที่เรือนจำเขาบินทันที ซึ่งการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวจะสามารถทำได้ทันทีเนื่องจากคณะกรรมการตรวจสอบของกรมราชทัณฑ์มีทั้งเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ ตำรวจและเจ้าหน้าที่ป.ป.ส. ซึ่งมีข้อมูลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเรือนจำความมั่นคงสูงทั่วประเทศที่จะต้องทำการติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์อีก 10 แห่ง