หน่อยขย้ำน้ำมันปาล์ม“

วันที่ 10 ก.พ. 2554 เวลา 05:43 น.
สุดารัตน์” เชื่อรัฐบาลส่อทุจริตเชิงนโยบาย มีคนได้ประโยชน์จากส่วนต่างน้ำมันปาล์ม

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ประธานสถาบันสร้างสานอนาคตไทย เปิดเผยว่า สถาบันได้ติดตามสถานการณ์วิกฤตน้ำมันปาล์มพบปัญหาเกิดจากการบริหารนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาล ที่ไม่ดูแลน้ำมันปาล์มสำรองของประเทศที่ควรจะอยู่ที่ 2 แสนตัน แต่กลับปล่อยให้สต๊อกลดต่ำลงกว่าปกติมากเกินไป

ทั้งนี้ การนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศจำนวน 1.2 แสนตัน ในเดือน ก.พ.นี้ ถือเป็นเรื่องอันตราย เพราะในเดือน มี.ค. และ เม.ย.นี้ ผลปาล์มสดภายในประเทศจะออกสู่ท้องตลาด การนำเข้าจะกระทบกระเทือนต่อราคาผลปาล์มดิบในประเทศ แล้วกำไรจากส่วนต่างที่เกิดขึ้นจะไปอยู่กับใคร

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลบริหารน้ำมันปาล์มด้วยความไม่เข้าใจ หรืออาจจงใจให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย และไม่ทราบว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ ขอให้นายกฯ กลับไปตรวจสอบบุคคลใกล้ชิดในรัฐบาลและคนในพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับน้ำมันปาล์ม ทั้งทางตรงและทางอ้อมว่า ใครได้รับผลประโยชน์จากราคาที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติครั้งนี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า น้ำมันปาล์มล็อตสอง 1.2 แสนตัน ราคาอาจสูงกว่าล็อตแรก 3 หมื่นตัน ที่นำเข้ามา 39 บาทต่อกิโลกรัม นำมาผลิตขายได้ขวดละ 47 บาท ตามเพดานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เมื่อราคานำเข้าล็อตใหม่ต้นทุนสูงขึ้นผู้ผลิตปาล์มจึงร้องให้ปรับขึ้นเพดานปาล์มขวดจาก 47 บาท

ขณะนี้ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มมีแนวโน้ม จะขอให้กระทรวงพาณิชย์ปรับราคาเพดานน้ำมันปาล์มบรรจุขวดขึ้นอีกครั้ง จากปัจจุบันราคาเพดานอยู่ที่ 47 บาท/ขวด หากต้นทุนนำเข้าน้ำมันปาล์มล็อตสอง 1.2 แสนตัน มีราคาเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าการนำเข้าล็อตแรก 3 หมื่นตัน ที่นำเข้ามาในราคา 39 บาทกว่า/กก. แต่กระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาให้ขึ้นราคาน้ำมันปาล์มมากกว่า 47 บาท/ขวด เป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะไม่ต้องการให้กระทบกับประชาชนมากเกินไป โดยจะพยายามบริหารจัดการให้สามารถขายได้ที่ขวดละ 47 บาทเหมือนเดิม เพราะเชื่อว่าสถานการณ์ขาดแคลนและราคาแพงจะคลี่คลายลงได้ในเร็วๆนี้ นายฉัตรชัย ชูแก้ว ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า องค์การคลังสินค้า (อคส.) อยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองกับบริษัทผู้ขายน้ำมันปาล์มจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยวันที่ 10 ก.พ.นี้ จะประชุมผู้เกี่ยวข้อง