ปลัดมท.ย้ำให้คนมหาดไทยทำงานเป็นทีมอุทิศตนเพื่อประชาชน

วันที่ 25 พ.ค. 2565 เวลา 16:15 น.
ปลัดมท.ย้ำให้คนมหาดไทยทำงานเป็นทีมอุทิศตนเพื่อประชาชน
ปลัดมหาดไทยนั่งหัวโต๊ะประชุมติดตามขับเคลื่อนงานไปยังทั่วประเทศ ย้ำคนมหาดไทยต้องทำงานเป็นทีมอุทิศตนเพื่อประชาชนในการ“บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามภารกิจรัฐบาลและสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 6/2565 โดยมี ผู้บริหารระดับสูง พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference ร่วมกับนายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย หัวหน้าสำนักงานจังหวัด และผู้อำนวยการกลุ่มงานในสังกัดสำนักงานจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมประชุม

นายสุทธิพงษ์ ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนดำเนินงานว่า ขณะนี้เรื่องที่ใกล้ตัวและเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของประชาชน นั่นคือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แม้ว่าสถานการณ์จะมีทิศทางดีขึ้นต่อเนื่อง และประเทศไทยอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมสถานการณ์โรคโควิด-19 สู่การเป็นโรคประจำถิ่น แต่ยังพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม 608 คือ กลุ่มผู้สูงอายุมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคประจำตัวในกลุ่ม 7 โรค ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 จึงให้ทุกจังหวัด รณรงค์ให้คนในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนให้ได้รับฉีดวัคซีนตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนัก และไม่ประมาทในการใช้ชีวิตวิถีใหม่ ด้วยการปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID Free Setting) รวมทั้งมาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล DMHTA

จากน้้น ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนโครงการ/กิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ 1.ทำนุบำรุงและดูแลรักษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดที่เคยเป็นสถานที่อันเนื่องในพระราชพิธี รวมถึงเคยเป็นสถานที่เสด็จพระราชดำเนิน ให้มีความสวยงาม สมบูรณ์ สมพระเกียรติ เป็นแหล่งเรียนรู้ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ที่แสดงถึงความภาคภูมิใจของพี่น้องประชาชนในจังหวัดนั้น ๆ และพิจารณาจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การจัดเสวนาหรือบรรยายทางวิชาการโดยปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และความภาคภูมิใจให้กับเด็ก เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้เกิดความหวงแหนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และรักษาไว้ให้อยู่คู่บ้านคู่เมือง 2.การรวบรวมและประมวลภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ที่เคยเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจบริเวณพื้นที่จังหวัดในวาระต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดคุณค่าทั้งทางตรง คือ เสริมสร้างความภาคภูมิใจของคนในจังหวัดและเป็นเกียรติประวัติของจังหวัด และคุณค่าทางอ้อม คือ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัด

3.การเตรียมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2565 ให้เป็นไปตามแนวทางของสำนักนายกรัฐมนตรี และสมพระเกียรติ ทั้งการตกแต่งอาคารสถานที่ ประดับธงชาติและธงตราสัญลักษณ์พระนามาภิไธย ส.ท. การลงนามถวายพระพรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ การจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล พิธีถวายพระพรชัยมงคล กิจกรรมสาธารณกุศลต่าง ๆ เช่น กิจกรรมบริจาคโลหิต การทำจิตอาสาพัฒนาต่าง ๆ และการจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและเกิดความเป็นสิริมงคลกับตัวเราและประเทศชาติ 4. โครงการปลูกต้นไม้ประจำจังหวัดและต้นไม้ในพุทธประวัติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2565 ณ วัดบางหลวงหัวป่า (วัดร้าง) ต.สวนพริกไทย อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ด้วยการปลูกต้นไม้ประจำจังหวัดทั้ง 77 ต้น และต้นไม้ในพุทธประวัติ เป็นโอกาสที่จะได้ร่วมกันตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน สอดคล้องกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ซึ่งนับเป็นการปฏิบัติบูชาที่ยั่งยืน เพราะต้นไม้ทุกต้นจะเกื้อกูลประโยชน์ทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมการศึกษาหาความรู้ของเด็ก เยาวชน และประชาชนในสังคม

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในด้านการบริหารจัดการและด้านงบประมาณ ได้กำชับการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ให้เป็นไปตามแนวทางของกรมบัญชีกลาง และจัดทำคำขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ราคามาตรฐานของสำนักงบประมาณควบคู่กับการพิจารณาด้านความพร้อม ความเหมาะสม ความคุ้มค่า ความตรงไปตรงมา และประโยชน์ที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และได้เน้นย้ำถึงการขับเคลื่อนการทำงานของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยข้าราชการและบุคลากรที่อยู่ในสำนัก กอง ศูนย์ กลุ่ม สำนักงานจังหวัด เดียวกัน ต้องมีองค์ความรู้ในการทำงานเท่ากัน ดังนั้น สิ่งใดที่เป็นข้อสั่งการ ข้อเสนอแนะ เนื้องาน ของบุคลากรแต่ละคน กลุ่ม ส่วน ทุกคนต้องมีความรู้เท่ากัน “ทำงานเป็นทีม” มุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติราชการด้วยหัวใจคนมหาดไทย ที่มีความปรารถนา (Passion) ทุ่มเท มีน้ำใจที่จะช่วยเหลืองานของทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย เพื่อบังเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ด้วยการช่วยกัน “ติชม เสนอแนะ ลงมือทำ เมื่อมีประชาชนติดต่อ หรือหน่วยงานติดต่อ ก็สามารถตอบได้” รวมทั้งถอดบทเรียนการทำงานเพื่อให้ได้คิด ทบทวน เรียนรู้ กระบวนการทำงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขยายผลไปยังส่วนราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ในพื้นที่จังหวัด และต้องสื่อสารสังคมสร้างการรับรู้กับพี่น้องประชาชนผ่านช่องทางสื่อในพื้นที่ 

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยยังได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลในการดำเนินโครงการที่เป็นการแก้ไขความทุกข์ยากลำบากของพี่น้องประชาชนที่สำคัญ ได้แก่ 1. การแก้ไขปัญหาความยากจนผ่านไกลศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) 2 การขับเคลื่อนจัดตั้งศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เพื่อคืนคนดีกลับสู่สังคมอย่างน้อยต้องมี 878 ศูนย์ หรืออำเภอละ 1 ศูนย์ โดยให้มีจิตอาสาที่ผ่านการฝึกอบรมร่วมบริหารจัดการ  3. วางระบบ “สายด่วนเลิกยาเสพติด” ศูนย์ดำรงธรรม 1567 ทั้งระบบบันทึกข้อมูล การส่งต่อข้อมูล การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากยาเสพติดทั้งเหตุฉุกเฉิน และ 4.การขับเคลื่อนโครงการอำเภอนำร่อง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” แบบบูรณาการ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ ด้วยการเรียน สืบสาน น้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” สู่การปฏิบัติอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน