เปิดจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด สธ.ย้ำ 7 จว.ครองเตียงสูง เตรียมเตียงเพิ่ม

วันที่ 04 ธ.ค. 2564 เวลา 07:09 น.
เปิดจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด สธ.ย้ำ 7 จว.ครองเตียงสูง เตรียมเตียงเพิ่ม
กระทรวงสาธารณสุข เผย ขณะนี้มีเตียงดูแลผู้ป่วยโควิดเกือบ 2 แสนเตียง ใช้ประมาณ 28% ยังมีเตียงว่างเพียงพอรองรับ และหากมีการระบาด พร้อมเปิดโรงพยาบาลสนาม -ฮอสปิเทลรองรับ ย้ำ 7 จังหวัดที่การติดเชื้อรายวันสูง ใช้เตียงสีเหลือง-สีแดงมากกว่า 70% ให้เตรียมเตียงรองรับเพิ่มขึ้น

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด 19 จำนวน 194,883 เตียง อัตราครองเตียง 28.8% เฉพาะเตียงสีแดงสำหรับผู้ป่วยหนัก 5,708 เตียง ครองเตียง 45.2% และเตียงสีเหลือง 73,427 เตียง ครองเตียง 44.5% ภาพรวมถือว่ายังมีเพียงพอ ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดไม่รวม กทม. มีโรงพยาบาล 388 แห่ง 63,348 เตียง ครองเตียง 9.8% ,ศูนย์พักคอย (Community Isolation : CI) 134 แห่ง 18,168 เตียง ครองเตียง 21.2% และฮอสปิเทลอีก 39,027 เตียง ครองเตียง 19.5% แม้บางจังหวัดผู้ป่วยจะลดลง แต่ยังเตรียมพร้อมที่จะเปิด ภายใน 24 - 72 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม บางจังหวัดอาจมีการครองเตียงสูง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 100 รายต่อวัน หากเกิดการระบาด จำเป็นต้องใช้เตียงสีเหลืองหรือเตียงสีแดง และเตียงอาจไม่เพียงพอ โดยจังหวัดที่มีการครองเตียงเกิน 70% มี 7 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ สตูล สิงห์บุรี และ สุราษฎร์ธานี ได้ย้ำให้เตรียมเตียงเผื่อไว้ เนื่องจากมีการเปิดประเทศ มีการเดินทางมากขึ้น หรืออาจจะมีการระบาดจากสายพันธุ์โอไมครอน เพื่อไม่ให้มีปัญหาต้องส่งตัวผู้ป่วยข้ามจังหวัด

สำหรับ กทม.มีผู้ป่วย 600-700 รายต่อวัน จำนวนเตียง 3.5 หมื่นเตียง ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเอกชน อัตราครองเตียง 23% และเป็นผู้ป่วยที่อาการไม่มาก ส่วนเตียงสีเหลืองและสีแดงจะอยู่ในภาครัฐ ภาพรวมถือว่าเพียงพอและสามารถขยายเพิ่มได้ ส่วนเตียงสีเขียวสำหรับผู้ป่วยไม่มีอาการ หรืออาการเล็กน้อย สามารถเพิ่มได้ไม่จำกัด จากระบบการดูแลที่บ้าน (Home Isolation : HI) ซึ่งหากประชาชนไปตรวจเชื้อที่โรงพยาบาลแล้วพบผลบวกจะเข้าระบบ HI ได้รับอุปกรณ์ดูแลทั้งยา เครื่องวัดออกซิเจน วัดอุณหภูมิ และถุงยังชีพ เป็นเวลา 10-14 วัน หากอาการมากขึ้นจะส่งต่อเข้าโรงพยาบาล ส่วนกรณีได้รับการตรวจเชิงรุกหรือตรวจด้วยตนเองแล้วพบผลบวกให้โทรสายด่วน 1330 หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อรับคำแนะนำการบริการที่เหมาะสม