โควิด19วันนี้ ยอดป่วยหนักเพิ่ม ศบค. ห่วงฉีดเข็มกระตุ้นถึงเป้าแค่4จังหวัด

วันที่ 30 มิ.ย. 2565 เวลา 14:19 น.
โควิด19วันนี้ ยอดป่วยหนักเพิ่ม ศบค. ห่วงฉีดเข็มกระตุ้นถึงเป้าแค่4จังหวัด
ศบค. รับผู้ป่วยโควิด19ปอดติดเชื้อเพิ่มขึ้น ตามคาดการณ์ ยังอยู่ในเกณฑ์รับได้ เผยฉีดเข็มกระตุ้นถึงเป้า60% แค่ 4 จังหวัด

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 65 พ.ญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันมีการติดตามรายงานผู้ติดเชื้อ และผู้เข้าสู่ระบบการรักษา ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นโรคระบาดระดับทั่วโลก พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จากการตรวจด้วย PCR 2,695 ราย และมีผู้เสียชีวิต 14 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว โดยมี 6 ราย เป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนเลย และอีก 6 ราย ได้รับวัคซีนเข็ม 2 แล้วแต่มีระยะเวลาเกิน 3 เดือนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ส่วนผู้ป่วยปอดอักเสบ 684 ราย สูงขึ้นจากการรายงานเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และมีทิศทางสูงขึ้น และใช้เครื่องช่วยหายใจที่มีอาการรุนแรง 292 ราย แต่ยังถือว่ายังอยู่ในคาดการณ์ตามมาตรการผ่อนคลายการถอดหน้ากากตามความสมัครใจ และการเปิดสถานบันเทิง อย่างไรก็ตามอัตราครองเตียงและศักยภาพบุคลากรยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ โดยการครองเตียงในระดับ 2 และ 3 ส่วนใหญ่อยู่ที่ 9.9% มีเพียงบางจังหวัดใหญ่ๆ เช่น จ.สมุทรปราการที่อัตราการครองเตียงเกิน 20% แต่ไม่ถึง 25% เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่รักษาตัวที่บ้าน

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ทั้งนี้ หากดูการรับวัคซีนเข็มกระตุ้น พบว่าผู้มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพียง 46.5% ยังไม่ถึงเป้าหมาย 60% ที่วางไว้ และถ้าดูภาพรวมของทั้งประเทศประชาชนรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพียง 42.6% จึงขอให้ประชาขนเข้ามารับวัคซีนกันมากขึ้น เพราะขณะนี้มีเพียง 4 จังหวัดที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเกินเป้าหมาย 60% ประกอบด้วย กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ และภูเก็ต

ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก ได้มีการติดตามมาตรการถอดหน้ากากอนามัย ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ หรือมีโรคประจำตัว ยังต้องขอความร่วมมือให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และการผ่อนคลายมาตรการเป็นไปตามความสมัครใจบนพื้นฐานที่ยังมีความเสี่ยง แต่ยอมรับได้ และขอเน้นย้ำมาตรการส่วนบุคคล เว้นระยะห่าง ล้างมือตลอดเวลา ซึ่งมาตรการการถอดหน้ากากให้ประชาชนติดตามการประกาศในพื้นที่ด้วย เพราะสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันได้

สำหรับองค์กร หน่วยงานต่างๆ ตลอดจนร้านอาหาร และสถานประกอบการต่างๆ หากต้องการให้พนักงานคงมาตรการสวมหน้ากากอนามัยไว้ก็สามารถทำได้ และขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือด้วย