ผลสำรวจชี้ไทยมีสตรีเป็นผู้บริหารมากสุดในโลก

วันที่ 07 มี.ค. 2554 เวลา 22:17 น.
ผลสำรวจธุรกิจนานาชาติของ แกรนท์ ธอร์นตัน ระบุไทยมีสตรีรั้งเก้าอี้ผู้บริหารมากอันดับ1ของโลก ส่วนใหญ่อยู่ในหน้าที่ทางการเงิน

รายงานผลการสำรวจธุรกิจนานาชาติของแกรนท์ ธอร์นตัน (The Grant Thornton International Business Report : IBR) ที่สำรวจทัศนคติของธุรกิจเอกชนรายไตรมาส พบว่า  ประเทศไทยมีสัดส่วนสตรีในตำแหน่งผู้บริหารมากที่สุดในโลกที่ 45% ตามด้วยจอร์เจีย 40% รัสเซีย 36% ฮ่องกงและฟิลิปปินส์ 35% ทั้งสองประเทศ) ส่วนประเทศที่มีสัดส่วนผู้บริหารสตรีต่ำสุดได้แก่ อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และญี่ปุ่นซึ่งมีสตรีในตำแหน่งผู้บริหารน้อยกว่า 10%

อย่างไรก็ตามทั่วโลกมีสัดส่วนสตรีที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารเพียง 20% ซึ่งลดลงจาก 24% ในปี2553 นอกจากนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวยังค้นพบว่าองค์กรเอกชนที่ไม่มีสตรีที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารเพิ่มสูงขึ้นเป็น 38% จาก 35% ในปี 2553

น.ส.อัจฉรา บุณยหรรษา ผอ.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ แกรนท์ ธอร์นตัน ประเทศไทย กล่าวว่าวัฒนธรรมการทำงานในไทยให้โอกาสที่เท่าเทียมกันแก่บุคลากรไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือหญิงในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง อีกทั้งในบริษัทส่วนใหญ่ที่มีนโยบายการกระจายอำนาจหน้าที่ในองค์กร ก็เป็นปัจจัยส่งเสริมให้บุคลากรหญิงมีความมั่นใจได้ว่ามีโอกาสเท่าเทียมกับบุคลากรชายในงานที่ต้องใช้ความสามารถสูง อาทิเช่นได้รับมอบหมายให้ช่วยวางแผนโครงการหรือพลิกฟื้นผลประกอบการ รวมถึงได้บริหารงานที่เกี่ยวข้องกับต่างชาติ

ทั้งนี้สตรีที่อยู่ในตำแหน่งสูงจะรักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจ และเชื่อมั่นว่าการทำงานอย่างทุ่มเทจะทำให้ประสบความสำเร็จ

ผลสำรวจยังระบุอีกว่า บริษัททั่วโลกที่ว่าจ้างสตรีให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงนั้น  จำนวน 22% ว่าจ้างในตำแหน่งหน้าที่ทางการเงิน (อาทิ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการเงินหรือผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน ตามด้วยฝ่ายทรัพยากรบุคคล 20% ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด และผู้อำนวยการฝ่ายการขาย ตำแหน่งละ 9%  ขณะที่ทั่วโลกมีบริษัทเพียง 8% ที่มีประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)