อาหรับลุกเป็นไฟน้ำมันพุ่ง

วันที่ 18 ก.พ. 2554 เวลา 11:26 น.
ตะวันออกกลางวิกฤตหนักไล่ผู้นำลามหลายประเทศ น้ำมันดิบสูงสุดรอบ 2 ปีครึ่ง

สถานการณ์การเมืองในตะวันออกกลางเข้าสู่ภาวะวิกฤต หลังกระแสการประท้วงขับไล่ผู้นำประเทศลุกลามไปหลายประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งกระฉูดทำสถิติใหม่ในรอบ 2 ปีครึ่งทันที เมื่อวันที่ 17 ก.พ.

ผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายน้ำมันในยุโรปโดยตรง เนื่องจากต้องอาศัยการขนส่งผ่านท่อน้ำมันจากตะวันออกกลาง และผ่านคลองสุเอซ โดยเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ราคาได้พุ่งไปแตะที่ 104.52 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในระหว่างการซื้อขาย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง นับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2551 ก่อนที่เมื่อปิดตลาดจะลดลงมาที่ 103.78 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าที่ 2.14 เหรียญสหรัฐ

การประท้วงเรียกร้องการปฏิรูปการเมือง และให้ผู้นำประเทศลงจากอำนาจได้ลุกลามไปอย่างต่อเนื่องทั้งในบาห์เรน ลิเบีย เยเมน แอลจีเรีย จอร์แดน อิรัก และอิหร่าน ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 17 ก.พ. สถานการณ์ในกรุงมานามาของบาห์เรนเข้าสู่วิกฤตนองเลือด เมื่อกองกำลังตำรวจได้ระดมพลพร้อมกับรถหุ้มเกราะเข้าไปยังจัตุรัสไข่มุก และเกิดปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงอย่างรุนแรง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน และบาดเจ็บนับสิบ รายงานระบุว่ามีการใช้กระสุนจริงยิงเข้าใส่ฝูงชนด้วย

ขณะที่ลิเบียซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันสำคัญในภูมิภาคนั้น ได้เกิดการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรงเช่นกัน โดยผู้ประท้วงได้นัดแนะออกมาประท้วงครั้งใหญ่ในวันแห่งความ “เดือดดาล” เมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย

สำหรับที่อิรักก็เกิดการประท้วงขับไล่รัฐบาลชุดปัจจุบันขึ้น และมีผู้เสียชีวิต 3 คน หลังจากตำรวจได้ยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วงในเมืองคุตของจังหวัดวาซิต ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ