เปิดตัว"หนังสือดอนกอยโมเดล"สืบสานพระปณิธานพระองค์หญิงกับผ้าไทย

วันที่ 06 ธ.ค. 2564 เวลา 20:45 น.
เปิดตัว"หนังสือดอนกอยโมเดล"สืบสานพระปณิธานพระองค์หญิงกับผ้าไทย
ปลัดมหาดไทยเปิดตัว"หนังสือดอนกอยโมเดล" สืบสานพระปณิธานสมเด็จฯ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาในการพัฒนาต่อยอดผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางถวิล อุปรี ประธานกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย และนางจินตนา พิมพานิชย์ ประธานกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านคำประมง ร่วมแถลงเปิดตัว หนังสือดอนกอยโมเดล บทบันทึกองค์ความรู้ต้นแบบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างครบวงจร ฟื้นคืนภูมิปัญญาพื้นถิ่นให้มีความร่วมสมัยเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน โดยมี ดร. ศศิธร จันทมฤก ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน อาจารย์ธนันท์รัฐ ธนเศฎฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ อาจารย์ศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งและนักออกแบบแบรนด์เธียร์เตอร์ร่วมกิจกรรม ณ กรมการพัฒนาชุมชน

นายสุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปณิธานแน่วแน่ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทรงมุ่งมั่นทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถรักษาอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของคนไทยให้อยู่คู่กับประเทศชาติของเราตราบชั่วกาลนาน "ดอนกอยโมเดล" เป็นพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสร้างคุณภาพชีวิต ยกระดับคุณภาพชีวิต บนพื้นฐานภูมิปัญญาชาวไทยให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ ทรงนำพระปรีชาสามารถในเรื่องแฟร์ชั่น เรื่องผ้า ไปพระราชทานพระดำริให้กับประชาชน โดยมีวันประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2563 ได้ทรงเสด็จทอดพระเนตรงานผ้าคราม ?ณ หมู่บ้านดอยกอย อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เพื่อต่อยอดพัฒนาผ้าครามให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มรายได้ทางเศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของชาวบ้านดียิ่งขึ้นต่อไป ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2563 ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในงาน OTOP City 2020 และทรงพระดำเนินไปพระราชทานกำลังใจให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ชาวบ้านต่อสู้กับชีวิต นอกจากนี้ ได้พระราชทานแบบผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี โดยได้พระราชทานแนวทางให้ใช้ลายดังกล่าวได้ทุกเทคนิคและทุกประเภทผ้า และทรงมีพระประสงค์อยากช่วยชาวบ้านที่ทอผ้าในชุมชน นับเป็นพระปณิธานที่แน่วแน่ที่ได้สะท้อนเบื้องลึกของพระองค์ท่านว่าทรงรักและห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ท่านทุกคน

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี มีลักษณะเป็นตัวอักษร S ในภาษาอังกฤษ คือ ตัวอักษรแรกของพระนาม  มีจำนวน 10 แถว หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และลายรูปหัวใจ หมายถึง ความรัก ความปรารถนาดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์มีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยพระองค์ได้พระราชทานแนวทางให้กับชาวบ้านที่ประกอบอาชีพทอผ้าทุกคน ซึ่งเป็นพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลว่า "การที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด งานหัตถศิลป์ งานหัตถกรรม เราต้องนึกถึงหัวอกของเด็กรุ่นใหม่ด้วย" โดยได้พระราชทานแนวคิดในการขับเคลื่อนรณรงค์ให้คนหันมาสนใจใส่ผ้าไทย ภายใต้ชื่อ "โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก" ถือเป็นหลักการค้าและหลักการตลาดที่สำคัญ เป็นการยึดหลัก Demand และ Supply ในทางเศรษฐศาสตร์มาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน สิ่งที่พระองค์ท่านไปพัฒนาถือเป็น Supply ถ้าเราช่วยกันรณรงค์ส่งเสริมให้คนไทยทุกคน ทั้งวัยรุ่นและผู้ใหญ่ทั้งหลายสนใจสวมใส่ผ้าไทย เพื่อให้เกิดความต้องการ โดยต้องพัฒนาลวดลายเทคนิคผ้าให้โดนใจวัยรุ่น ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงมีพระดำริให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยเหลือประชาชนในชุมชนทอผ้า ทั้งยังทรงมีพระวิสัยทัศน์ที่ทรงอยากให้ชาวบ้านใช้สิ่งที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้เกิดสิ่งที่มีคุณค่ากับชีวิตของเรา คือ ธรรมชาติที่ไม่เป็นพืษเป็นภัยกับสังคม

สำหรับ หนังสือดอนกอยโมเดลเล่มนี้ ได้รวบรวมพระกรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรของพระองค์ท่านที่ทอผ้าในชุมชน เพื่อแสดงให้รู้ว่า พระองค์รักทุกคน แนวทางและวิธีการพระราชทาน ทำให้สามารถพัฒนากลุ่มพี่น้องชาวดอนกอยให้สามารถพัฒนารายได้จาก 300 บาทต่อเดือนเป็น 7,000 บาทต่อเดือน และยังสามารถที่จะขยายผลไปยังผลิตภัณฑ์อื่น ๆ และจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป สามารถดาวน์โหลดหนังสือดอนกอยโมเดลในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ได้อีกด้วย

ด้าน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า สภาสตรีแห่งชาติฯได้ขับเคลื่อนสืบสานพระปณิธานในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชดำริในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านการขับเคลื่อน โครงการ “ตามรอยผ้าไทย ลมหายใจแม่ของแผ่นดิน” และโครงการ "สืบสานอนุรักษ์ผ้าถิ่นไทยดำรงไว้ในแผ่นดิน"ทำให้เกิด Story Telling Packaging New Design ในผืนผ้าไทยแบบดั้งเดิมให้เกิดความร่วมสมัย ทำให้แบรนด์ผ้าบ้านดอนกอยไม่แพ้แบรนด์ใดในโลก อันจะทำให้ชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น ซึ่งทุกคนต่างหลอมรวมใจเดียวกัน คือ "รักพระองค์หญิง" ดอนกอยโมเดล ในพระดำริ เป็นการ Change for Good ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

ขณะที่ นางถวิล อุปรี ประธานกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย กล่าวว่า ตนรู้สึกซาบซึ้งดีใจและสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จากในอดีตพวกเราทอผ้าแบบโบราณ ตามวิถีชีวิตชาวบ้านโบราณดั้งเดิม ทอเฉพาะใช้ ใช้ทุกอย่างที่ทำ พระองค์ท่านมาพระราชทานเสริมให้ลายผ้ามีความหลากหลาย เพื่อให้ชุมชนเรามีรายได้ มีเงินไปดูแลครอบครัว ดูแลเด็กและเยาวชนในชุมชน พระองค์ทรงตรัสว่า "แม่ ๆ หนูมานี่มาให้กำลังใจแม่ ๆ นะ แม่ ๆ อย่าขี้คร้านนะ" ทำให้พวกตนมีความซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงใช้พระหัตถ์จับเครื่องมือเครื่องทอต่าง ๆ ก็ได้แต่ทูลว่าเป็นห่วงพระองค์ กระทั่งทรงตรัสตอบว่า "แม่ไม่ต้องห่วง หนูทำได้ หนูเคยตามเสด็จสมเด็จย่าบ่อย ๆ" ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเหมือนความฝันที่กลายเป็นความจริงเกิดขึ้น

นางจินตนา พิมพานิชย์ ประธานกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านคำประมง กล่าวว่า แนวทางพระราชทานทำให้คุณภาพชีวิตคนในชุมชนดีขึ้น รายได้เพิ่มมากขึ้น ลักษณะลายผ้าเฉดสีมีมากขึ้น ทั้งครามน้ำหนึ่ง ครามน้ำสอง ครามน้ำกลาง และผสมผสานหลากหลาย นอกจากนี้ ทางกลุ่มได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชนทำให้สามารถพัฒนากลุ่ม ทำให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น และในอนาคตจะทำให้ผลิตภัณฑ์พัฒนาให้ดีกว่านี้ และจะให้ลูกหลานสืบสานต่อไปด้วย