"แม่แตงโม" เชื่อ"บังแจ็ค"คนดี ลั่นเห็นหลักฐานสำคัญอาจพลิกคดี

วันที่ 28 พ.ค. 2565 เวลา 18:36 น.
"แม่แตงโม" เชื่อ"บังแจ็ค"คนดี ลั่นเห็นหลักฐานสำคัญอาจพลิกคดี
แม่แตงโม เชื่อ บังแจ็คเป็นคนดี เผยเจ้าตัว เคยเสนอจะช่วยเหลือเงินและให้ที่ดิน แต่ปฏิเสธไป ระบุ เห็นหลักฐานสำคัญแล้วเชื่อพลิกคดีเป็นฆาตรกรรม ด้าน สส.เต้ ท้าคนบนเรือ ถ้ามีไม่ถึง 5 พันล้านไม่ต้องมาคุย แจงปมลบโพสต์ขู่ แค่เตือนทนายบางคนที่ให้ข่าวโจมตี ยันไม่ฟ้องสื่อ

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 65 นางภนิดา ศิริยุทธโยธิน คุณแม่ แตงโม นิดา และนายมงคลกิตติ์ หรือ เต้ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ พร้อมด้วย คุณภคอร จันทรคณา รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เดินทางมาเก็บอัฐิ "แตงโม" ณ คริสตจักรเมธอดิสท์ รังสิตคลองสี่ จ.ปทุมธานี หลังทำพิธีฌาปนกิจไปเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา

นางภนิดา ให้สัมภาษณ์ถึงโทรศัพท์มือถือของเเตงโม ที่อยู่กับบังเเจ็ค ว่า ได้ติดต่อกับบังเเจ็คเมื่อตอนตี 4 ที่ผ่านมา โดยบังเเจ็ครับปากว่าจะส่งโทรศัพท์กลับมาให้ เเต่ไม่ได้ส่งมาให้เเม่ ส่วนจะส่งไปให้ใครขอเก็บเป็นความลับ เนื่องจากเป็นหลักฐานสำคัญทางคดี หากเก็บไว้ที่เเม่ก็เกรงว่าจะสูญหาย อีกทั้งในโทรศัพท์ดังกล่าว ยังมีหลักฐานสำคัญทั้งรูปภาพเเละวีดีโอที่ถูกลบไป ซึ่งบังเเจ็คสามารถกู้คืนกลับมาได้ 100 % เเล้ว ซึ่งตนเองได้เห็นหลักฐานบางอย่าง จนพบว่าเเตงโมเสียชีวิตบนบก ไม่ใช่ในน้ำ เเละหลักฐานดังกล่าว เชื่อว่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะพลิกคดีจากอุบัติเหตุเป็นฆาตรกรรม

เมื่อถามว่า ทำไมจึงเชื่อใจบังเเจ็ค นางภนิดาได้ถามกลับว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ มีใครเคยคุยกับบังเเจ็ค หรือมีใครเคยเจอบังเเจ็คบ้างหรือไม่ ดังนั้นอย่าเพิ่งตัดสินใครถ้ายังไม่ได้สัมผัสกับตัวเอง ซึ่งตนเองตอนเเรกก็ยังไม่เชื่อ จนมีนักข่าวคนหนึ่งเเนะนำให้ลองคุยดู เพราะบังเเจ็คมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย หลังจากนั้นก็ได้พูดคุยมาระยะหนึ่ง โดยระหว่างการพูดคุย บังเเจ็คได้เสนอช่วยเหลือทางด้านการเงิน และที่ดินจำนวน 6 ไร่ ย่านสนามบินดอนเมืองให้กับตน เนื่องจากเห็นใจ เเต่ตนได้ปฏิเสธไป ซึ่งจากการที่ตนได้สัมผัส เชื่อว่าบังเเจ็คเป็นคนดี

นางภนิดา กล่าวว่า ส่วนวีรกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมา ตนเองก็เคยรับทราบมาบ้าง เเต่ก็เกิดขึ้นมา 5 - 6 ปี เเล้ว จึงไม่อยากนำเรื่องในอดีตมารวมกับเรื่องนี้ ยืนยันว่าตนเองตัดสินใจถูกต้องเเล้ว ที่ส่งโทรศัพท์มือถือไปให้กับบังเเจ็ค

"หลังจากนี้จะเดินหน้าในเรื่องของคดีอย่างเต็มที่ โดยจะให้ความร่วมมือกับทีมงานของ ส.ส.เต้ เเละนายอัจฉริยะ ส่วนตัวมีความสบายใจขึ้น เพราะทีมงานนี้มีการทำงานเป็นทีม เชื่อว่ามาถูกทางเเล้ว อีกทั้งยังมีผู้นำทีมที่ดี มีความฉลาด อารมณ์ดี มีความเป็นผู้นำสูง ไม่พูดมาก ซึ่งเเม่ไม่เคยเจอคนเเบบนี้มาก่อน จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยเหลือทางคดีได้" นางภนิดา กล่าว

ด้าน นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องโพสต์เตือนหลายคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์บังเเจ็ค ตนอยากเตือนว่าก่อนจะว่าคนอื่นเป็นมิจฉาชีพ มองตัวเองหรือยัง เพราะต้องถือว่าบังเเจ๊คเป็นคนกล้ากู้ข้อมูลจากโทรศัพท์แตงโม เเต่ตนจำเป็นต้องออกมาพูด เพราะต้องปกป้อง เนื่องจากบังเเจ็คเป็นผู้ตรวจสอบวัตถุพยาน เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่มีใครกล้ากู้ข้อมูลให้เเม่ เเม่จึงมั่นใจส่งมือถือให้บังเเจ็ค อีกทั้งจะให้ความคุ้มครองบังเเจ๊ค ในฐานะเป็นพยานในชั้นศาล หากบังเเจ็คเดินทางกลับมาไทย ก็จะดูเเล รวมถึงประกันตัวในคดีที่บังเเจ็คโดนเเจ้งความดำเนินคดี จนกว่าจะพ้นการเป็นพยานในชั้นศาลของคดีเเตงโม

สิ่งที่ตนโพสต์ในวันนี้ เป็นลักษณะเหมือนโพสต์เตือน หวังว่าพฤติกรรมของทนายความบางคน ที่ออกมาให้ข่าวเกี่ยวกับคดีของเเตงโม หากยังทำพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ ก็จะไม่ปล่อยผ่าน ส่วนสาเหตุที่ลบโพสต์ไป เนื่องจากเป็นเพียงการโพสต์เตือนเท่านั้น เเละได้ปรึกษากับนายอัจฉริยะ เนื่องจากเนื้อหาพาดพิงถึงสื่อ ยืนยันจะไม่ฟ้องสื่อ เพราะสื่อถือเป็นกลาง เเละเป็นพยานได้

ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังอ้างด้วยว่า ก่อนหน้านี้ช่วงที่ตนลงพื้นที่สืบหาพยานหลักฐานในคดีเเตงโม โดยนายมงคลกิตติ์อ้างมีคนสนิทของหนึ่งในเเก๊งบนเรือติดต่อตนมา บอกว่าจะนำเงินมาวางไว้ให้ที่หน้าบ้าน 15 ล้านบาท ตนมองว่าน้อยเกินไป “ถ้ามีไม่ถึง 5 พันล้านบาท ไม่ต้องมาคุยกัน”