ส่งตรวจวัคซีนฝีดาษ "อภ."เก็บแช่แข็งกว่า 40 ปี พบยังเพาะเชื้อได้

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 15:24 น.
ส่งตรวจวัคซีนฝีดาษ "อภ."เก็บแช่แข็งกว่า 40 ปี พบยังเพาะเชื้อได้
อนุทิน เผย ผลตรวจเชื้อผู้ป่วยที่เดินทางจากประเทศเฝ้าระวังยังไม่พบเชื้อฝีดาษวานร ปลัดสธ.ระบุส่งวัคซีนฝีดาษที่อภ.แช่แข็งรักษาไว้กว่า 40 ปี ตรวจสอบคุณภาพ พบยังเพาะเชื้อได้ คาดมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.65 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการเฝ้าระวังโรคฝีดาษวานร (Monkeypox) ว่า หลังเดินทางกลับจากการประชุมสมัชชาอนามัยโลก (WHA) สมัยที่ 75 มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับรายงานการเฝ้าระวังโรคฝีดาษวานรและมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองโรค จาก นายแพทย์โรม บัวทอง ผู้อำนวยการกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กรมควบคุมโรค ซึ่งผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยยังต้องลงทะเบียนผ่าน Thailand pass หากพบผู้ป่วยที่สงสัยโรคฝีดาษวานร จะส่งมายังสถาบันบำราศนราดูร เพื่อเก็บตัวอย่างส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยขณะนี้ผลการตรวจผู้ป่วยสงสัยที่เดินทางมาจากประเทศที่เฝ้าระวังยังไม่พบเชื้อโรคฝีดาษวานร แต่พบเป็นเชื้อเริม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคใดก็ต้องระวังเรื่องการสัมผัสใกล้ชิด ดังนั้น การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ และการเว้นระยะห่าง สามารถช่วยป้องกันได้

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก ได้เข้าพบ นายเท็ดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก หารือเรื่องการขอสนับสนุนวัคซีนฝีดาษ ซึ่งรับปากว่าหากมีความจำเป็นจะให้การสนับสนุนตามสถานการณ์ของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้เตรียมการพึ่งพาตนเองด้วยโดยองค์การเภสัชกรรมมีการเก็บวัคซีนโรคฝีดาษคนแช่แข็งไว้กว่า 40 ปี ได้ส่งไปยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อตรวจสอบคุณภาพแล้ว

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า วัคซีนฝีดาษที่สามารถป้องกันฝีดาษลิงได้นั้น องค์การเภสัชกรรมมีการเก็บแช่แข็งไว้กว่า 40 ปี เมื่อส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นำไปเพาะเชื้อแล้ว เบื้องต้นพบว่าสามารถเพาะเชื้อได้ แปลว่าวัคซีนน่าจะยังมีประสิทธิภา

อนุทิน เผย ไทยมีมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองโรคฝีดาษวานร ระบุ ผลตรวจเชื้อผู้ป่วยสงสัยที่เดินทางจากประเทศเฝ้าระวังยังไมพบเชื้อ ปลัดสธ.ระบุส่งวัคซีนฝีดาษที่อภ.แช่แข็งรักษาไว้กว่า 40 ปี ตรวจสอบคุณภาพ พบยังเพาะเชื้อได้ คาดมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.65 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการเฝ้าระวังโรคฝีดาษวานร (Monkeypox) ว่า หลังเดินทางกลับจากการประชุมสมัชชาอนามัยโลก (WHA) สมัยที่ 75 มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับรายงานการเฝ้าระวังโรคฝีดาษวานรและมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองโรค จาก นายแพทย์โรม บัวทอง ผู้อำนวยการกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กรมควบคุมโรค ซึ่งผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยยังต้องลงทะเบียนผ่าน Thailand pass หากพบผู้ป่วยที่สงสัยโรคฝีดาษวานร จะส่งมายังสถาบันบำราศนราดูร เพื่อเก็บตัวอย่างส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยขณะนี้ผลการตรวจผู้ป่วยสงสัยที่เดินทางมาจากประเทศที่เฝ้าระวังยังไม่พบเชื้อโรคฝีดาษวานร แต่พบเป็นเชื้อเริม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคใดก็ต้องระวังเรื่องการสัมผัสใกล้ชิด ดังนั้น การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ และการเว้นระยะห่าง สามารถช่วยป้องกันได้

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก ได้เข้าพบ นายเท็ดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก หารือเรื่องการขอสนับสนุนวัคซีนฝีดาษ ซึ่งรับปากว่าหากมีความจำเป็นจะให้การสนับสนุนตามสถานการณ์ของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้เตรียมการพึ่งพาตนเองด้วยโดยองค์การเภสัชกรรมมีการเก็บวัคซีนโรคฝีดาษคนแช่แข็งไว้กว่า 40 ปี ได้ส่งไปยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อตรวจสอบคุณภาพแล้ว

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า วัคซีนฝีดาษที่สามารถป้องกันฝีดาษลิงได้นั้น องค์การเภสัชกรรมมีการเก็บแช่แข็งไว้กว่า 40 ปี เมื่อส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นำไปเพาะเชื้อแล้ว เบื้องต้นพบว่าสามารถเพาะเชื้อได้ แปลว่าวัคซีนน่าจะยังมีประสิทธิภาพ