พิษลิเบียฉุดเศรษฐกิจ

วันที่ 24 ก.พ. 2554 เวลา 06:57 น.
เอ็กซิมแบงก์ชี้วิกฤตลิเบีย คุกคามราคาน้ำมันเงินเฟ้อพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เศรษฐกิจโลกชะลอ ส่งออกไม่โต

นายสมพร จิตเป็นธม รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ประท้วงในประเทศลิเบียนั้นจะส่งผลกระทบรุนแรง และต้องจับตามองปัญหาราคาน้ำมันและเงินเฟ้อที่จะกลายเป็นปัญหาระดับโลก และประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว

นายสมพร กล่าวว่า ผลจากการชุมนุมของประชาชนในแอฟริกาและตะวันออกกลาง อย่างประเทศอียิปต์ก่อนหน้านี้มาจนถึงประเทศลิเบีย ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ล่าสุดพุ่งสูงทะลุ 105 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเคยไปแตะที่ระดับ 108 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 100 เหรียญสหรัฐ โดยมีการคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนต์มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 101-109 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสจะเคลื่อนไหวในกรอบ 91-97 เหรียญสหรัฐ

“ราคาน้ำมันจะส่งผลให้เงินเฟ้อกลายเป็นปัญหาสำคัญของโลกและของไทย เป็นแรงกดดันให้ ธปท. ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ โดยเชื่อว่าจะมีผลทำให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ชะลอลง เพราะเศรษฐกิจโลกไม่โตอย่างที่คิด ก็ต้องจับตาว่า จีนและอาเซียนจะกระเทือนแค่ไหน ถ้ามากก็กระทบกับไทยเพราะส่งออกไม่โต” นายสมพร กล่าว

นายสมพร กล่าวว่า สำหรับลูกค้าของเอ็กซิมแบงก์ไม่ได้รับผลกระทบจากการประท้วงในลิเบียมากนัก เพราะลูกค้ามีไม่มากและลิเบียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 8 ส่วนอียิปต์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายเล็กที่ส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค