กับดักใหม่ศก.

วันที่ 04 ม.ค. 2554 เวลา 08:33 น.
ธปท.เตือนกังวลเงินเฟ้อมากเกินเหตุ จะทำให้ ธปท.ต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกในปีนี้

 

นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในปีนี้ ธปท.ได้กำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อไว้ที่ระดับ 0.53% แต่ขณะนี้ราคาสินค้าและราคาพลังงานได้ปรับตัวสูงขึ้นมาก และราคาสินค้าอื่นๆ ได้ขอปรับราคา ทำให้เกิดความกังวลทางด้านจิตวิทยาไปในทางเดียวกันว่าของแพง

เมื่อคิดไปในทางเดียวกันหมด สุดท้ายราคาสินค้าก็จะปรับสูงขึ้นจริง และเงินเฟ้อจะสูงขึ้น เป็นเหตุให้ ธปท.ต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกเพื่อสยบความกลัวเงินเฟ้อไม่ให้ลุกลามมากจนเกิดปัญหาต่อเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นไปได้ว่าปัจจัยนี้จะมีผลต่อการพิจารณาดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ด้วย

ทางด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ปัญหาเงินเฟ้อเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปัจจัยการผลิตที่สำคัญ อาทิ ค่าจ้าง น้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์มีราคาสูงขึ้น และประกอบกับแนวโน้มสินค้าอุปโภคบริโภคจะถีบตัวสูงขึ้น ธปท.ต้องพยายามดูแลให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายที่สัญญาไว้ระดับ 0.53% และจะดูแลเงินเฟ้อพื้นฐานให้อยู่ในกรอบการคาดการณ์ระดับ 23% เงินเฟ้อทั่วไป 35%

สิ่งที่ ธปท.จะต้องทำ คือ ไม่ให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นว่าทางการจะดูแลปัญหาราคาสินค้าไม่ได้ ไปคาดการณ์เงินเฟ้อเองจนทำให้เงินเฟ้อสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ให้มีการนำเงินไปซื้อหรือใช้เก็งกำไรที่ไม่ควร

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ในปีนี้อยากเตือนผู้ประกอบการให้รับมือกับความเสี่ยงจากต่างประเทศที่จะยังเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะสหรัฐอเมริกายังไม่แน่ว่าจะสามารถฟื้นตัวเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว แม้ยุโรปและญี่ปุ่นจะดูดีขึ้น ดังนั้นในปีหน้ากลุ่มประเทศเอเชียจะเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลก

ปัจจัยต่างประเทศจะมีผลโดยตรงต่ออัตราแลกเปลี่ยน ในระยะที่ผ่านมา แม้ว่า ธปท.จะใช้กรอบนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนยืดหยุ่น แต่ก็ยังประสบปัญหาเงินทุนไหลเข้าค่อนข้างมาก ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนได้ จึงมีคำถามว่า ธปท.มีแนวทางบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร การจัดการอัตราแลกเปลี่ยนมีรูปแบบ คือ 1.นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบยืดหยุ่น มีการจัดการ จะเห็นได้ว่า ธปท.จะไม่ฝืนตลาดมากเกินไป เพราะอาจสร้างความเสียหายได้

2.ธปท.ได้เข้าไปซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนบ้างบางระดับ ลดความผันผวนให้ธุรกิจเอกชนปรับตัวได้ และ 3.มีกฎระเบียบข้อห้ามเกี่ยวกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของนักลงทุนต่างประเทศ ธปท.ทำมาแล้วหลายอย่าง เช่น กำหนดการซึ่งจะเกี่ยวกับกฎระเบียบของสถาบันการเงินในการแลกเปลี่ยนด้วย รวมไปถึงกรอบการปล่อยกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ ธปท.เคยส่งสัญญาณเบาๆ ในการปล่อยกู้อสังหาริมทรัพย์ การผลักดันเงินทุนไหลออก ให้นักลงทุนไทยนำเงินออกไปลงทุนได้มากขึ้น อนุญาตให้ส่งออกมีเวลามากขึ้นก่อนจะนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศ และใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ย ซึ่งปัจจุบัน ธปท.ก็ใช้เครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้จัดการเงินทุนต่างกันไปตามสถานการณ์ในแต่ละช่วง

เศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะลดการพึ่งพาการส่งออก แต่เศรษฐกิจจะเติบโตจากการใช้จ่ายภายในประเทศ อุปสงค์ในประเทศจะสามารถผลักดันการเติบโตได้ต่อเนื่องจากปีนี้ ทั้งการอุปโภคบริโภค การลงภาคเอกชน ซึ่งเศรษฐกิจในประเทศจะเป็นพึ่งตัวเองโต จะมีความสมดุลมากขึ้นนายประสารกล่าว ตอบ ปีหน้าเกี่ยวข้องเศรษฐกิจมหาภาค และเศรษฐกิจการเงิน ธปท.ยังมองเศรษฐกิจไทยเราโดยรวมยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องได้จากปีนี้ แต่จะเป็นอัตราที่ชะลอตัว แต่ถ้ามองปัจจัยบวก ถ้าเราเช็คสอบใส้ในท่จะผลักดันเศรษฐกิจภายใน จะเห็นว่ามีปัจจัยหลากหลายมากขึ้น เพราะจะเห็นได้ว่าแต่ก่อนเศรษฐกิจเราจะพึ่งการส่งออกมาก แต่ ปจจยตงปรเทศ