กต.ประชุมความพร้อมอพยพคนไทยกลับ

วันที่ 18 มี.ค. 2554 เวลา 14:48 น.
กต.ประชุมความพร้อมอพยพคนไทยกลับ ด้านสถาบันมะเร็งเตือน คนไทยไม่ควรกินยาป้องกันรังสีไว้ก่อน เพราะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ

(เวลา14.00 น.) นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เปิดเผยผลการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแผนอพยพคนไทยออกจากประเทศญี่ปุ่น โดยพิจารณาสถานการณ์เหตุระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ขณะนี้ สถานการณ์ยังคงที่อยู่ ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่ามีความปลอดภัย รวมถึงในระยะห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 20 กิโลเมตร ยังไม่มีอันตราย

ส่วนแผนอพยพคนยไทย ทางสถานทูตไทยได้นำรถไปรับคนไทยจำนวน 21 คน มาจากเมืองฟูจิมะเพื่อไปพักยังวัดปากน้ำ นารีตะ  ก่อนจะพิจารณาว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นภาระในการดูแล เนื่องจากช่วงนี้ประเทศญี่ปุ่นเองต้องแก้ปัญหาของประเทศ ดังนั้น หากผู้ที่ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ก็ขอให้เดินทางกลับประเทศไทย หรือออกจากพื้นที่ไปทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นก่อน ส่วนคนที่ไม่มีความพร้อมเรื่องค่าตั๋วเครื่องบินทางสถานทูตก็ยินดีจะออกให้ก่อนได้

ด้านการช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ใน 4 จังหวัด คือ อีวาเตะ มิยากิ อิบะ และอีบายากิ จำนวน 4,595 คน ซึ่งเป็นพื้นเกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ โดยจะพาไปพำนักอยู่ที่วัดปากน้ำด้วย ส่วนคนไทย จำนวน 5,000 คนที่ยังไม่สามารถติดต่อได้นั้น ในเบื้องต้นทางเครือข่ายคนไทยในญี่ปุ่นยืนยันความปลอดภัยได้แล้วประมาณ 800-1,000 คน ส่วนที่ไม่สามารถติดต่อได้คาดว่าบางคนได้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วแต่ไม่ได้แจ้งทางสถานทูตไทย ดังนั้น จึงให้มีการตรวจสอบรายชื่อที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้งหนึ่ง

นายธานี กล่าวว่า ในวันที่ 18 มี.ค. เครื่องบิน ซี 130 ของกองทัพอากาศ จำนวน 2 ลำจะบรรทุกถุงยังชีพของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย จำนวน 3,000 ถุง รวมถึงสิ่งของจำเป็นที่จะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศญี่ปุ่น และในวันที่ 19 มี.ค.ซี 130 จะนำสิ่งของไปอีก 1 ลำ ส่วนขากลับจะบรรทุกคนไทยกลับประเทศด้วย ก็ขอให้ผู้ที่จะเดินทางกลับแจ้งชื่อได้ที่สถานทูตไทยในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้มีคนไทยแจ้งชื่อเดินทางกับซี 130 แล้วกว่า 200 คน โดยเครื่องซี 130 สามารถบรรทุกได้เที่ยวละประมาณ 80 คน

ด้านนพ.ธีรวุฒิ คูหาเปรมะ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ทุกวันเพื่อเฝ้าระวังในการดูแลสุขภาพของคนไทย และได้จัดส่งแพทย์และพยาบาลไปประจำที่วัดปากน้ำ นารีตะ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่าไม่มีคนไทยป่วยจากรังสี แต่มีป่วยเพราะอากาศหนาวเย็น อีกทั้งทางศูนย์ฯและก.สาธารณสุขก็ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อสุ่มตรวจอาหารที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบว่ามีอาหารปนเปื้อนรังสี

ขณะเดียวกัน องค์การเภสัชฯได้ผลิตยาโปรตัสเซี่ยมไอโอไดด์ เพื่อให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นกินก่อนเดินทาง และเมื่อเดินทางเข้าไปแล้วก็ไม่ควรเข้าไปในบริเวณพื้นที่เสียงเกิน 30 กิโลเมตร สำหรับคนที่ไม่ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นไม่ควรรับประทานยาโปรตัสเซี่ยมไอโอไดด์เพื่อป้องกันรังสีไว้ก่อน เพราะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ และทุกคนก็ไม่ควรกักตุนยานี้ไว้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศไทยมียาโปรตัสเซี่ยมไอโอไดด์ ในปริมาณที่เพียงพอหากประเทศญี่ปุ่นต้องการและร้องขอมาทางประเทศไทยก็สามารถจัดส่งให้ได้