"สมศักดิ์"สั่งอุ้มลูกหนี้กยศ.-ผู้ค้ำประกันให้ชะลอฟ้องบังคับคดี

วันที่ 07 ธ.ค. 2564 เวลา 15:34 น.
"สมศักดิ์"สั่งอุ้มลูกหนี้กยศ.-ผู้ค้ำประกันให้ชะลอฟ้องบังคับคดี
กระทรวงยุติธรรมสั่งชะลอฟ้องบังคับคดีลูกหนี้-ผู้ค้ำประกันกยศ.พร้อมจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยต้นปีหน้าหาทางออกให้ลูกหนี้ ผ่อนจ่ายลดต้น-ลดดอก ปรับลดหักเงินเดือนชำระหนี้เหลือ 10 บาท

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยความคืบหน้าในการขยายเวลาชำระหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้ยืดระยะเวลาการชำระหนี้ดังกล่าวออกไป เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาฟ้องร้องกับผู้ค้ำประกันหนี้จำนวนมาก และปัจจุบันพบว่ามีผู้ที่ติดหนี้กยศ.จำนวน 3.5 ล้านคน หากรวมกับผู้ค้ำประกันจะมีผู้ที่ติดหนี้ทั้งหมด 6.4 ล้านคน โดยผู้กู้และผู้ค้ำในขณะนี้มีทั้งหมด 3 ประเภท คือ กลุ่มที่ยังชำระหนี้ได้ตามปกติ กลุ่มที่ไม่ได้ชำระหนี้และยังไม่ถูกฟ้องบังคับคดี และกลุ่มผู้ที่มีคำสั่งศาลฟ้องบังคับคดีเพื่อนำทรัพย์สินออกมาขายทอด ตลาด ซึ่งมีจำนวนถึง 200,000-300,000 ราย ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจเป็น บิดา มารดา ครู อาจารย์ หรือญาติของผู้ที่กู้ยืมเงินจากกองทุนกยศ.

สำหรับ ผู้ถูกฟ้องบังคับคดีดังกล่าวมีทั้งที่อยู่ในพื้นที่กทม.และต่างจังหวัด  เขตกทมและปริมณฑล มีลูกหนี้ 40,286 ราย มูลค่าหนี้อยู่ที่ 4,513 ล้านบาท ส่วนต่างจังหวัดมูลค่าหนี้จำนวน 1,800 ล้านบาท ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯ กรมบังคับคดีและกยศ.ได้ร่วมกันจัดโปรโมรชั่นสำหรับผู้ที่ค้างชำระหนี้กองทุนในเดือน ม.ค.65 โดยจะขยายเวลารับชำระหนี้ มีการให้ผ่อนชำระ ลดเบี้ยปรับ ขยายเวลาส่ง ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระหนี้และยังไม่ถูกฟ้องคดี แต่หากยังไม่สามารถผ่อนชำระนี้ได้ตามสัญญา โดย กยศ.อาจจะให้ผู้กู้ยืมผ่อนชำระ โดยให้ผ่อนสูงสุด 30 ปี หรือกรณีปรับเปลี่ยนลำดับตัดชำระหนี้ให้กับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระเงินคืนกองทุนและยังไม่ถูกฟ้อง จากเดิมที่ใช้วิธีการตัดเบี้ยปรับดอกเบี้ยและเงินต้น ก็อาจเปลี่ยนวิธีการตัดเงินต้นและดอกเบี้ยใหม่

"ผู้กู้ยืมรายใหม่และผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างปลอดหนี้ ยังไม่ครบกำหนดชำระหนี้ กองทุน กยศ.จะให้ผ่อนจ่ายเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันทุกเดือนและขยายเวลาจากเดิมไม่เกิน 15 ปี เป็น 30 ปี นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งเบาภาระของผู้ที่ถูกหักเงินเดือน โดยขอปรับลดจำนวนเงินที่ถูกหักเหลือเพียง 10 บาทต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้มีการปรับลดจำนวนเงินที่ถูกหักตั้งแต่ ส.ค.64 -มิ.ย.65 ส่วนการบังคับคดีในปีนี้ให้ชลอการฟ้องร้องและงดการขายทอดตลาดไว้ก่อน” รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ กล่าว