ศาลให้ประกัน"ปิยบุตร" กำหนดเงื่อนไข ห้ามติดต่อผู้เสียหาย

วันที่ 25 มิ.ย. 2565 เวลา 15:35 น.
ศาลให้ประกัน"ปิยบุตร" กำหนดเงื่อนไข ห้ามติดต่อผู้เสียหาย
ศาลให้ประกัน “ปิยบุตร”ล่อลวงเด็ก วงเงิน 5 หมื่น เจ้าตัวสารภาพเคยข่มขู่เหยื่อนำภาพไปปล่อยตามสื่อสังคมออนไลน์ ตำรวจมีผู้เสียหายกว่า20คน

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ศาลอาญาพนักงานสอบสวนปคม.นำคำร้องขอฝากขังครั้งเเรกทางไกลผ่านจอภาพเป็นเวลา 12วัน นายปิยบุตร อุไรงาม อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาในคดีสร้างบัญชีแอคเคาท์สื่อออนไลน์ปลอม หรือ อวตาร ล่อลวง เด็กหญิง อายุ 14 ปี ถ่ายภาพอนาจาร ก่อนแอบบันทึกเก็บไว้ข่มขู่แบล็คเมล์ให้ยอมทำตามข้อเรียกร้อง จนเกิดเป็นความเครียดสะสมตัดสินใจผูกคอตาย

ต่อมาผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ปล่อยในวงเงินประกัน5หมื่นบาท และห้ามผู้ต้องหาติดต่อกับบุคคลที่อาจเป็นผู้เสียหาย ห้ามใช้คอมพิวเตอร์หรือสื่อสังคมออนไลน์ ให้ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือในการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือสื่อใดๆ ของผู้ต้องหา ให้เจ้าพนักงานสามารถตรวจสอบการเดินทางและการสื่อสารของผู้ต้องหาตลอดเวลา โดยให้ผู้ต้องหาสวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) คุมตัว นายปิยบุตร อุไรงาม อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาใช้สื่อสังคมออนไลน์แสวงหาประโยชน์ทางเพศกับเด็กและสตรี ในข้อหาครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ไปฝากขังที่ศาลอาญาผัดแรก โดยท้ายคำร้องทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัว

โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดปฏิบัติการ “คอสเพลย์อวตาร” นำหมายค้นศาลจังหวัดปทุมธานี เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 95/212 หมู่ 3 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ภายหลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งเข้าร้องขอความช่วยเหลือกับทาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. ว่า บุตรสาวของตน อายุ 14 ปี ถูกผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นบัญชีแอ๊กเคาต์แอพพลิเคชั่นดิสคอร์ด และ ทวิตเตอร์ปลอม หรืออวตาร ทักข้อความมาทำทีตีสนิท ก่อนล่อลวงให้ส่งภาพโป๊ให้แลกกับเงิน แต่เมื่อได้ภาพไปแล้วกลับนำภาพดังกล่าวมาข่มขู่แบล็กเมล์ ด้วยการให้วิดีโอคอล แล้วสั่งให้ทำในสิ่งที่ตนต้องการในทางลามกอนาจาร หากไม่ยอมทำตามจะนำภาพดังกล่าวไปเผยแพร่ จนทำให้บุตรสาวเกิดความเครียดจนตัดสินใจผูกคอฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา หลังทราบเรื่องทางตำรวจ บก.ปปป. จึงประสานข้อมูลร่วมกับตำรวจ บก.ปคม. บก.ปอท. ร่วมแกะรอยสืบหาเบาะแสจนทราบว่าคนร้ายคือ นายปิยบุตร ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่บริษัทสื่อสารแห่งหนึ่ง กระทั่งนำกำลังติดตามจับกุมตัว พร้อมตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ของนายปิยบุตร มาทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบภาพและคลิปวิดีโอหลักฐานที่ตรวจพบในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนตัวของนายปิยบุตร พบว่ามีคลิปวิดีโอจำนวนหลายคลิป เผยให้เห็นการข่มขู่บังคับให้ยอมทำตามความต้องการของนายปิยบุตร ที่มีลักษณะคล้ายกับการเป็นทาสทางอารมณ์ โดยเหยื่อบางรายถูกบังคับให้เปลื้องผ้า ทำท่าทางคล้ายสุนัข แล้วก้มลงกินอาหาร โดยที่ตัวเหยื่อไม่เต็มใจ อีกทั้งบางรายยังถูกนายปิยบุตรข่มขู่บังคับหลายครั้ง จนเกิดความกดดัน ร้องไห้และใช้มีดจี้คอตนเอง เพื่อขอให้นายปิยบุตร หยุดการกระทำ แต่ก็ไม่เป็นผล นอกจากนี้ แม้จะเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น นายปิยบุตรกลับไม่มีท่าทีสลด ยังคงล่อลวงเด็กสาวในกลุ่มคอสเพลย์อีกหลายรายให้ส่งภาพโป๊เปลือยโชว์ของสงวนของลับมาให้ จากนั้นก็จะบันทึกภาพนั้นไว้ แล้วนำไปหาผลประโยชน์ให้ตน

จากการสอบสวน ในช่วงแรกนายปิยบุตรยังให้การภาคเสธ รับเพียงว่าเก็บคลิปภาพเด็กสาวในโทรศัพท์จริง แต่เป็นเด็กสาวที่เคยพูดคุยกัน หรือแฟนสาว รวมไปถึง นำมาจากทวิตเตอร์ต่างๆ เพราะเป็นคนชอบสะสมภาพสาวแต่งคอสเพลย์ ไม่ได้ข่มขู่แต่อย่างใด ก่อนจะยอมรับว่าเคยมีการข่มขู่เหยื่อว่าจะนำภาพไปปล่อยตามสื่อสังคมออนไลน์จริง

พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.ปคม. กล่าวว่า ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบจำนวนเหยื่อที่แน่ชัด เบื้องต้นขณะนี้พบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อนายปิยบุตร จำนวนมากกว่า 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย ในกลุ่มผู้ชื่นชอบแต่งคอสเพลย์ และคาดว่าน่าจะมีมากกว่านี้ พร้อมทั้งได้กำชับให้ดำเนินคดีในลักษณะต่างกรรมต่างวาระ รวมถึงพิจารณาข้อกฎหมายต่างๆ ในการเอาผิดเพิ่มเติมครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะข้อกฎหมายเกี่ยวกับกรณีที่เป็นต้นเหตุทำให้เหยื่อฆ่าตัวตาย เพื่อให้มีอัตราโทษเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพฤติการณ์ของผู้ต้องหาถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมโดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งจะมีการประสานเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพร่วมเข้าสอบปากคำผู้เสียหาย