"ประยุทธ์"กำชับตร.เข้มงวดสถานประกอบการพื้นที่ใดละเลยฟันผู้บังคับบัญชาด้วย

วันที่ 29 พ.ย. 2564 เวลา 17:38 น.
"ประยุทธ์"กำชับตร.เข้มงวดสถานประกอบการพื้นที่ใดละเลยฟันผู้บังคับบัญชาด้วย
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมก.ตร.พอใจผลการปราบปรามเด็กแว้นลดลงทั่วประเทศ ย้ำกวดขันสถานบริการปฎิบัติตามกฎหมายคุมโควิดอย่างเคร่งครัดพื้นที่ใดละลายผู้บังคับการต้องรับผิดชอบด้วย

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 12/2564 โดยมี พล.ต.อ.สุวัจน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมประชุม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีได้รับทราบถึงความก้าวหน้าการดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจที่้ทำงานด้านการจราจร ให้มีการทำงานที่เป็นขั้นเป็นตอน เป็นมาตรฐานเดียวกันหมด รวมทั้งพัฒนาบุคคลากรด้านการสอบวัดความรู้ เพื่อให้คนทำงานด้านการจราจร รู้ลึก รู้จริง และสามารถบังคับใช้กฎหมายกับประชาชนที่ทำผิดกฎจราจรได้อย่างถูกต้อง และเรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาฐานข้อมูลเรื่องการจราจร ให้ฐานข้อมูลเชื่อมโยงกันว่าผู้กระทำผิดเคยทำผิดมาแล้วกี่ครั้ง และสามารถตรวจสอบได้จากผู้บังคับบัญชา และมีมาตรการร่วมกับกรมการขนส่งทางบก พัฒนาระบบตัดคะแนนความประพฤติ และดำเนินการกับผู้ที่ทำผิดกฎจราจรแล้วไม่ไปชำระค่าปรับ เช่น ไม่ออกหลักฐานการเสียภาษีให้หากไม่มาชำระค่าปรับ

สำหรับ มาตรการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง นายกรัฐมนตรีพอใจผลการปฏิบัติของตำรวจสามารถลดปริมาณการแข่งรถในทางได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ก่อนหน้านี้ตำรวจเคยรับแจ้งผู้กระทำผิด 1 พันรายต่อเดือน แต่ตอนนี้ลดเหลือประมาณ 400 รายทั่วประเทศ พร้อมกำชับให้จริงจังบังคับใช้กฎหมายกวดขันวินัยการจราจรของกลุ่มจักรยานยนต์ทั้งบุคคลทั่วไป ไรเดอร์ จักรยานยนต์รับจ้าง มีการดำเนินการอย่างจริงจัง เนื่องจากที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายค่อนข้างเบาไปบ้างช่วงโควิด-19

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องการฝ่าฝืนกฎหมายสถานบริการ หรือสถานประกอบการต่างๆ ที่ยังคงต้องปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ได้กำชับว่า หากพื้นที่ใด ปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่ มีการฝ่าฝืนอย่างโจ่งครึ่ม เสี่ยงเป็นแหล่งแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ผู้บังคับบัญชาโดยเฉพาะผู้บังคับการ(ผบก.)ที่ดูแลพื้นที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบ

นอกจากนั้น คณะอุนกรรมการข้าราชการตำรวจด้านวินัย อุทธรณ์ ร้องทุกข์ และบริหารทรัพยากรบุคคล ได้รายงานข้อมูลการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ของข้าราชการตำรวจ เดือน พ.ย.2564 มีข้าราชการตำรวจถูกลงโทษทั้งสิ้น 29 นาย เป็นการไล่อออกจากราชการ 21 นาย ปลดออกจากราชการ 6 นาย และให้ออกจากราชการ 2 นาย ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย.2564 มีข้าราชการตำรวจถูกลงโทษทั้งสิ้น 222 นาย เป็นการไล่ออกจากราชการ 166 นาย ปลดออกจากราชการ 47 นาย และให้ออกจากราชการ 9 นาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ใครที่กระทำความผิดต้องจริงจังในการดำเนินการทางวินัยให้ออกจากระบบเพื่อไม่เป็นปัญหากับสังคม