สธ.พบอีก1ชายไทยมีโอกาสติดโอไมครอนหลังมาจากคองโก

วันที่ 09 ธ.ค. 2564 เวลา 15:25 น.
สธ.พบอีก1ชายไทยมีโอกาสติดโอไมครอนหลังมาจากคองโก
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยผลตรวจหาสายพันธ์โควิดพบ ชายไทยกลับจากคองโก มีโอกาสติดเชื้อโอไมครอน 1 ราย รอผลตรวจยืนยันอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 64 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากผลการตรวจหาโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ด้วยวิธี SNP (Single nucleotide polymorphisms) หรือการตรวจตำแหน่งกลายพันธุ์เฉพาะจุดในวันนี้ พบชายไทยอายุ 41 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ของ UN ที่เดินทางมาจากประเทศคองโก มีโอกาสติดเชื้อโอไมครอนอีก 1 ราย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลยืนยันด้วยการตรวจหาจีโนมของไวรัสแบบครบทั้งตัว (Whole Genome Sequencing :WGS) อีกครั้ง คาดว่าอีกประมาณ 2 วัน จะทราบผล

เบื้องต้น ผู้ติดเชื้อได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าแล้ว 2 เข็ม ขณะนี้กรมควบคุมโรคได้สอบสวนโรคเพื่อหาผู้สัมผัสและอยู่ระหว่างการกักตัวเพื่อรับการรักษาตามมาตรการ

ขณะที่ผลตรวจยืนยันด้วยวิธี WGS ของหญิงไทย 2 รายที่เดินทางมากจากประเทศไนจีเรียก่อนหน้านี้ ยืนยันแล้วว่าเป็นสายพันธุ์โอไมครอน ส่งผลให้ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนในประเทศทั้งหมด 3 ราย

ทั้งนี้จากข้อมูลการตรวจหาสายพันธุ์ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 64 ของกลุ่มที่เดินทางเข้าประเทศ และกลุ่มอื่นๆ ในประเทศ ด้วยวิธี SNP ทั้งหมด 1,649 ราย พบว่าส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์เดลตา 1,641 ราย

ส่วนแนวทางในการตรวจคัดกรองโอไมครอน ถึงแม้ทั่วโลกรายงานพบการกลายพันธุ์ของโอไมครอน โดยโอไมครอนสายพันธุ์ย่อยนั้นยีนจะไม่หายไป ซึ่งมีความกังวลว่าอาจสร้างความสับสนในการตรวจหาเชื้อ เนื่องจากสายพันธุ์โอไมครอนเดิมนั้นมียีนบางตัวหายไป ทั้งนี้ กรมวิทย์ฯ ได้แก้ปัญหาด้วยการเพิ่มการตรวจยีนอีก 2 ตำแหน่ง เป็นตรวจหายีนทั้งหมด 4 ตำแหน่ง เพื่อความแม่นยำในการตรวจหาสายพันธุ์โอไมครอน

สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จะตรวจทั้งหมด 4 ตำแหน่ง คือ del 69-70 (เอลฟา), K417N (เบตา), T478K และ N501Y ส่วนผู้ที่อยู่ในประเทศ จะเริ่มจากการตรวจตำแหน่ง L452R (เดลตา) ก่อน หากไม่พบจะตรวจตำแหน่ง del 69-70 และ K417N เพิ่มเติม

"ขณะนี้ยังสามารถตรวจหาสายพันธุ์โอไมครอน ที่ถึงแม้มีการกลายพันธุ์ได้อยู่ ยกเว้นอนาคตมีการกลายพันธุ์เป็นพันธุ์ใหม่ ก็จะต้องมีการศึกษาอีกครั้ง"

ส่วนการตรวจหาเชื้อด้วย Antigen Test Kit (ATK) ก็ยังสามารถตรวจหาเชื้อโอไมครอนได้ แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี และอาจต้องมีการตรวจซ้ำ เพราะหากเชื้อน้อยก็จะตรวจไม่พบ

ทั้งนี้ ขอประชาชนอย่าวิตกกังวล เพราะเชื้อจะไปทั่วโลกอยู่แล้ว และจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าโอไมครอนมีอาการไม่รุนแรง

นพ.ศุภกิจ กล่าวด้วยว่า กรณีที่ไฟเซอร์ออกมาระบุว่า โอมิครอนสามารถหลบภูมิได้ 40 เท่า มีกลุ่มตัวอย่างเพียง 6 รายเท่านั้น จึงอาจไม่มีนัยสำคัญมากเท่าไร