รถปล่อยก๊าซพิษเจอภาษีเพิ่ม5%

วันที่ 07 มี.ค. 2554 เวลา 07:20 น.
คลังเคาะโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ รีดภาษีรถยนต์ปล่อยก๊าซพิษเกินมาตรฐานเพิ่ม 5% รวบอัตราภาษีรถยนต์นั่งต่ำกว่า 3,000 ซีซี เสียอัตราเดียว 30%

นายมั่น พัธโนทัย รมช.คลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิต กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน ได้สรุปโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่แล้ว โดยโครงสร้างภาษีใหม่จะมีการเพิ่มแรงจูงใจด้านการลดมลพิษ ซึ่งกำหนดไว้ว่า รถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ต่ำกว่า 150 กรัม/กิโลเมตร จะได้ลดภาษีสรรพสามิต 5% หากปล่อยก๊าซพิษเกิน 200 กรัม/กิโลเมตรจะเสียภาษีเพิ่ม 5%

สำหรับโครงสร้างใหม่ภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งที่มีรถ อี10 และ อี20 รวมอยู่ด้วย จากที่มีอัตราภาษีหลายอัตราตามขนาดเครื่องยนต์และกำลังแรงม้าตั้งแต่ 25-50% ก็จะลดลงเหลือ 2 อัตรา คิดตามขนาดเครื่องยนต์

ทั้งนี้ เครื่องยนต์ที่ต่ำกว่า 3,000 ซีซี อัตราภาษี 30% ขนาดเครื่องยนต์เกิน 3,000 ซีซี อัตราภาษี 50% โดยให้แรงจูงใจการปล่อยก๊าซพิษ ว่าต่ำกว่า 150 กรัม/กิโลเมตรจะได้ลดภาษี 5% หากปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เกิน 200 กรัม/กิโลเมตร ก็ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น5% ขณะที่รถยนต์ตรวจการณ์หรือรถยนต์ดัดแปลง ยังคงอัตราภาษีเดิมที่ 20% แล้วได้แรงจูงใจภาษีการปล่อยก๊าซพิษเหมือนกับรถยนต์นั่ง

สำหรับ รถยนต์ประหยัดพลังงานทั้ง รถยนต์ E85 อัตราภาษีลบ 3% จากอัตรารถยนต์นั่ง รถยนต์ NGVOEM อัตราภาษี 20% และรถยนต์ Hybrid อัตราภาษี 10% พร้อมทั้งแรงจูงใจภาษีการปล่อย CO2 เหมือนกับรถยนต์นั่ง และ พีพีวี แต่รถยนต์ประหยัดพลังงาน ประเภท รถยนต์ Hybrid รถยนต์ Fuel Cell และ รถ EV เสียภาษีอัตราเดิม 10% และไม่มีแรงจูงใจด้านภาษีการปล่อย CO2 รวมถึงรถยนต์อีโคคาร์ก็ใช้อัตราภาษีเดิม 17%

นายมั่น กล่าวว่า โครงสร้างภาษีใหม่หากนำมาใช้ทันทีจะกระทบกับผู้ประกอบการ เพราะรถยนต์ที่ใช้ในประเทศส่วนใหญ่ปล่อยก๊าซพิษเกิน ทำให้ต้องเสียภาษีเพิ่มอีก 5% ซึ่งคงต้องยืดการบังคับใช้ออกไป23 ปี เพื่อให้เอกชนปรับตัว

ทั้งนี้กรมกรมสรรพสามิต ประเมินผลที่คาดว่าจากการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ว่า ในส่วนของภาษีรถยนต์นั่งจะขยายตัวถึง 27.71% เทียบกับปี 2553 เนื่องจากการรถ E 20 ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นตามอัตราการปล่อย CO2

ขณะที่ภาษีรถยนต์กระบะจะเพิ่ม 70.53% และรถดับเบิ้ลแคปขยายตัว และรถ PPV ขยายตัว 34.48% อย่างไรก็ตามหากผู้ประกอบการมีการพัฒนาเทโนโลยีรถให้ปล่อย CO2 ได้ดีก็จะเสียภาษีในอัตราเท่าปกติ หรือได้ลดลงกว่าอัตราปกติ

นายมั่น กล่าวว่า กรมสรรพสามิตประเมินว่าการเก็บภาษีรถยนต์ในปี 2554 ได้จำนวน 8.36 หมื่นล้านบาท หากนำโครงสร้างภาษีใหม่มาใช้ปี 2557 จะทำให้ภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 1.29 แสนล้านบาท และเพิ่มเป็น 1.45 แสนล้านบาท ในปี 2560 ภายใต้การขยายตัวของปริมาณรถยนต์ที่ 4% ต่อปี