พลีชีพกู้รังสี!?

วันที่ 18 มี.ค. 2554 เวลา 07:47 น.
สหรัฐแนะญี่ปุ่นใช้เป็นหนทางสุดท้ายคนไทยครึ่งหมื่นขาดการติดต่อ

ส่งกองกำลังญี่ปุ่นทุ่มกำลังหยุดหายนะจากเตานิวเคลียร์ สหรัฐสั่งอพยพไกล 80 กม. แนะส่งทีมพลีชีพกู้วิกฤต

ญี่ปุ่นตัดสินใจส่งรถบรรทุกน้ำของกองกำลังป้องกันตนเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมการฉีดน้ำจากภายในรถ และเข้าใกล้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้มากขึ้น โดยระดมฉีดน้ำเข้าใส่เตาปฏิกรณ์ที่ 1, 3 และ 4 ซึ่งเกิดปัญหาระเบิดอย่างต่อเนื่อง

การตัดสินใจนำรถบรรทุกน้ำเข้าฉีดล่าสุดนี้ เป็นผลมาจากอุณหภูมิภายในเตาปฏิกรณ์ยังคงสูง และเกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีออกมาในระดับสูงถึง 3,000 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นระดับอันตราย แม้จะใช้เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นพ่นน้ำทะเลกว่า 7.5 ตัน ลงสู่เตาปฏิกรณ์ แต่ก็ไม่เป็นผล

นายเกรกกอรี จักซ์โก ผู้อำนวยการคณะกรรมาธิการกำกับดูแลนิวเคลียร์ แถลงต่อสภาคองเกรสสหรัฐต่อสถานการณ์โรงปฏิกรณ์ไดอิชิ ว่า บริเวณเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้วของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 เกิดแตกออก และไม่มีน้ำเหลืออยู่ในอ่างเก็บ ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีขึ้นในระดับที่สูงมาก

สหรัฐยังเตือนให้ชาวอเมริกันในญี่ปุ่นอพยพออกห่างจากโรงปฏิกรณ์ไดอิชิในรัศมี 80 กิโลเมตรด้วยขณะที่ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นได้สั่งอพยพประชาชนราว 2 แสนคน ในรัศมีระยะ 30 กิโลเมตร ส่วนนายเอริก เบสซง รัฐมนตรีอุตสาหกรรมฝรั่งเศส เตือนว่าญี่ปุ่นกำลังสูญเสียการควบคุมสถานการณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นที่เห็นนั้นไม่ใช่สิ่งที่ญี่ปุ่นพูดออกมา

นายโรเบิร์ต อัลวาเรซ นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันนโยบายศึกษา อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานของสหรัฐ กล่าวว่า วิธีแก้ปัญหาขั้นต่อไปอาจจะต้องเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ประจำโรงปฏิกรณ์ 180 คน ที่จะต้องถูกเรียกตัวขอร้องให้แสดงบทบาทวีรบุรุษ อาจจะต้องพลีชีพเพื่อแก้ไขสถานการณ์

ด้านสำนักงานพลังงานปรมาณูสากล (ไอเออีเอ) เตือนว่าอุณหภูมิในอ่างเก็บเชื้อเพลิงของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ 4, 5 และ 6 ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเกินกว่าที่ควรจะเป็น จนเกิดความหวั่นเกรงว่าเตาปฏิกรณ์ที่ 4 จะเป็นเหมือนเตาที่ 1 และ 3 ที่เกิดระเบิดขึ้น

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบระดับการปนเปื้อนที่เมืองฟูกุชิมา ซึ่งห่างออกไปจากเตาปฏิกรณ์ราว 80 กิโลเมตร พบระดับของสารกัมมันตรังสีที่ระดับ 12.5 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ 0.04 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง

นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ยังไม่สามารถติดต่อคนไทยในญี่ปุ่นอีก 5,000 คน จาก 2 หมื่นคน และแนะให้อพยพลงทางใต้ของญี่ปุ่นเพื่อความปลอดภัย