ผบช.ภาค 1 รับได้ไม่เสียกำลังใจถูกตั้งกรรมการสอบวินัยคดี"แตงโม"

วันที่ 19 พ.ค. 2565 เวลา 15:25 น.
ผบช.ภาค 1 รับได้ไม่เสียกำลังใจถูกตั้งกรรมการสอบวินัยคดี"แตงโม"
ผบช.ภาค 1 ไม่กังวลหลังถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งกรรมการสอบพร้อม 3 นายตำรวจชุดคลี่คลายคดีแตงโม ยันไม่เสียใจเพราะตำรวจเป็นองค์กรหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมที่ตรวจสอบได้ ลั่นทุกอย่างอยู่ในสำนวนแล้วชี้แจงได้ทุกประเด็น

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) เปิดเผยคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนายตำรวจ 4 นายในคดีแตงโมว่า ตนรับราชการมาเป็นเวลานานไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อย ทุจริตคอร์รัปชั่น ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และดูแลรับใช้ประชาชนมาโดยตลอด การสืบสวนสอบสวนทุกคดีต้องทำตามพยานหลักฐานต่าง ๆ โดยรอบคอบ โดยการตรวจสอบนั้นเป็นเรื่องดี ทำให้สังคมคลายสงสัย ตำรวจเองก็เป็นองค์กรในกระบวนการยุติธรรมที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้สังคมเกิดความมั่นใจ และเชื่อมั่นในวิชาชีพของตำรวจมากขึ้น ขอยืนยันว่าการสืบสวนสอบสวนจะทำตามความเข้าใจไม่ได้ ต้องดำเนินการตามพยานหลักฐาน โดยเฉพาะคดีนี้ ต้องฟังความเห็นของแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์ศพ

พล.ต.ท.จิรพัฒน์ กล่ากว่า เมื่อมีผู้ร้องเรียนไปยัง ผบ.ตร. ก็ต้องเรื่องส่งให้ผู้มีอำนาจในการตรวจสอบทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง เท่าที่ทราบ ในวันที่ 20 พ.ค.จะมีการสอบ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ส่วนตนเองนั้น ขึ้นอยู่กับทางจเรตำรวจว่า จะให้เข้าไปชี้แจงด้วยตนเอง หรือส่งเอกสารข้อมูลไป ทั้งนี้ ไม่กังวลหรือเสียกำลังใจแต่อย่างใด เพราะตำรวจเป็นองค์กรหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมที่สามารถตรวจสอบได้ การสืบสวนสอบสวนทุกคดี ไม่สามารถทำตามความคิดได้ ทางคณะทำงานทุกคนก็ทำงานด้วยความมั่นใจในการดำเนินคดีตามกรอบกฎหมาย เพราะการรวบรวมพยานหลักฐานเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนอยู่แล้ว ส่วนประเด็นที่ถูกร้องเรียนสามารถชี้แจงได้ทั้งหมด ทุกอย่างอยู่ในสำนวนหมดแล้ว ยืนยันว่าทุกอย่างทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องครบถ้วน หากสุดท้ายแล้วผลออกมาว่าคณะทำงานไม่มีความผิด ก็อยากฝากถามผู้ร้องด้วยว่าจะพูดอย่างไรกับสังคม ส่วนเรื่องการฟ้องกลับนั้นไม่ขอพูดถึงในตอนนี้

ด้าน พล.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนรองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ 9) ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประธานตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร ได้มีคำสั้งแต่งตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้มีการร้องเรียนตำรวจทั้ง 4 นาย ชุดคลี่คลายคดีการเสียชีวิตปริศนาของ แตงโม ว่ามีการกระทำแบบนั้นแบบนี้ ตนได้ประชุมกับทางคณะกรรมการ และได้วางแนวทางในการสอบ พร้อมเชิญ นายอัจฉริยะมาให้ข้อมูลที่ อยากรู้ ไม่เข้าใจ ที่มีประเด็นใดบ้าง ขณะเดียวกันเราคงไม่ก้าวล่วง ไปทางคดีอาญา เพราะส่งไปถึงชั้นอัยการแล้วขณะนี้เราจะดูว่า สิ่งที่ นายอัจฉริยะ ร้อง สงสัยอะไร และเราจะนำมาแยกเยอะอะไรที่จะเข้าไปสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาใหม่

ทั้งนี้ ประเด็นไหนที่ พนักงานสอบสวนมีข้อบกพร่อง เราก็จะดูข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามที่ นายอัจฉริยะ ร้องเรียนหรือไม่  โดยจะทำให้เสร็จภายในกรอบเวลาไม่เกิน 30 วัน ขณะเดียวกันจะเรียก พล.ต.ท.จิรพัฒน์พร้อมผู้ที่ถูกกล่าวหา และเรียก นายอัจฉริยะ มาสอบปากคำด้วย เราจะทำตามความเป็นธรรรม และอย่าไปตัดสินกับผู้ที่ถูกกล่าวหา ตอนนี้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเป็นตามที่ นายอัจริยะ กล่าวหาหรือไม่ ขณะเดียวกันตอนนี้ขอยืนยันไม่มีการดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่ถูกกล่าวหา และเราจะรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างตามที่ นายอัจฉริยะ ร้องมา และเมื่อสอบและเสร็จสิ้นแล้วจะนำข้อเท็จจริง เสนอให้  ผบ.ตร พิจารณาสั่งการมา

“ที่มองกันว่าผมเป็นเพื่อนกับพล.ต.ท.จิรพัฒน์ รุ่นเดียวกัน คงไม่เกี่ยวข้อง เราจะทำตรงไปตรงมา เราจะลงมติในรูปของคณะกรรมการผมคงจะทำคนเดียวไม่ได้ คงจะต้องให้สื่อตรวจสอบได้” พล.ต.อ.มนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 18 พ.ค.มีหนังสือคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 217/2565 ตั้งกรรมการตรวจสอบวินัย พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ. 1, พล.ต.ต.วสันต์ เตซะอัครเกษม ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 1 (ผบก.สส.ภ.1) , พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) และ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ชุดคลี่คลายคดีการเสียชีวิตปริศนาของ แตงโม โดยมี พล.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนรองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ 3) ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริง นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้เตรียมเชิญตัวนายอัจฉริยะ ให้มาเข้าพบในวันที่ 20 พ.ค. เวลา 10.30 ที่ ห้องประชุม 2 ชั้น 2 สำนักงานจเรตำรวจ เพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับข้อมูลในประเด็นต่างๆตามหนังสือร้องเรียน