พระสังฆราชทรงสร้างโบสถ์ดิน

วันที่ 18 ก.พ. 2554 เวลา 19:12 น.
สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์สร้างโบสถ์ดินแห่งแรกในประเทศไทย  ที่สกลนคร งบไม่เกิน 1 ล้านบาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสในหลวงทรงเจริญพระชนมมายุ 84 พรรษา

พระราชรัตนมงคล สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ในฐานะที่ปรึกษาโครงการสร้างอุโบสถดิน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 เปิดเผยว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์การสร้างอุโบสถดินแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 ในพื้นที่บ้านห้วยยาง อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร โดยจะมีการสร้างอุโบสถ กุฎิ เจดีย์ ที่ทำจากดินทั้งหมด ซึ่งทางสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จะนำดินจากที่สังเวชนียสถาน 4 แห่ง จากประเทศเนปาล อินเดีย และดินจากพระสถูปโบราณสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช จากเมืองตักศิลา ประเทศปากีสถาน มาผสมเพื่อความเป็นสิริมงคลในการสร้างอุโบสถดินด้วย นอกจากนี้ สมเด็จพระสังฆราช ยังได้ประทานพระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว ที่แกะสลักจากหินหยกที่ได้อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย เตรียมนำมาประดิษฐานเป็นพระประธาน เมื่ออุโบสถสร้างเสร็จแล้วอีกด้วย

สำหรับอุโบสถดิน จะมีขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 15 เมตร จะจุพระได้ไม่น้อยกว่า 50 รูป โดยจะใช้งบประมาณจัดสร้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ส่วนกุฎิดินจะจัดสร้าง 2 หลัง ราคาหลังละไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งแรงงานที่จะนำมาจัดสร้างจะเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำที่กำลังจะพ้นโทษที่ผ่านการอบรมการฝึกอาชีพก่อสร้างบ้านดินของกรมราชทัณฑ์ มาร่วมจัดสร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำความดีให้สังคม

“อุโบสถดิน และศาสนสถานที่ สมเด็จพระสังฆราช ทรงสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเป็นไปตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจะให้วัดดังกล่าวเป็นต้นแบบของการสร้างอุโบสถอย่างพอเพียง ไม่เกิน 1 ล้านบาท เพราะปัจจุบันมีการสร้างพระอุโบสถในราคาสูง 10 ถึง 100 ล้านบาท แต่ไม่คุ้มค่าประโยชน์การใช้สอย เพราะบางวัดมีพระจำพรรษาเพียงแค่ไม่กี่รูป และสอดคล้องกับแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเน้นให้สร้างวัดแบบประหยัดและคุ้มค่าจากการใช้งาน” ที่ปรึกษาโครงการฯกล่าว