ส่งออกสำลักน้ำ

วันที่ 01 เม.ย. 2554 เวลา 06:56 น.
 กุ้งปาล์มกระอัก-โรงงานเสียหาย530ล้านพื้นที่เกษตรพัง7แสนไร่

น้ำท่วมใต้ส่งออกพัง ทุกข์ซ้ำหวั่นลูกค้าเรียกค่าเสียหาย โรงงานสูญ 530 ล้านบาท พื้นที่เกษตรจม 7 แสนไร่

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า จะประเมินสถานการณ์ส่งออกไปยังตลาดโลกในวันที่ 1เม.ย. จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ที่พบว่าสถานประกอบการได้รับความเสียหายรุนแรง การจราจรถูกตัดขาด ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ทำให้ไม่สามารถขนส่งสินค้าไปยังโรงงานผลิตผู้ซื้อและผู้บริโภคได้

“มีแนวโน้มว่าจะต้องปิดโรงงานหากน้ำท่วมรุนแรง เพราะขณะนี้พนักงานฝ่ายผลิตมาทำงานเพียง 50% วัตถุดิบที่มีอยู่เสื่อมตามสภาพ อาจส่งผลต่อวัตถุดิบส่งมอบล่าช้า ต่อเนื่องถึงการหยุดรับวัตถุดิบมาผลิต ทำให้ลูกค้าเรียกร้องถึงการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ความมั่นใจ” นางนันทวัลย์ กล่าว

สำหรับสินค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกุ้งเสียหายทั้งหมด คาดว่าจะขาดแคลนกุ้งสำหรับโรงงานเพื่อผลิตส่งออกและบริโภคในประเทศ ส่วนปาล์มน้ำมันที่กำลังเริ่มออกผลผลิต คาดว่าจะเสียหายรุนแรงที่สุด ครอบคลุมพื้นที่ปลูกเกือบทั้งหมด

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า จากการสำรวจความเสียหายในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรม เบื้องต้นพบความเสียหาย 5 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช กระบี่ พัทลุง สุราษฎร์ธานี และชุมพร มูลค่าประมาณ 530 ล้านบาท ความเสียหายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยางพารา อาหารทะเลแปรรูป

นายวิทเยนทร์ มุตตามระ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยจากวันที่ 2331 มี.ค. พื้นที่ความเสียหายด้านการเกษตรทั้งหมด 111,827 ราย พื้นที่ทางการเกษตรประสบภัย 732,655 ไร่ แบ่งเป็นข้าว 248,899 ไร่ พืชไร่ 38,245 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 445,511 ไร่ ยางพาราคาดว่าเสียหายจากดินโคลนถล่มไม่เกิน 5 หมื่นไร่

นายวิทเยนทร์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้แจ้งเตือนประชาชนในเขตพื้นที่ลาดเชิงเขา ซึ่งเสี่ยงต่อเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม ระดับสีแดง คือต้องมีการอพยพทันทีแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ บ้านพลุสมภาร ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต บ้านวังลุง อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช และบ้านสระบัว ต.ลำพูน อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี

สำหรับพื้นที่ที่เตือนภัยในระดับให้เตรียมอพยพ คือ บ้านพาราวงอารี ต.เพิ่มพูนทรัพย์ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี บ้านหมากกลับ ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต บ้านคีรีวงศ์ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช และบ้านสวนกลาง ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี

นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมรวม 8 จังหวัด 81 อำเภอ 514 ตำบล 4,014 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 239,160 ครัวเรือน 842,324 คน ถนน 1,593 สาย มีผู้เสียชีวิต 13 คน ไม่รวมในพื้นที่ จ.กระบี่