ประกันสังคม 50 บาท-มอเตอร์ไซค์ 4 หมื่น มัดใจ 1.4 หมื่นล.

วันที่ 08 ม.ค. 2554 เวลา 07:39 น.
แผนปฏิรูปประเทศไทย ฉบับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งจะดีเดย์วันที่ 9 ม.ค.นี้ ถือเป็น “ช็อตสอง”ของการฉายหนังตัวอย่างไปแล้วเมื่อวันปีใหม่ 1 ม.ค.

 

เป็นการ “ลงลึก” สู่ภาคปฏิบัติและจัดสรรงบประมาณลงไปดูแลตั้งแต่เด็กแรกเกิด วัยเรียน วัยทำงาน จนถึงประชาชนสูงอายุที่ยังไม่หมดไฟในการเรียนรู้

ครอบคลุมความช่วยเหลือกลุ่มคนที่เป็นชนวนขัดแย้งของสังคม ไปจนถึงคนอ่อนแอที่สุดอย่างคนพิการและหญิงมีครรภ์

เบื้องต้นรัฐบาลจะใช้งบประมาณ 1.48 หมื่นล้านบาทต่อปี เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในทุกสาขา

ล่าสุดวานนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน และนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้าหารือ

โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะนำแผนเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 ม.ค.นี้ ครอบคลุม 4 ด้าน คือเศรษฐกิจที่เป็นธรรม คุณภาพชีวิต ยุติธรรม และอนาคตของเยาวชนไทย

โดยวันที่ 9 ม.ค. นายกรัฐมนตรีจะแถลงในส่วนที่ 4 คือเศรษฐกิจที่เป็นธรรม ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ซึ่งทางกระทรวงการคลังและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการที่ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ หรือที่เรียกว่าโครงการประชาวิวัฒน์

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ยืนยันว่า มาตรการช่วยเหลือกระทบกับงบประมาณปี 2554 และปี 2555 ไม่เกิน 2,000 ล้านบาท โดยเป็นเงินที่รัฐบาลจะจ่ายสมทบให้ผู้ที่อยู่นอกระบบประกันสังคมเข้ามาอยู่ในระบบ

ขณะที่แพ็กเกจรวมทั้งหมดจะมีประชาชนที่ได้รับประโยชน์ 10 ล้านคน คิดเป็นมูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท

“รัฐจะดูแลค่าครองชีพ ทั้งราคาไข่ไก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ ซึ่งจะเข้าไปดูกลไกตลาดว่ามีช่วงไหนมีการผูกขาด ทำให้ราคาสูงเกิน จะเข้าไปแก้ที่ตรงนั้น โดยจะไม่ใช้วิธีการเข้าไปชดเชย” รมว.คลัง กล่าว

นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ที่ปรึกษาโครงการเร่งรัฐปฏิบัติการด่วนเพื่อคนไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีธนาคารรัฐ 4 แห่งเข้าร่วมโครงการปล่อยสินเชื่อมอเตอร์ไซค์และแท็กซี่ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เอสเอ็มอีแบงก์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ส่วนสินเชื่อหาบเร่แผงลอยธนาคารออมสินดูแล

“ยืนยันว่าเราไม่มีการบีบแบงก์รัฐให้ปล่อยกู้โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพียงแต่ได้หารือกันว่าทำอย่างไรจะเปิดให้คนมีรายได้น้อยมีโอกาสมากขึ้น” นายสังศิต กล่าว

การกู้เงินซื้อมอเตอร์ไซค์กับแบงก์รัฐ เบ็ดเสร็จราคารวมอยู่ที่ 4 หมื่นบาทต่อคัน จากปกติที่กู้ผ่านสถาบันการเงินเอกชนอยู่ที่ 7 หมื่นบาทต่อคัน เรียกว่าถูกลง 3 หมื่นบาท เพราะดอกเบี้ยแบงก์รัฐต่ำกว่ามาก

ส่วนวินมอเตอร์ไซค์จะมีการขึ้นทะเบียนให้ถูกกฎหมายทั่ว กทม.ภายใน 90 วัน หลังจากที่ กทม.ไม่มีการเปิดขึ้นทะเบียนมาตั้งแต่ปี 2546 แล้ว ส่วนวินที่จังหวัดนนทบุรีและสมุทรปราการจะใช้เวลาประมาณ 120150 วัน

สำหรับแรงงานที่อยู่นอกระบบนั้น จะเปิดโอกาสให้เป็นสมาชิกประกันสังคมในราคาถูกกว่าปกติโดยจ่ายต่ำสุดที่ 50 บาทต่อเดือนเท่านั้น ขณะที่รัฐบาลจะสมทบให้อีก 50 บาท รวมเป็น 100 บาท

หลังการสำรวจความต้องการของพ่อค้าแม่ค้า พบว่าพร้อมจ่ายประกันสังคมในอัตราที่เหมาะสมกับรายได้ และต้องการสวัสดิการที่จำเป็นเท่านั้น

“ก่อนหน้านี้มีการคิดแพ็กเกจประกันสังคมที่ 280 บาทต่อเดือน แต่สำรวจดูแล้วแม่ค้า หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างคงจ่ายไม่ไหว เราจึงเห็นควรให้จ่ายตามความสามารถมากกว่า” นายสังศิต กล่าว

โดยประกันสังคมราคา 100 บาท ได้รับคุ้มครองเงินชดเชยเมื่อเจ็บป่วยต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งจะบรรเทาปัญหารายได้ของคนหาเช้ากินค่ำที่ต้องหยุดงานไป 34 วัน ขณะที่สิทธิการรักษาพยาบาลนั้นแรงงานนอกระบบได้รับสิทธิประกันสุขภาพทั่วหน้าอยู่แล้ว

นอกจากนั้น ยังได้รับสิทธิการชดเชยกรณีเกิดทุพพลภาพ 15 ปี

งานนี้คงต้องจับตาว่า 9 ม.ค.นี้ รัฐบาลจะสร้างข่าวดีทางเศรษฐกิจหรือมุขแป้ก มัดใจประชาชนไม่ได้กันแน่...