ศบค. เผย คลัสเตอร์ร้านอาหารกึ่งผับโควิดระบาด 21 แห่ง ย่อหย่อนมาตรการ-เปิดไม่ขออนุญาต

วันที่ 19 ม.ค. 2565 เวลา 14:30 น.
ศบค. เผย คลัสเตอร์ร้านอาหารกึ่งผับโควิดระบาด 21 แห่ง ย่อหย่อนมาตรการ-เปิดไม่ขออนุญาต
ศบค. เผย ตั้งแต่ปีใหม่ คลัสเตอร์ร้านอาหารกึ่งผับ โควิดระบาด มากสุด 21 แห่ง ย่อหย่อนมาตรการ-เปิดไม่ขออนุญาต ระบุ ปัจจัยเสี่ยงแพร่เชื้อมากสุด คือ สภาพแวดล้อม

เมื่อวันที่19 ม.ค. 65 พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในประเทศไทยตอนหนึ่ง ว่า การติดเชื้อในประเทศไทย ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมาคลัสเตอร์ที่พบการระบาดมากที่สุดได้แก่ คลัสเตอร์ร้านอาหาร และในส่วนของสถานบันเทิงคงต้องมีการพูดคุยกันให้ชัดเจน เพราะที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่จะมีการพิจารณาว่าจะมีการผ่อนคลายหรือไม่ และจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขวันที่ 19 ม.ค. รายงานว่าสถานบันเทิงกึ่งผับที่เปิดเป็นร้านอาหารมีการระบาดหลายคลัสเตอร์ ทั้งร้านมูนบาร์ จ.นนทบุรี ร้านฮันนี่ไนท์จ.เพชรบุรี ร้านแสงคำ จ.อุบลราชธานี และจากการลงพื้นที่ทั่วประเทศพบการติดเชื้อในสถานบันเทิง 21 แห่ง มี 7 ร้านที่เปิดผ่านการประเมินโควิดฟรีเซ็ตติ้ง แต่ย่อหย่อนมาตรการทำให้เกิดการติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ขึ้น ซึ่ง 7 ร้านดังกล่าวมีในหลายพื้นที่ อาทิ เชียงใหม่ ขอนแก่น ขณะที่อีก 14 ร้านเป็นการเปิดโดยไม่ได้ขออนุญาตจังหวัด อาทิ จ.เชียงใหม่ ขอนแก่น พะเยาชลบุรี บุรีรัมย์อุบลราชธานี อุดรธานี และมหาสารคาม ก็มีรายงานเข้ามา ถือเป็นการเปิดอย่างผิดกฎหมาย และแม้เป็นร้านที่เปิดในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวก็เปิดได้เพียงเวลา 21.00 น. ซึ่งที่กล่าวมานี้ไม่ได้ตำหนิแต่เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ

พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุข รายงาน ปัจจัยการติดเชื้อที่สำคัญ คือ เรื่องสภาพแวดล้อม ไม่มีระบบระบายอาการ ไม่จำกัดระยะเวลารับประทานเกินสองชั่วโมง ไม่เว้นระยะห่าง ไม่จำกัดคน มาตรฐานที่กำหนด ไม่เว้นระยะห่าง ไม่มีการคัดกรองความเสี่ยงของพนักงาน ฉีดวัคซีนไม่ครบ ไม่สามารถแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน ไม่ตรวจATK ทุก7วัน บางร้านมีการตรวจสอบประวัติของพนักงาน พบพนักงานบางรายเสี่ยงสูงก็ยังมาทำงาน เกือบทุกร้านเจอว่าไม่มีคนรับผิดชอบ ไม่มีเจ้าภาพในการดูแลการทำตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งไม่มีการคัดกรองความเสี่ยงคนมาใช้บริการ ไม่มีการตรวจสอบประวัติ อาจจะเกรงใจคนที่เข้ามาใช้บริการ และไม่มีการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมขอฝากประชาชนและผู้ประกอบการตรวจสอบข้อมูลเพื่อตัดสินใจในการเข้าใช้บริการ เหล่านี้คือข้อมูลนำเข้า ให้ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาหากจะเปิดต้องเปิดอย่างปลอดภัย โดยการประชุมศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 20 ม.ค.นี้ จะมีการพิจารณาเกี่ยวกับการปรับระดับพื้นที่สี ซึ่งจะพิจารณาจากหลายปัจจัย ไม่ใช่มองแค่ตัวเลขผู้ติดเชื้อแต่ต้องดูความพร้อมในการรักษาพยาบาลของพื้นที่นั้นๆด้วยรวมถึงจะพิจารณาเกี่ยวกับมาตรการเดินทางเข้าราชอาณาจักร