อัจฉริยะ เอาผิดสืบภาค 1 ปมส่งคลิปใบพัดเรือเทียบขาแตงโม

วันที่ 24 มิ.ย. 2565 เวลา 15:42 น.
อัจฉริยะ เอาผิดสืบภาค 1 ปมส่งคลิปใบพัดเรือเทียบขาแตงโม
อัจฉริยะ ร้อง ปปป. เอาผิดสืบภาค 1 ปมส่งคลิปใบพัดเรือเทียบขาแตงโม จี้ตรวจคราบเลือด ยันเคลียร์หนุ่มกรรชัยแล้ว

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.วรชาติ แสนคำ รอง ผบก.สส.ภ.1 ในข้อหา "ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานรู้หรืออาจรู้ความลับในราชการกระทำโดยประการใดๆ อันมิชอบหน้าที่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับ" จากคดีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม ตามมาตรา 164 และ 157

นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า วันนี้มาแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.วรชาติ แสนคำ รอง ผบก.สส.ภ.1 จากการนำภาพศพของแตงโมมาเทียบเคียงกับใบพัดเรือ ส่งต่อไปให้ยังนายแพทย์ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดียศัลยแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า โดยตนเองมองว่าเป็นคนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องในคดี การนำหลักฐานในคดีออกไปให้คนนอกดู จึงถือว่าเป็นความผิด ตามมาตรา 164 และ 157 ซึ่งเป็นคนละกรณีกับเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในเรื่องของการสร้างหลักฐานเท็จและกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางคดีอาญา

นายอัจฉริยะ กล่าวยืนยันว่า ไม่เคยพูดว่ามีคลิปที่บันทึกเหตุการณ์ตอนกรีดขาแตงโม แต่เป็นคลิปเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงที่มาของบาดแผลว่าไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ ซึ่งตนเองอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรืออัยการ เข้ามาช่วยตรวจสอบตัวเรือเพื่อหาร่องรอยเลือดตามจุดที่ปรากฏในหลักฐานของตนเอง เพื่อให้คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักฐานที่ตนเองมีอยู่ ซึ่งส่วนตัวไม่เข้าใจว่าเหตุใดหน่วยงานต่างๆ จึงไม่กล้าที่จะตรวจสอบเรือ ตามที่ตนเองร้องขอ ซึ่งหากมีการยอมตรวจเรือลำดังกล่าว ตนจะพาชี้จุดที่ปรากฏรอยเลือดอยู่ในหลักฐานของตนเองเพื่อให้ตรวจสอบว่าเป็นเลือดของบุคคลใด หากมีการตรวจพบก็จะสามารถยืนยันในหลักฐานของตนเองได้ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม หรืออัยการก็สามารถนำหลักฐานของตนเองเข้าไปประกอบคดีและฟ้องในข้อหาฆาตกรรมได้ อย่างไรก็ตาม หลักฐานอื่นนั้นตนไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะผู้ที่ให้หลักฐานมาจะไม่ปลอดภัย และธุรกิจได้รับความเสียหาย

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่ตนถูกแจ้งความดำเนินคดีนั้น มีการเร่งรัดให้ตนไปพบพนักงานสอบสวน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคำสั่งของใคร ตนก็จะไปรับทราบข้อกล่าวหาก่อน เพราะเชื่อว่าไม่มีความผิด ขณะนี้โดนแจ้งความทั้งหมด 6 คดี แจ้งความโดยตำรวจ 4 คดี แจ้งความโดยนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา 2 คดี ซึ่งจะฟ้องตนกี่ร้อยคดีก็ได้ ตนพร้อมสู้ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นคล้ายกับเรื่องของตนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่ตนต้องไปต่อสู้โดยการนั่งอยู่กลางถนน เพราะไม่รู้ข้อกฎหมาย แต่ตอนนี้ตนมีทั้งทีมงานและมีประสบการณ์แล้ว โดยในวันพรุ่งนี้ ตนจะไปแจ้งความเอาผิดกับนายเดชา ที่สภ.เมืองพระประแดง ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของรายการโหนกระแสเมื่อวานนี้ (23 มิถุนายน) อย่างน้อยทำให้คนบนเรือเกิดการระแวงกันว่าใครนำหลักฐานมาให้ตน และทำให้เห็นว่ามีบางคนร้อนรน แต่นายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ หรือ โรเบิร์ต กลับไม่ติดต่อมา ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก และตนเองก็อยากดีเบทกับนายไพบูลย์อยู่แล้ว ส่วนนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ตนไม่คิดว่าจะมาที่รายการ แต่เมื่อมาถึงแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเข้ามาแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่ถือว่านายษิทรา แทรกแซงการทำงาน โดยหลังเกิดประเด็นจึ้นเมื่อวาน ตนก็ได้ปรับความเข้าใจกับ นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือหนุ่มแล้วเมื่อเช้านี้ ส่วนนายษิทรานั้นหากอยากช่วยตนจริง ก็พร้อมให้ไปด้วยกันทุกครั้ง

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ขณะที่ในส่วนของนางภนิดา ที่มีการจะถอนฟ้องของตนเอง ขณะนี้ทราบว่ายังไม่มีการถอนฟ้องแต่อย่างใด และไม่อยากให้ถอนฟ้องเพราะ หากมีการถอนฟ้องทุกสิ่งที่ตนเองทำมาจะหายไปและนางภนิดาจะไม่สามารถฟ้องในข้อหาเดิมซ้ำได้เพราะจะถือเป็นการฟ้องซ้ำ ซึ่งในส่วนของคดีที่ตนเองมีการฟ้องตรงไปจะมีการใส่สวนในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้

"ส่วนเรื่องที่นางภนิดาจะเป็นแม่ของแตงโมจริงหรือไม่นั้น อยากให้นำภาพขณะตั้งท้องมา รวมถึงหากตรวจดีเอ็นเอ ทุกอย่างก็จะสิ้นข้อสงสัย ส่วนนายวรินทร วัตรสังข์ หรือแอนนา ที่ออกมากล่าวยืนยันนั้น ไปทำคดีหวยให้จบก่อนดีกว่า" นายอัจฉริยะกล่าว