สำนักงานสลากฯแจง 4 มาตรการแก้ไขปัญหาล็อตเตอรี่แพง

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 15:03 น.
สำนักงานสลากฯแจง 4 มาตรการแก้ไขปัญหาล็อตเตอรี่แพง
"อนุชา"เดินหน้าแก้ปัญหาสลากแพงตามคำสั่งนายกฯ ด้านผอ.สำนักงานสลากฯเข้าให้ข้อมูลแจง 4 มาตรการแก้ไข เตรียมถกคณะกรรมการแก้ปัญหา 31ม.ค.นี้

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 65 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาที่เกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการ ฯ ประกอบด้วย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และนายทวีป วุฒิบาทุกาจิตต์ รองผู้อำนวยการที่กำกับดูแลสำนักการตลาดและจัดจำหน่าย ร่วมหารืออย่างไม่เป็นทางการ และสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ชี้แจงถึงที่มาของปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาว่า สาเหตุหลัก เกิดจาก ตัวผลิตภัณฑ์สลากเอง และตัวผู้จำหน่าย

นอกจากนี้ยังได้ ชี้แจงมาตรการที่สำนักงานฯ ดำเนินการเพื่อบรรเทาปัญหาในระยะสั้น การแก้ไขปัญหาระยะปานกลางและระยะยาว ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ประกอบด้วย

(1) การขยายจุดจำหน่ายโครงการ "สลาก 80" จำนวน 1,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งปิดรับสมัครไปแล้ว มีตัวแทนจำหน่ายสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 4,790 ราย

(2) การเปิดรับสมัครลงทะเบียนในระบบซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งจะปิดรับสมัครในวันที่ 31 มกราคม 2565 ขณะนี้มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 800,000 ราย

(3) การจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือแพลตฟอร์มออนไลน์

(4) การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งคาดว่า ทั้ง 4 มาตรการประกอบกันนี้ จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของการจำหน่ายสลากเกินราคาลงได้

นายอนุชา กล่าวว่า ในเบื้องต้น จากมาตรการที่ได้รับทราบจากผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จะนำไปประกอบการประชุมคณะกรรมการ ในวันที่ 31 ม.ค. 65 นี้

นอกจากข้อมูลเหล่านี้แล้ว ขอให้สำนักงานสลากฯ รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลการจำหน่ายสลากขององค์กรสลากต่างประเทศ รวมถึงปัญหาและข้อร้องเรียนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ในห้วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อนำไปสู่การหาทางออกให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกฝ่าย และเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน