เด้ง 2 ตำรวจสภ.สามพราน เซ่นคลิปทำร้าย3วัยรุ่น

วันที่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 16:41 น.
เด้ง 2 ตำรวจสภ.สามพราน เซ่นคลิปทำร้าย3วัยรุ่น
ผบช.ภ.7 สั่งเด้ง 2 ตำรวจสภ.สามพราน พร้อมสั่งสอบข้อเท็จจริง กรณีปรากฏคลิปทำร้าย3วัยรุ่นหนีอริมาขอความช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 21พ.ค. 65 จากกรณีมีภาพและคลิปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียที่จับภาพวัยรุ่นชาย 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศร มาพบรถสายตรวจ สภ.สามพราน จ.นครปฐม รีบขอความช่วยเหลือพร้อมบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถูกคู่อริไล่แทงมา แต่ถูกตำรวจตรวจค้น โดยสั่งให้ยกมือขึ้นและให้นั่งลงถอดเสื้อ และตรวจค้นเจออาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก โดยมีการกดตัวลงกับพื้นถนน บังคับใส่กุญแจมือ และตำรวจยังใช้เท้าเตะ กระทืบหลัง หลายครั้ง ใช้เข็มขัดฟาด มีการเหยียบหัวซ้ำอีก โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 เม.ย.65 เวลาประมาณ 01.30 น.บริเวณ หน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถ.บรมราชชนนี ม.1 ต.บางเตย อ.สามพราน จ.นครปฐม นั้น

พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำร้ายผู้ต้องหา คือ ร.ต.อ.ไชยะพจน์ โคตรสำราญ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.สามพราน ส่วนผู้ถูกทำร้าย นายพัสวเรศ คำยอด อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาคดีอาวุธปืนเถื่อน ของกลางที่พบ อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด

สำหรับพฤติการณ์ ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ร.ต.อ.ไชยะพจน์ กำลังปฏิบัติหน้าที่ได้ออกตรวจพื้นที่พร้อมพลขับได้รับแจ้งจากศูนย์ 191 มีการรวมตัวกลุ่มวัยรุ่นและขับขี่รถย้อนศรไปมาบริเวณหน้าหมู่บ้านที่เกิดเหตุ จึงได้เดินทางไป แต่ไม่พบกลุ่มวัยรุ่นอยู่บริเวณดังกล่าว ร.ต.อ.ไชยะพจน์ จึงได้จอดรถเปิดสัญญาณไฟป้องกันเหตุ ระหว่างนั้นนายพัสวเรศ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรมาตาม ถ.บรมราชชนนี พร้อมกับพวกอีก 2 คน จึงได้เรียกตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน จึงได้จับกุมตัว นายพัสวเรศ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ต่อมาบิดาของนายพัสวเรศ ได้แจ้งว่านายพัสวเรศ ถูก ร.ต.อ.ไชยะพจน์ ทำร้ายร่างกายโดยการเตะและกระทืบจนได้รับบาดเจ็บ

พล.ต.ท.ธนายุตม์ กล่าวอีกว่าในวันนี้เวลา 16.00 น. ตนได้เรียก รอง ผบช.ภ.7 ที่รับผิดชอบพื้นที่ พร้อมทั้ง. ผบก., รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, ผกก.สภ.สามพราน พร้อมตำรวจที่เกี่ยวข้อง มาประชุมสรุปหาข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนได้ทราบและให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ขอยืนยันว่า หากผลการสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่า การกระทำของตำรวจทั้งสองนายว่าผิด จะดำเนินการทั้งวินัย และอาญาอย่างเด็ดขาด ในเบื้องต้นอยากขอโทษ ต่อสังคมถึงกรณีดังกล่าวหากผู้ใต้บังคับบัญชาตนกระทำความผิด แต่อย่างไรเสียก็ต้องรอผลการสอบข้อเท็จจริงว่าได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ เพื่อจะได้เกิดความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย

ต่อมา พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ชูนาค รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้มีหนังสือคำสั่งให้ ร.ต.อ.ไชยะพจน์ โคตสำราญ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.สามพราน และส.ต.ต.พนาดร ช่างเขียน ผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามสภ.สามพราน ให้ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ ทางตำแหน่งเดิม พร้อมทั้งออกคำสั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง

ในหนังสือคำสั่งระบุว่า ด้วยปรากฏภาพเหตุการณ์ทางสื่อสังคมออนไลน์ที่เกิดขึ้นช่วงเวลากลางคืนของวันที่? 30 เม.ย มีวัยรุ่น จำนวน 3? คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศร เข้ามาหาเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจของสถานีตำรวจภูธรสามพราน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้น วัยรุ่นทั้ง 3 คน ต่อมามีภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำต่อกลุ่มวัยรุ่น และนำตัวกลุ่มวัยรุ่นพร้อมของกลางไปทำการสอบสวน ที่สถานีตำรวจภูธรสามพราน เหตุเกิดบริเวณหน้าหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ 44 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อให้การปฏิบัติรายการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมิให้เกิดความเสียหายต่อราชการ จึงอาศัยอำนาจ ตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2563 ให้ ร.ต.อ.ไชยะพจน์? รอง?สารวัตรป้องกันปราบปราม?สถานีตำรวจภูธรสามพราน และ ส.ต.ต.พนาดร ผู้บังคับหมู่ ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง สั่ง ณ วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2565