"ชัชชาติ"ย้ำแนวคิด "ผู้ว่าฯสัญจร" ลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ ไม่บอกล่วงหน้า

วันที่ 26 พ.ค. 2565 เวลา 17:37 น.
"ชัชชาติ"ย้ำแนวคิด "ผู้ว่าฯสัญจร" ลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ ไม่บอกล่วงหน้า
"ชัชชาติ"พร้อมเปิดตัวทีมรองผู้ว่าฯหลัง กกต.รับรองผลเลือกตั้ง ย้ำแนวคิด "ผู้ว่าฯสัญจร" ลงพื้นที่ทุกวันอาทิตย์ โดยไม่บอกล่วงหน้า ห้ามขึ้นป้าย-จัดขบวนต้อนรับ

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 65 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่พบปะประชาชนเขตดอนเมือง ซอยช่างอากาศอุทิศ 16 หลังจากที่เคยลงพื้นที่สำรวจปัญหาน้ำท่วมในช่วงฝนตกหนักก่อนหน้านี้ ร่วมกับ นางปวีณา หงสกุล อดีตรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายนันทพงศ์ แก้วศรี ผู้อำนวยการเขตดอนเมือง และ นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ว่าที่ สมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย

นายชัชชาติกล่าวว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในระยะยาวต้องตรวจสอบศักยภาพในการระบายน้ำของคลองเปรมประชากรให้ดี เนื่องจากเป็นจุดหลักในการระบายน้ำ แต่ตอนนี้มีปัญหาคลองตื้นเขินมาก ต้องทำการลอกคลองให้ลึกในระดับลบ 3 เมตร (จากเดิมที่อยู่ในระดับลบ 1 เมตร) เพื่อให้สามารถผลักดันน้ำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกแนวทางหนึ่งคือต้องไปยับยั้งน้ำจากต้นทางที่พื้นที่ หลักหก โดยการสูบน้ำออกจากหลักหก สู่คลองรังสิตเพื่อระบายออกแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนบน ซึ่งจะสามารถช่วยลดปริมาณน้ำจากต้นทางได้ ดังนั้นในภาพรวมจึงมีแนวทางอยู่แต่ต้องทำงานร่วมกันทั้งผู้ว่าฯ ผอ. เขต และส่วนงานต่าง ๆ

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะมีการทำงานตามแนวคิดผู้ว่าสัญจร ที่จะลงพื้นที่ชุมชนทุกวันอาทิตย์ แวะไปเยี่ยมเยียนศูนย์บริการต่าง ๆ ในชุมชนจะเป็นรูปแบบการทำงานที่ทำให้เห็นปัญหาได้ดีขึ้น แต่ก็จะไม่รบกวนข้าราชการ เจ้าหน้าที่มาก โดยจะให้มาเพียงแค่ผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเช่น ผอ.เขต หัวหน้าส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ชัชชาติย้ำว่า จะไม่มีการบอกล่วงหน้าว่าจะไปเขตไหน ร่วมถึงมีนโยบายในการห้ามจัดทำป้าย ห้ามจัดทำขบวนต้อนรับ เพื่อให้ไม่สร้างความลำบากกับประชาชน และไม่รบกวนเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานอื่นในวันหยุด

"เราจะเป็นผู้ว่าฯสัญจร ลงพื้นที่ตามเขตต่าง ๆ ตอนเช้าไปวิ่งสวน ปลูกต้นไม้ ประชุมกับเขต แต่เอาเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องไม่ได้รบกวนข้าราชการทั้งเขต ให้เขามีเวลากับครอบครัว ส่วนมากก็จะเป็นผู้บริหารที่ต้องมา อาจจะแวะไปเยี่ยมศูนย์สาธาณสุข แล้วตอนบ่ายก็ไปเยี่ยมชุมชน จะได้รู้ปัญหาได้ดีขึ้น แต่จะพยายามไม่บอกล่วงหน้า ให้คึกคักกันทุกเขต ลุ้นว่าอาทิตย์นี้จะไปที่ไหน ห้ามขึ้นป้าย ห้ามมาต้อนรับ มาเฉพาะที่จำเป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้องก็ไปทำงานอย่างอื่น จะได้ไม่ต้องไปลำบากประชาชน"นายชัชชาติกล่าว

สำหรับกระแสข่าวเรื่องผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ นายชัชชาติชี้แจงว่า ไม่มีการกดดันจากทั้งทางพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล โดยในการเลือกผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯนั้น จะไม่มีการใช้ระบบโควต้า ไม่มีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะทำการเลือกด้วยตนเอง

"ผมพร้อมเปิดตัวคณะทำงานทันทีหลังจากได้รับการรับรองจาก กกต. โดยผู้ที่จะเลือกมารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ นั้นจะเป็นคนที่ทำงานจริง เป็นคนที่ซื่อสัตย์ โปร่งใส"นายชัชชาติกล่าว

ส่วนในกรณี ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ หนึ่งในทีมงานฝ่ายนโยบายของ นายชัชชาติ ออกมาปฏิเสธไม่เข้ารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ นายชัชชาติชี้แจงว่า ทุกคนที่เข้ามาร่วมทำงาน ไม่ได้มีการคาดหวังตำแหน่งอะไรไว้เป็นพิเศษ ในส่วน ดร.ยุ้ย มีความเชี่ยวชาญในด้านยุทธศาสตร์ ในเรื่องการผลักดันนโยบายต่าง ๆ และในเรื่องของการคลัง ซึ่งมีความสำคัญในแง่ของการทำให้นโยบายกว่า 214 ข้อสามารถดำเนินการได้สำเร็จ ทำให้ตำแหน่งที่เหมาะสมอาจไม่ใช่ตำแหน่งรองผู้ว่าฯ แต่อาจเป็นหัวหน้าทางด้านยุทธศาสตร์มากกว่า

นายชัชชาติย้ำว่า ทุกคนที่เปิดตัวมาไม่เคยมีการวางตำแหน่งไว้ ทุกคนมาร่วมทำงานด้วยใจ ส่วนเรื่องตำแหน่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในอนาคต

นอกจากนี้ นายชัชชาติ ได้กล่าวถึง นายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯ ว่า เป็นคนที่ร่วมทำงานมาตั้งแต่แรก มีการพูดคุยทำงานกันตลอด และเป็นคนที่ทำงานหนัก มีความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นหนึ่งในกลุ่มที่กำลังพิจารณา เนื่องจากมีความเข้าใจในงาน รู้จักข้าราชการ เจ้าหน้าที่ กทม.

ส่วนจะเข้ามารับตำแหน่งหรือไม่ นายชัชชาติยังไม่มีการยืนยันในเรื่องดังกล่าว

ด้าน นางปวีณา ได้ปฏิเสธกระแสข่าวว่ามีโอกาสเข้ามาเป็นหนึ่งในรองผู้ว่าฯ โดยระบุว่า จะคอยทำงานเบื้องหลังเพื่อสนับสนุนการทำงานของทีมชัชชาติเป็นหลัก

ภายหลังจากลงพื้นที่สำรวจซอยช่างอากาศอุทิศ 16 ชัชชาติได้เดินทางไปที่ วัดเกาะสุวรรณาราม เขตสายไหม เพื่อเข้าร่วมพิธีเบิกเนตรท้าวเวสสุวรรณ พร้อมกับ นางปวีณา น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตผู้สมัคผู้ว่าฯกทม. พรรคไทยสร้างไทย และ น.ส.รัตติกาล แก้วเกิดมี ว่าที่ส.ก. เขตสายไหม พรรคไทยสร้างไทย

นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่ได้เจอกับว่าที่ ส.ก. เขตสายไหม ยินดีที่จะร่วมงานกับ ส.ก. ของพรรคไทยสร้างไทย และพร้อมที่จะเป็นผู้ว่าฯ ที่สามารถทำงานกับทุกคน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

ด้านนายศิธา กล่าวว่า ในวันนี้ที่ได้เจอกับ นายชัชชาติถือว่าเป็นการส่งมอบ ส.ก. พรรคไทยสร้างไทย ให้เข้าร่วมทำงานกับว่าที่ผู้ว่าฯ อย่างเป็นทางการ และยังได้ฝากนโยบายเรื่องรถโดยสารที่จะวิ่งในโซนใต้ทางด่วนเอกมัย - รามอินทรา ให้นายชัชชาตินำไปพิจารณาอีกด้วย